เช็กความพร้อม พรุ่งนี้ ! 'สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์' บริการรถไฟทางไกลวันแรก

เช็กความพร้อม พรุ่งนี้ !  'สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์' บริการรถไฟทางไกลวันแรก

กรมการขนส่งทางรางลงพื้นที่ตรวจความพร้อม “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” รับการปรับให้บริการสถานีต้นทาง - ปลายทางของขบวนรถไฟทางไกล 19 ม.ค.นี้

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการย้ายสถานีปลายทางรถไฟเชิงพาณิชย์จากสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) มาเป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ พร้อมระบุว่า จากการตรวจประเมินคุณภาพสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และสถานีบนแนวเส้นทางรถไฟสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ ประเมินความพร้อมในการให้บริการ และการเปลี่ยนถ่ายขบวนรถไฟเชิงพาณิชย์ ซึ่งพบว่าภาพรวมสำหรับการรองรับผู้โดยสารนั้นมีความพร้อม

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม ได้กำหนดมาตรการในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการปรับย้ายสถานี สำหรับผู้โดยสารรถไฟทางไกลได้จัดให้มีรถโดยสาร (Shuttle bus) ให้บริการฟรี เพื่อเชื่อมต่อระหว่างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ และสถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ตลอดจนผู้โดยสารรถไฟทางไกล และผู้โดยสารรถไฟชานเมืองประเภทตั๋วเดือน สามารถนำตั๋วโดยสาร แสดงให้เจ้าหน้าที่เพื่อขึ้นรถไฟชานเมืองสายสีแดง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนถ่าย

โดยรถไฟทางไกลจะเริ่มให้บริการที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ 19 ม.ค. 2566 โดยจะเริ่มให้บริการเที่ยวปฐมฤกษ์ ในเวลา 13.19 น.

เช็กความพร้อม พรุ่งนี้ !  \'สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์\' บริการรถไฟทางไกลวันแรก

รายงานข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เผยว่า การปรับขบวนรถให้บริการมายังสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ได้ดำเนินการเฉพาะขบวนรถไฟทางไกล สายเหนือ ใต้ ตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน รถเร็ว จำนวน 52 ขบวนเท่านั้น ประกอบด้วย

สายเหนือ จำนวน 14 ขบวน

สายตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 18 ขบวน

สายใต้ จำนวน 20 ขบวน 

ขบวนรถไฟกลุ่มขบวนรถธรรมดา ขบวนรถชานเมือง และขบวนรถนำเที่ยว จำนวน 62 ขบวน ยังคงให้บริการที่สถานีต้นทางและสถานีปลายทางที่สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) ประกอบด้วย

สายตะวันออก จำนวน 22 ขบวน

สายเหนือ จำนวน 16 ขบวน

สายตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 6 ขบวน

สายใต้ จำนวน 4 ขบวน

ขบวนรถนำเที่ยว จำนวน 14 ขบวน

เช็กความพร้อม พรุ่งนี้ !  \'สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์\' บริการรถไฟทางไกลวันแรก

อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าสถานีหัวลำโพงยังคงเปิดให้บริการแก่พี่น้องประชาชนเป็นปกติ ไม่ได้มีการปิดสถานีหัวลำโพง เพราะในแต่ละวันยังมีขบวนรถไฟให้บริการแก่ผู้โดยสารที่สถานีหัวลำโพงมากถึง 62 ขบวนมากกว่าที่ให้บริการที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งมีเพียง 52 ขบวน

อีกทั้ง ร.ฟ.ท.ไม่ได้มีแผนนำพื้นที่สถานีหัวลำโพงไปเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาพัฒนาเป็นอย่างอื่น แต่ต้องการให้สถานีหัวลำโพงเป็นสถานีรถไฟที่สำคัญของประเทศทำหน้าที่ให้บริการประชาชน และเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่จะบอกเล่าเรื่องราวการขนส่งทางรางของไทยจากอดีตสู่ปัจจุบันต่อเนื่องไปยังอนาคตต่อไป

สำหรับเหตุผลในการปรับเปลี่ยนสถานีต้นทาง-ปลายทางของขบวนรถไฟทางไกล มาให้บริการ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์นั้น เป็นการดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการก่อสร้างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ที่จะให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งระบบรางของประเทศ โดยเป็นแผนที่มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปีแล้วตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการอนุมัติโครงการเมื่อปี  2553 และเริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2556

ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.ได้เตรียมพร้อมในทุกๆ ด้าน ตลอดจนบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของกระทรวงคมนาคม เพื่อกำหนดมาตรการอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแก่ผู้โดยสาร โดยมีมาตรการอำนวยความสะดวกดูแลผู้โดยสาร ดังนี้

- ผู้ใช้บริการรถโดยสายทางไกล กลุ่มขบวนรถด่วนพิเศษ รถด่วน และรถเร็ว ที่ซื้อตั๋วโดยสาร ลงสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แต่ประสงค์จะลงสถานีหลักสี่ สถานีบางเขน สามารถใช้ตั๋วโดยสารเดิมขึ้นรถไฟฟ้าสายสีแดงที่สถานีดอนเมืองได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็นเวลา 1 ปี

- ผู้ใช้บริการรถโดยสารเชิงสังคม สามารถใช้ตั๋วโดยสารรถไฟทางไกล ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็นเวลา 1 ปีเช่นกัน โดยต้องเป็นผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วประเภทตั๋วเดือน ในสถานีหลักสี่ สถานีบางเขน ที่หยุดรถ กม.19 ที่หยุดทุ่งสองห้อง และที่หยุดรถ กม.11 ที่รถไฟไม่จอดให้บริการ

- การรถไฟฯ ยังประสานกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เพื่อจัดรถโดยสารประจำทาง รับ-ส่งผู้โดยสารตามสถานีรถไฟรายทาง ตั้งแต่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-สถานีหัวลำโพง เหมือนนั่งรถไฟปกติโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วย

เช็กความพร้อม พรุ่งนี้ !  \'สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์\' บริการรถไฟทางไกลวันแรก

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์