วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

เปิดคำอุทธรณ์ ‘ศาลปกครอง’ 4 ข้อ กทม.แย้งสัญญาจ้าง ‘บีทีเอส’ โมฆะ

เปิดคำอุทธรณ์ ‘ศาลปกครอง’ 4 ข้อ กทม.แย้งสัญญาจ้าง ‘บีทีเอส’ โมฆะ

กรุงเทพมหานครเดินหน้าสู้คดี “จ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว” ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด 4 ประเด็น แย้งสัญญาจ้างขัดข้อกฎหมาย – ข้อผิดปกติในสูตรคำนวณวงเงินหนี้ พร้อมโยนรัฐบาลสางปัญหา

Key Points

  • “ชัชชาติ” ชงจ่ายหนี้รถไฟฟ้าสีเขียว 2 หมื่นล้าน
  • ลุ้นสภา กทม.ต้นเดือนหน้า ไฟเขียวจ่ายหนี้
  • กทม.แย้งสัญญาจ้าง “บีทีเอส” ขัดกฎหมาย
  • กทม.ยื่นอุทธรณ์ 4 ประเด็น ค้านหนี้จ้างเดินรถ

ปัญหาการแก้ปัญหาหนี้สะสมระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นปัญหาที่สั่งสมมานาน ที่ผ่านมามีความพยายามในการแก้ไขปัญหา โดยการนำเรื่องการต่อสัมปทานให้บีทีเอสเพื่อแลกกับหนี้สะสมหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ล่าสุดผู้บริหารบีทีเอสได้เข้าพบนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยนายชัชชาติ จะเสนอสภากรุงเทพมหานครเดือน ก.ค.2566 เพื่อพิจารณาใช้เงินสะสมจ่ายขาดของกรุงเทพมหานคร ใช้หนี้ให้บีทีเอสก้อนแรก 20,000 ล้านบาท เป็นหนี้ส่วนของงานวางระบบอาณัติสัญญาณส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ด้านแหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร เผยว่า กรุงเทพมหานคร รับทราบปัญหาเอกชนต่อการลงทุนและให้บริการรถไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้พบว่าเอกชนมีการลงทุนส่วนของงานติดตั้งระบบจริง และเปิดให้บริการประชาชน สร้างความสะดวกสบายในการเดินทางแล้ว แต่กรุงเทพมหานครยังไม่สามารถจ่ายหนี้ค่าจ้างได้ทันที เพราะตามกระบวนการจำเป็นต้องยื่นเสนอขอรับการพิจารณาใช้วงเงินจากสภา กทม. ก่อน

ส่วนกรณีของหนี้ที่เกิดจากสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว กรุงเทพมหานครรับทราบปัญหาและผลกระทบของภาคเอกชน ที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย แต่เนื่องจากสัญญาที่กรุงเทพธนาคมว่าจ้างบีทีเอสให้เดินรถไฟฟ้าต้องได้รับการตรวจสอบข้อกฎหมาย ว่าผ่านการอนุมัติจากสภากรุงเทพมหานครหรือไม่ ซึ่งหากท้ายที่สุดสัญญาจ้างไม่ถูกต้องจะถือเป็นโมฆะ แต่อย่างไรก็ดี หากเกิดกรณีนี้ก็เชื่อว่าทางภาครัฐต้องร่วมรับผิดชอบแก่ภาคเอกชนที่ทำให้เกิดความเสียหายในค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมูลหนี้ที่เกิดขึ้นจากการจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่ทางบีทีเอสยื่นฟ้องไปยังศาลปกครองกลาง รวมทั้งมีคำสั่งให้กรุงเทพมหานครและกรุงเทพธนาคมร่วมชำระค่าจ้างดังกล่าว ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา ตามที่กรุงเทพมหานครได้ยื่นอุทธรณ์ไปเมื่อวันที่ 6 ต.ค.2565 ใน 4 ประเด็น  ประกอบด้วย

1.กรุงเทพมหานคร ไม่สามารถชำระหนี้สินได้เนื่องจากติดเงื่อนไขการเจรจาตามคำสั่งเดิมของหัวหน้า คสช. นอกจากนี้กรุงเทพมหานครไม่มีภาระต้องชำระค่าดอกเบี้ย เนื่องจากสัญญาส่วนต่อขยายที่ 1 ไม่ได้มีการระบุไว้

