"สุดารัตน์" โชว์วิสัยทัศน์สร้างรายได้ประเทศ ดันความเป็นไทยสร้างรายได้ท่องเที่ยวแตะ 2.5 ล้านล้าน เตรียมเดินหน้านโยบายต่างประเทศ สร้างผลประโยชน์เศรษฐกิจทำความตกลงร่วมไทย อินเดีย จีน สร้างผลประโยชน์เศรษฐกิจร่วมกัน เล็งศึกษาโครงการ "คลองไทย" เป็นเมกกะโปรเจ็กต์ใหม่
วันนี้ (30 มี.ค.) ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ร่วมเวทีตอบคำถามจากภาคธุรกิจ พร้อมนำเสนอนโยบาย ในงานเสวนา “มุมมองของภาคธุรกิจต่อนโยบายขับเคลื่อนประเทศ” ซึ่งจัดขึ้นโดยหอการค้าไทย โดยมีตัวแทนภาคธุรกิจ เอกชน ทั่วประเทศ และตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร่วม
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่าการสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องสร้างเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนสร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยพรรคตั้งเป้าจะสร้างรายได้จาก การส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการโดยเฉพาะการท่องเที่ยวเมืองรองและการท่องเที่ยวในชุมชนไทย พรรคสร้างไทยมองว่าการท่องเที่ยวคือเป็นเครื่องยนต์หนึ่งในสองตัวที่สำคัญของประเทศจะต้องเร่งยกระดับการท่องเที่ยวในส่วนรวมว่าจะต้องเป็น World Class Destination ยกระดับการท่องเที่ยวขึ้นมาให้ได้และ เพิ่มกิจกรรมต่างๆเช่นทำ 12 เดือน 12 อีเวนท์เพื่อที่จะทำกิจกรรมมากขึ้น และจะลงไปถึงในระดับตำบลลงไปถึงในระดับอำเภอและหมู่บ้าน ซึ่งถือว่าเป็นการใช้เรื่องความเป็นไทย “Thainess”
โดยนอกจากทำอีเวนท์และการทำนโยบายในประเทศไทยต้องทำหน้าที่ในการเป็น Shopping Paradise เพื่อทำให้ท้องถิ่นนั้นได้รายได้มากขึ้นด้วย ซึ่งแผนการสร้างรายได้ส่วนนี้ของพรรคคือจะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของไทยเพิ่มเป็น 2.5 ล้านล้านบาทต่อปี
อีกส่วนคือการใช้ประโยชน์จากที่ตั้งของไทยที่อยู่ตรงกลางระหว่างจีน และอินเดีย ในการเป็นสะพานเชื่อมทั้งสองประเทศ โดยทำข้อตกลงร่วมกัน 3 ประเทศ ในการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจร่วมกันซึ่งจะทำให้ไทยได้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจมาก นอกจากนี้พรรคเสนอให้มีการ ศึกษาเรื่อง “คลองไทย” เพื่อเป็นแหล่งใหม่ในการดึงดูดการลงทุนตามแผนเส้นทางสายไหมใหม่ (one belt one road) ที่ไทยเป็นส่วนหนึ่งในแผนการลงทุนดังกล่าว
นอกจากนี้ยังต้องเร่งการเจรจาเอฟทีเอที่เหลืออีกหกฉบับเพื่อทำเรื่องนี้อย่างจริงจังและสร้างโอกาสในโลกยุคใหม่ให้ไทยมีตลาดสำหรับการค้ามากขึ้น
“พรรคไทยสร้างไทย เสนอว่าควรยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ชาติไม่ให้มาอยู่ในรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการบริหารเพื่อไม่ให้ประเทศไทยนั้นมีเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำแค่ปีละ 2-3% ส่วนเพื่อนบ้านโตได้ 6-7 % เพราะตอนนี้เรื่องต่างๆในยุทธศาสตร์ชาติไม่ทันกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว”
สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในด้านอื่นๆพรรคเสนอให้มีการปลดล็อคกฎหมายในการทำมาหากินและทำธุรกิจโดยแขวนใบอนุญาต 1,400 ฉบับที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจและประกอบอาชีพของประชาชน ส่วนกองทุน 3 แสนล้านบาท ที่จะใช้ “แก้หนี้เติมทุน” จะให้สภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้าฯ เป็นผู้บริหารเพื่อให้สามารถจัดสรรลงไปในกลุ่มที่ต้องการเงินทุนจำนวนนี้จริงๆได้อย่างตรงเป้าหมาย โดยเฉพาะที่เป็นผู้ประกอบการและเอสเอ็มอีรายเล็กๆของประเทศ





