background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'บพท.'จับมือ 'SCG' เดินหน้า ‘สระบุรี แซนด์บ๊อกซ์’ เมืองน่าอยู่ พลังงานสะอาด

'บพท.'จับมือ 'SCG' เดินหน้า ‘สระบุรี แซนด์บ๊อกซ์’ เมืองน่าอยู่ พลังงานสะอาด

“บพท.”จับมือปูนซิเมนต์ไทย สระบุรี ในเครือ SCG เดินหน้า “สระบุรี แซนด์บ๊อกซ์” สนับสนุนพลังงานสะอาด ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล คาดสร้างงานใหม่ 350 ตำแหน่ง เล็งขยายผลไปยังอีก 3 จังหวัด นครศรีธรรมราช นครพนม มุกดาหาร พื้นที่ 1 หมื่นไร่ สร้างงาน-รายได้ชุมชน ลดการปล่อยคาร์บอนฯ  

วันที่ 25 พ.ค.2566  หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ร่วมกับ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (แก่งคอย) จำกัด ในเครือ "SCG" และสภาอุตสาหกรรม จังหวัดสระบุรี แถลงข่าวเปิดตัวโครงการบูรณาการความร่วมมือ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สำหรับการสร้างงานในพื้นที่บนฐานนิเวศการลงทุนพืชพลังงาน ภายใต้โครงการต้นแบบความร่วมมือภาคอุตสาหกรรมในการสร้างงานในพื้นที่ผ่านการพัฒนาอาชีพบนฐานพืชพลังงานสู่ BCG จังหวัดสระบุรี เพื่อเตรียมพร้อมที่ยกระดับเมืองสระบุรีสู่การเป็นเมืองศูนย์กลางที่น่าอยู่ และชาญฉลาด (Livable and Smart City)

 

ดร.กิตติ  สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กล่าวว่าความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง บพท.กับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย(แก่งคอย) จำกัด ตลอดจนหน่วยราชการในพื้นที่ องค์กรปกครองท้องถิ่น และภาคประชาสังคม มีเป้าหมายทำให้จังหวัดสระบุรีเป็นต้นแบบเมืองสะอาด ที่มีการเจริญเติบโต ด้วยพลังขับเคลื่อนของเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ และมีการกระจายรายได้ที่ดี และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในทุกมิติ

 

ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการ บพท.กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง บพท.และ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย(แก่งคอย) จำกัด ในครั้งนี้ถือเป็นการเดินหน้าพัฒนา "สระบุรีแซนด์บ๊อกซ์" ที่จะมุ่งทำให้จังหวัดสระบุรีเป็นจังหวัดต้นแบบของเมืองที่ปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero city) ซึ่งในอนาคตจะออกแบบเมืองให้แหล่งงานที่อยู่อาศัย-เส้นทางการเดินทางเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบเพื่อให้สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และเป็นโมเดลลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในพื้นที่ควบคู่กันไป

 

“เรามีความมุ่งหวังว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการต้นแบบ Low Carbon Economy และ BCG Model (Bio Circular Green Economy Model) ให้กับอุตสาหกรรมอื่น ซึ่งสามารถช่วยในการขับเคลื่อนและยกระดับเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะถือเป็นก้าวสำคัญของการผลักดันนโยบาย BCG Model ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี สู่การเป็นเมืองน่าอยู่ตามแนวทางการพัฒนาของจังหวัดสระบุรีต่อไป”

 

ทั้งนี้ความร่วมมือในครั้งนี้จะดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 7 ตำบล ในอำเภอแก่งคอย ประกอบด้วย

 

ตำบลบ้านป่า ตำบลท่าคล้อ ตำบลทับกวาง ตำบลบ้านธาตุ ตำบลท่าตูม ตำบลมวกเหล็ก และตำบลท่ามะปราง มีเป้าหมายคือการวิจัยส่งเสริมและยกระดับพื้นที่ชุมชนโดยรอบโรงงานเป็นพื้นที่ต้นแบบระบบนิเวศพืชพลังงาน ส่งเสริมและสร้างกลุ่มผู้ผลิตพืชพลังงานในพื้นที่จังหวัดสระบุรีภายใต้ความร่วมมือภาคอุตสาหกรรมในการสร้างงานในพื้นที่ผ่านการพัฒนาอาชีพ

 

รวมทั้งขยายผลสู่ระบบการผลิต และระบบการแปรรูปพืชพลังงานในพื้นที่ศูนย์กลาง (HUB) โรงงานในเครือปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ทั่วประเทศไทย