2.การจ้างเดินรถส่วนต่อชยายที่ 2 ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากกรุงเทพมหานครเพียงมอบหมายให้กรุงเทพธนาคมไปดำเนินการต่อ โดยไม่ได้ทำสัญญาและไม่ได้เสนอต่อสภากรุงเทพมหานครเพื่อเห็นชอบงบประมาณก่อน ดังนั้นจึงไม่ควรมีการก่อภาระหนี้ผูกพันได้

3.กรุงเทพมหานครมีการทำสัญญาแค่กับกรุงเทพธนาคม โดยกรุงเทพมหานครมีฐานะเป็นเพียงผู้ถือหุ้นของกรุงเทพธนาคม ดังนั้นเอกชนไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกรุงเทพมหานคร

4.กรุงเทพมหานคร พบว่ามีข้อผิดปกติในสูตรคำนวณค่าโดยสารตามสัญญา ซึ่งอาจทำให้มูลค่าหนี้มีการเปลี่ยนแปลงได้

ทั้งนี้ หากท้ายที่สุดสัญญาว่าจ้างบีทีเอสให้เดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวดำเนินการไม่ถูกต้องตามขั้นตอน ภาครัฐโดยกรุงเทพมหานคร และกรุงเทพธนาคมก็ต้องชำระเงินค่าจ้างส่วนนี้ เพราะศาลปกครองตัดสินแล้วว่าเอกชนได้ดำเนินการลงทุนและให้บริการรถไฟฟ้าจริง แต่ขณะนี้คงต้องชี้แจงให้เห็นถึงรายละเอียดของหนี้ที่เกิดขึ้น ว่ามีวงเงินเท่าไหร่ ตัวเลขต่างๆ เกิดขึ้นจากส่วนใดบ้าง

แหล่งข่าว เผยด้วยว่า กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า สัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะสิ้นสุดปี 2572 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า และรัฐบาลมีนโยบายให้กรุงเทพมหานครบริหารเอง หรือจะเปิดให้เอกชนรายอื่นมาร่วมประมูลนั้น กรณีนี้ต้องพิจารณาด้วยว่าจะดำเนินการได้หรือไม่ เพราะในช่วงที่หมดสัญญาสัมปทาน แต่ยังคงมีสัญญาจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายระหว่างกรุงเทพธนาคมกับบีทีเอสถึงปี 2585 ดังนั้นอาจไม่จูงใจเอกชนรายอื่นเข้าร่วมประมูล

“จากการศึกษาข้อมูลตอนนี้ มองว่าแนวทางที่จะนำโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวออกมาเปิดประมูลใหม่เมื่อสิ้นสุดสัญญาสัมปทานปี 2572 คงไม่จูงใจเอกชนรายอื่น เพราะเส้นทางส่วนต่อขยายยังมีสัญญาที่ทำไว้กับบีทีเอส เว้นแต่ว่าสัญญาจ้างเดินรถส่วนนี้จะถูกตัดสินว่าเป็นสัญญาไม่ถูกต้องหรือเป็นโมฆะ ซึ่งหากเป็นกรณีนั้น และต้องยกเลิกสัญญา ภาครัฐก็ต้องชดเชยความเสียหายให้เอกชน เพราะเกิดขึ้นจากข้อผิดพลาดของขั้นตอนระเบียบของหน่วยงานรัฐ”

แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า หากเกิดกรณีรัฐบาลผลักดันให้เปิดประมูลหาเอกชนร่วมลงทุนสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวใหม่หลังปี 2572 ซึ่งมีเงื่อนไขในสัญญาปัจจุบันระบุให้พิจารณาข้อเสนอบีทีเอสเป็นลำดับแรกในการเจรจา เพราะก่อนหน้านี้การลงทุนรถไฟฟ้าสายสีเขียวไม่มีเอกชนรายใดสนใจร่วมทุน ในขณะนั้นมีเพียงบีทีเอสที่เสนอร่วมลงทุนจึงมีการกำหนดเงื่อนไขข้อนี้