background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

รฟม.ลุยไฟ ‘ปิดจ๊อบ’ รถไฟฟ้าสีส้ม เตรียมชง ‘ศักดิ์สยาม’ เสนอ ครม.

รฟม.ลุยไฟ ‘ปิดจ๊อบ’ รถไฟฟ้าสีส้ม เตรียมชง ‘ศักดิ์สยาม’ เสนอ ครม.

บอร์ด รฟม.รับทราบร่างสัญญาประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม “คมนาคม” เตรียมปิดฉาก รอผลตัดสินศาลปกรองสูงสุดชี้ขาด ก่อนชง ครม. เตือนอย่าลักไก่เสนอ ครม. ชี้คดีประมูลรอบ 2 ยังไม่จบ

การประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม บางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2563 หลังจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) แก้ไขหลักเกณฑ์การประมูลและนำมาสู่การฟ้องศาลปกครอง 2 คดี และมีการยกเลิกการประมูล จนกระทั่ง รฟม.เปิดประมูลครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2565 และมีการยื่นฟ้องศาลปกครองในคดีกำหนดหลักเกณฑ์ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มครั้งที่ 2 ชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมาย

รายงานข่าวจาก รฟม.ระบุว่า ร่างสัญญาร่วมลงทุนที่ รฟม.จะลงนามบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ที่ชนะการประมูล อยู่ขั้นตอนของฝ่ายบริหาร รฟม.กำลังพิจารณาดำเนินการ เนื่องจากร่างสัญญาได้ผ่านการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุด และรายงานคณะกรรมการ รฟม.แล้วเมื่อวันที่ 26 ม.ค.2566

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม มีนโยบายชัดเจนว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อได้ ต้องรอให้กระบวนการศาลปกครองพิจารณาจนถึงที่สุดเสียก่อน โดยหากศาลปกครองสูงสุดตัดสินแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็พร้อมที่จะเสนอร่างสัญญาไปยังนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณา ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบลงนามสัญญาร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน

รายงานข่าวระบุว่า กล่าวว่า ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มในศาลปกครองมี 3 คดี ประกอบด้วย

1.คดีเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาผู้ชนะในการประมูลครั้งที่ 1 ขณะนี้รอศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากาษา หลังจากให้ตุลาการผู้แถลงคดีปกครองได้นำเสนอคำแถลงการณ์คดีเรียบร้อยแล้ว และคดีนี้ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองไปแล้ว

2.คดียกเลิกการประกวดราคาและคำสั่งของผู้ว่าการ รฟม.ที่มีคำสั่งและออกประกาศยกเลิกการประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 3 ก.พ.2564 และศาลปกครองกลางพิพากษาเมื่อวันที่ 7 ก.ค.2565 ชี้ว่าการยกเลิกประมูลผลจากการเปลี่ยนหลักเกณฑ์คัดเลือกในครั้งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และปัจจุบัน รฟม.อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด

3.คดีการกำหนดหลักเกณฑ์ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มครั้งที่ 2 ชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นคดีล่าสุดที่ศาลปกครองกลางรับไว้พิจารณา ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนพิจารณา ยังไม่มีกำหนดนัดไต่สวนเพิ่มเติม

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมยังไม่ได้รับรายงานหรือร่างสัญญาร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าวจาก รฟม. ซึ่งกระทรวงคมนาคมมีนโยบายชัดเจนว่าโครงการนี้จะต้องดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายอย่างโปร่งใส ดังนั้นจำเป็นต้องรอขั้นตอนยุติธรรม รอการพิจารณาคดีข้อพิพาทที่อยู่ในขั้นตอนของศาลปกครองสูงสุดก่อน

“ตอนนี้ยังไม่ได้รับร่างสัญญาเพื่อให้พิจารณาในโครงการนี้ และกระทรวงฯ ก็มองว่าเรื่องนี้ต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลปกครองสูงสุดก่อน จึงจะดำเนินการในขั้นตอนอื่นๆ ได้ ซึ่งจะต้องรอการพิจารณาในคดีที่เกี่ยวกับประเด็นการจัดทำเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” นายศักดิ์สยาม กล่าว

แหล่งข่าว กล่าวว่า คดีในศาลปกครองที่เกี่ยวข้องกับการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มครั้งที่ 2 มีเพียง 1 คดี คือ คดีการกำหนดหลักเกณฑ์ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มครั้งที่ 2 ชอบหรือมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งไม่แน่ชัดว่าการที่กระทรวงคมนาคมจะเสนอผลการประมูลต่อ ครม.จะรอศาลปกครองพิจารณาคดีประมูลครั้งที่ 2 ให้สิ้นสุดหรือไม่ เพราะอายุของรัฐบาลใกล้สิ้นสุดแล้ว 

ทั้งนี้ คดีที่มีความคืบหน้าที่สุด คือ คดีเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาผู้ชนะในการประมูลครั้งที่ 1 ที่รอศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษา แต่กระทรวงคมนาคมคงไม่สามารถอ้างเหตุของการสิ้นสุดคดีประมูลครั้งที่ 1 เพื่อเสนอให้ ครม.พิจารณาผลประมูลครั้งที่ 2 ได้

แหล่งข่าว กล่าวว่า การที่จะพิจารณาเห็นชอบร่างสัญญาจากการประมูลครั้งที่ 2 ต้องพิจารณากระบวนการคัดเลือกในครั้งที่ 2 ที่ขณะนี้ถูกกล่าวหาว่า มีการกำหนดเงื่อนไขอันเป็นการกีดกันและเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคารายหนึ่งรายใดอย่างชัดเจน และอันเป็นความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกันการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ โดยมีการช่วยเหลือไม่ตรวจสอบคุณสมบัติ ผู้เสนอราคารายหนึ่งจนเป็นเหตุให้ผู้เสนอราคาที่ขาดคุณสมบัติ มีคุณสมบัติเข้าไปร่วมแข่งขันเป็นคู่เทียบกับผู้เสนอราคารายอื่นได้

นอกจากนี้ ในประเด็นการกำหนดหลักเกณฑ์การประมูลครั้งที่ 2 ที่อาจทำให้เกิดสมยอมการประมูลหรือการฮั้วประมูลยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมโดยศาลปกครองได้รับไว้พิจารณา และพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ยังได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กับพวกในความผิดตามกฎหมายฮั้วประมูลและประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157