สำหรับโครงการนี้จะสร้างกลไกความร่วมมือ การสนับสนุน และการกำกับดูแลร่วมกันของเครือข่ายในพื้นที่ในการสร้างกองทุนกิจการเพื่อสังคม ซึ่งจะดำเนินการพัฒนาบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยต้นแบบ (Housing Model) จากวัสดุคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Material)

 

ทั้งนี้มีการขยายโครงการการลงทุนพืชพลังงานเพื่อยกระดับเศรษฐกิจพื้นที่เมืองชายแดนและเชื่อมโยงเศรษฐกิจไปยัง จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดนครพนม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจร่วมของพื้นที่เมืองชายแดน โดยนำร่อง 3 พื้นที่ คือ อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร และอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม สามารถยกระดับและขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของพื้นที่ ระดับภูมิภาค และระหว่างประเทศได้ผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่จะช่วยพัฒนาขั้นตอนการผลิต/ปลูก ขั้นตอนการแปรรูป ขั้นตอนการเพิ่มมูลค่าของพืชพลังงาน

 

นอกจากนี้การดำเนินการของโครงการดังกล่างข้างต้นถือได้ว่าเป็นการส่งเสริม สนับสนุน การจัดตั้งธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) พืชพลังงานในการขับเคลื่อนตัวแบบธุรกิจ (Business Model) ทั่วประเทศไทย เป็นความร่วมมือกันทั้ง ภาคประชาชน ภาคธุรกิจและเอกชน จนเกิดกระบวนการสร้างงานใหม่สำหรับผู้มีรายได้น้อยที่นำไปสู่การจัดตั้งธุรกิจเพื่อสังคม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนเป็นผลพวงที่นำไปสู่การขยายผลในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดและประเทศ อีกทั้งจะเป็นกระบวนการสร้างฐานความรู้ผ่านกระบวนการวิจัยและการลงทุนที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

'บพท.'จับมือ 'SCG' เดินหน้า ‘สระบุรี แซนด์บ๊อกซ์’ เมืองน่าอยู่ พลังงานสะอาด

 

โดยคาดว่าจะเกิดกระบวนการสร้างงานใหม่สำหรับผู้มีรายได้น้อยมากกว่า 350 ราย และนำไปสู่การจัดตั้งธุรกิจเพื่อสังคม โดยมีมูลค่าเงินสนับสนุนกองทุนกว่า 500,000 บาท / 100 ไร่ / ปี เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานพืชพลังงาน

 

นายเจริญชัย  เฉลียวเกรียงไกร กรรมการผู้จัดการบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (แก่งคอย) จำกัด กล่าวว่าโครงการความร่วมมือนี้แนวทางดำเนินโครงการเบื้องต้น คือจะปลูกพืชพลังงานสำหรับนำมาใช้ทดแทนพลังงานฟอสซิล เพื่อช่วยลดโลกร้อน บนพื้นที่ 100 ไร่รอบโรงงาน เพื่อประมวลข้อมูลต้นทุน ส่วนแบ่งรายได้ ตลอดจนผลลัพธ์โดยรวมก่อนที่จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ

 

โดยมีเป้าหมายที่เตรียมขยายโครวงการไปยังจังหวัดอื่นๆ ได้แก่ นครศรีธรรมราช นครพนม มุกดาหาร มีปริมาณพื้นที่รวมกัน 1 หมื่นไร่

 

ทั้งนี้โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท  ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “SCG” ที่มีการกำหนดเป้าหมายเลิกใช้ถ่านหิน และเชื้อเพลิงฟอสซิลในกระบวนการผลิตทั้งหมดในปี 2573  โดยจะหันไปใช้เชื้อเพลิงชีวภาพทดแทน โดย SCG มีกรอบในการดำเนินงานตามกรอบ “ESG”  ซึ่งประกอบไปด้วย

 

1.Net Zero มุ่งเน้นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินโครงการตลอดทั้งโครงการได้ถึง 45,000 ตันต่อปี

 

2.Go Green เพิ่มนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม โดยการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานชีวมวล จากผลผลิตและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

 

3.Lean เหลื่อมล้ำ มุ่งเน้นพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชน กระจายรายได้ และพัฒนาทักษะอาชีพด้านการเกษตร

 

4.ย้ำร่วมมือ มุ่งเน้นขับเคลื่อน ESG ร่วมกับหน่วยงานระดับประเทศ อาเซียน และระดับโลก โครงการความร่วมมือดังกล่าวเป็นการขยายเครือข่ายพันธมิตรด้านความยั่งยืน