"ชัยวุฒิ" ชูกองทุนสตาร์ทอัพ พลังประชารัฐเสริมแกร่งผู้ประกอบการ 'อีอีซี'

"ชัยวุฒิ" ชูกองทุนสตาร์ทอัพ พลังประชารัฐเสริมแกร่งผู้ประกอบการ 'อีอีซี'

"ชัยวุฒิ" ดันกองทุนสตาร์ทอัพเสริมแกร่งเศรษฐกิจอีอีซี กางแผนผลิตแรงงานคุณภาพ 1 แสนคนต่อปี เติมความต้องการผู้ประกอบการ สร้างรายได้เพิ่มในพื้นที่อีอีซี ชู "ประวิตร" เหมาะนั่งผู้นำสานต่อความร่วมมือในรัฐบาลผสม สร้างการต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวในเวทีดีเบตอนาคตประเทศไทย เปิดเวทีภาคตะวันออก  ณ  ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี วันนี้ (8 เม.ย.) ว่า ตลอดสี่ปีที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและขับเคลื่อนนโยบายหลายอย่างและมีผลชัดเจนในเรื่องของการผลักดันพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ในภาคตะวันออกโดยมีการวางโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้จังหวัดต่างๆในภาคตะวันออกมีความเจริญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านอุตสาหกรรมมีการพัฒนาเติบโตโดยตลอด

โดยภาคอุตสาหกรรมจะเป็นรายได้หลักของคนในพื้นที่นี้ต่อไปเพราะอุตสาหกรรมก็จะมีการปรับตัวเช่นรถยนต์อีวี เทคโนโลยีอุตสาหกรรมสมัยใหม่เทคโนโลยีด้านดิจิทัล ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายสำคัญที่เราจะผลักดันให้ทุกภาคอุตสาหกรรมนั้นปรับตัวไปสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้นและจะสร้างรายได้ที่เติบโตขึ้นในภาคตะวันออกโดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม

“นโยบายต่อไปต้องเน้นในเรื่องของการพัฒนาคนเพราะคนที่จะมาทำงานในภาคอุตสาหกรรมไม่พอเพราะนักลงทุนที่เข้ามาได้ดูว่าแรงงานในประเทศต่างๆนั้นมีความพร้อมเพียงพอหรือไม่จะต้องพัฒนาคนที่มีความพร้อมในอุตสาหกรรมเป้าหมายให้ได้ 100,000 คนต่อปีผ่านโครงการต่างๆที่ทำร่วมกับภาคการศึกษา ส่วนที่เป็นภาคทางการเกษตรก็จะเป็นภาคที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจในพื้นที่พล.อ.ประวิตร มีความเป็นห่วงคนในพื้นที่นี้มากเพื่อที่จะให้คนนั้นมีน้ำเพียงพอในการทำการเกษตรจะต้องดูแลเรื่องของภัยแล้งควบคู่ไปกับเรื่องของ การตลาดรวมทั้งทำแพลตฟอร์มในการขายสินค้าการท่องเที่ยวให้ทุกคนเข้ามาสู่ธุรกิจนั้นได้สร้างโอกาสให้กับทุกคนให้ทุกคนเข้ามาสู่ธุรกิจสมัยใหม่ได้อย่างเต็มที” นายชัยวุฒิ กล่าว

นอกจากนี้พรรคพลังประชารัฐจะส่งเสริมกองทุนเพื่อสตาร์ทอัพซึ่งเป็นเรื่องที่จะขับเคลื่อนต่อไปห้าล้านบาทสำหรับคนที่จัดตั้งธุรกิจใหม่มีไอเดียดีมีความคิดดีมีธุรกิจที่เป็นไปได้ก็ต้องมีกองทุนสนับสนุนมีการให้แต้มต่อกับธุรกิจของคนไทยที่ตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อให้แข่งขันกับต่างประเทศได้แต่ที่สำคัญต้องดูแลกลุ่มเปาะบางด้วยในขณะที่เศรษฐกิจเติบโตก็จะมีคนบางกลุ่มที่ยังมีรายได้น้อยและมีหนี้ ซึ่งก็ต้องดูแลเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสุขภาพต่างๆซึ่งเราต้องทำต่อไป

 

 

 

“ที่ผ่านมาคือเราได้ทำแล้วในเรื่องของการให้แต้มต่อกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีการให้เอสเอ็มอีที่เข้าระบบดิจิทัล มาเป็นคู่ค้าของรัฐได้มากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องทำ ส่วนที่จะทำให้คือเติมเงินให้เอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพควบคู่กับเรื่องความรู้ และการสร้างแรงงานและพัฒนาคนให้ไปแข่งขันในตลาดแรงงานได้”

นายชัยวุฒิกล่าวต่อว่านอกจากนี้สิ่งสำคัญคือเราต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพเราต้องมีนายกรัฐมนตรีที่ประสานงานกับทุกกลุ่มทุกฝ่ายได้ให้ทุกคนมาทำงานร่วมกันซึ่งผมให้ความมั่นใจว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นคนที่ประสานงานทำงานร่วมกันจนกระทั่งรัฐบาลอยู่ครบเทอมถ้าให้โอกาสให้พลเอกประวิตรเป็นนายกจะทำให้บ้านเมืองของเราเข้มแข็งมั่นคงเดินหน้าไปได้อย่างแน่นอน