background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เปิดเหตุผล ‘แผนพลังงานชาติ’ สะดุด ไม่ทันเข้า ครม.ก่อนยุบสภาฯ

เปิดเหตุผล ‘แผนพลังงานชาติ’ สะดุด ไม่ทันเข้า ครม.ก่อนยุบสภาฯ

“กระทรวงพลังงาน” ปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่จาก PDP 2022 เป็น PDP 2023 แทน เนื่องจากการจัดทำแผน PDP เกิดความล่าช้า เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี( ครม.) ชุดปัจจุบันไม่ทัน

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ว่า ยอมรับว่าการจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ หรือ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2565-2580 (PDP 2022) มีความล่าช้า จนไม่สามารถนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามลำดับได้ทันในสมัยรัฐบาลชุด “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะต้องปรับแผน PDP ใหม่ โดยต้องเปลี่ยนชื่อจากแผน PDP 2022 เป็นแผน PDP 2023 แทน หรือเรียกว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2566-2580 เนื่องจากจะกำหนดให้เริ่มต้นใช้แผน PDP ฉบับใหม่ในปี 2566 นี้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการจัดทำแผนดังกล่าว และตามขั้นตอนจะต้องเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณาก่อน จากนั้น จะเปิดรับฟังความเห็นประชาชน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการเสร็จและเปิดรับฟังความเห็นประชาชนได้ในเดือน มิ.ย. 2566 จากนั้น จึงจะนำเข้าสู่การพิจารณาเพื่อขออนุมัติจากรัฐบาลชุดใหม่ต่อไป

“จริง ๆ หากไม่เกิดวิกฤติปัญหาโควิด และเกิดการล็อกดาวน์ประเทศทั่วโลก กำลังการใช้พลังงานมีการหยุดชะงักพร้อมกันทั่วโลก และเมื่อปัญหาโควิด คลี่คลาย หลายประเทศเร่งฟื้นเศรษฐกิจ ภาคผลิตกลับมาเดินกำลังการผลิตเต็มกำลัง การใช้พลังงานกลับสูงขึ้นอีกครั้ง อีกทั้งสงครามการเงินก็เป็นอีกปัจจัยให้ราคาพลังงานผันผวนอย่างมาก จึงส่งผลให้การจัดทำแผนไม่นิ่ง ซึ่งต้องมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา”  

 

 

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังคงใช้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2561-2580 หรือ PDP 2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 อยู่ และที่ผ่านมาได้พยายามจัดทำแผน PDP 2022 แต่เกิดปัญหาด้านสถานการณ์ราคาพลังงานผันผวน ทำให้ต้องปรับแผนกันหลายครั้ง จนเกิดความล่าช้าและเสร็จไม่ทันกำหนดในเดือน ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา และเมื่อเข้าสู่ปี 2566 จึงต้องปรับ PDP ให้เริ่มต้นใช้ปี 2566 จึงกลายเป็น PDP 2023 แทน

สำหรับแผน PDP 2023  ยังคงเน้นในเรื่องของพลังงานทดแทนมากขึ้น และแบ่งรายละเอียดการใช้และผลิตไฟฟ้าเป็นรายภูมิภาคเช่นเดิม สำหรับสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยจะไม่มีการบรรจุโรงไฟฟ้าถ่านหินสำหรับโรงใหม่ไว้ ดังนั้นโรงไฟฟ้าถ่านหินจะเหลือเพียงโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น  ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังคงมีบรรจุไว้ช่วงปลายแผน PDP 2023  แต่จะปรับขนาดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้มีขนาดเล็กลง เนื่องจากปัจจุบันโลกมีการพัฒนาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้ลดขนาดลง เพื่อความปลอดภัยและเหมาะสมกับการผลิตไฟฟ้าในปัจจุบัน 

 

 

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการจัดทำ PDP 2023 ดังกล่าว ได้สรุปราคาค่าไฟฟ้าตลอดแผนไว้ไม่เกิน 5 บาทต่อหน่วยด้วย เนื่องจากมีไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ซึ่งมีราคาต้นทุนถูกลงตามเทคโนโลยีปัจจุบัน ทำให้ราคาค่าไฟฟ้าไม่แพงเกินไป สำหรับภาพรวมปริมาณการผลิตไฟฟ้าในแผน PDP 2023 จะมีปริมาณใกล้เคียงกับแผน PDP 2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นแผนปัจจุบันที่ใช้อยู่ในขณะนี้

สำหรับแผน PDP 2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 (แผนปัจจุบัน) ได้คาดการณ์การใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) ช่วงปลายแผนปี 2580 อยู่ที่  53,997 เมกะวัตต์  ส่วนการผลิตไฟฟ้าระหว่างปี  2561-2580 จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในระบบของ 3 การไฟฟ้า คือ

  • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
  • การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

ช่วงปลายแผนในปี 2580 อยู่ที่ 77,211 เมกะวัตต์  ประกอบด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้า ณ สิ้นปี 2560 เท่ากับ 46,090 เมกะวัตต์ รวมทั้งจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่อยู่ที่ 56,431 เมกะวัตต์ และปลดโรงไฟฟ้าที่หมดอายุลง 25,310 เมกะวัตต์