background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

คมนาคมจี้ 'การบินไทย' ปมกระเป๋าล่าช้า เตรียมประมูลหารายใหม่บริการ มี.ค.นี้

คมนาคมจี้ 'การบินไทย' ปมกระเป๋าล่าช้า เตรียมประมูลหารายใหม่บริการ มี.ค.นี้

คมนาคมขีดเส้น 30 วัน สั่ง “การบินไทย และบีเอฟเอส” เร่งแก้ปัญหากระเป๋าล่าช้า พร้อมเดินหน้าหนุน ทอท.ประมูลหาผู้ประกอบการรายใหม่ คาดชง ครม.เปิดประมูลต้นปี 2566

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหากระเป๋าล่าช้าในท่าอากาศยาน โดยระบุว่า ขณะนี้ ทางกระทรวงฯ มี 2 แนวทางในการปฏิบัติ คือ แผนระยะสั้น มอบหมายให้ บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) และบริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพเวิลด์ไวด์ไฟล์ทเซอร์วิส จำกัด (บีเอฟเอส) บริษัทในเครือสายการบินบางกอกแอร์เวย์​ส ไปดำเนินแก้ไขปัญหาดังกล่าวภายใน 30 วัน

อย่างไรก็ดี หากผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย ยังไม่สามารถแก้ไขได้ กระทรวงฯ จะเรียกสายการบินอื่นมาหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยอาจจะถามถึงความพร้อมในการจ้างเอาท์ซอร์ซ (Outsource) มาให้บริการในแต่ละสายการบินเอง เพื่อให้การบริการจัดการคล่องตัวมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันการบินไทยรับจ้างให้บริการภาคพื้นขนถ่ายกระเป๋าครองสัดส่วนประมาณ 80% และทางบีเอฟเอส ให้บริการในสัดส่วน 20%

“ตอนนี้มีผู้ประกอบการเพียงสองราย และปัญหาที่เกิดขึ้นเกิด คือ บุคลากรในการให้บริการขนกระเป๋าของการบินไทยไม่เพียงพอ เนื่องจากมีการปลดพนักงานออกในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นผลให้ปัจจุบันเหลือพนักงานเพียง 30% เมื่อเทียบกับปี 2562 จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้กระเป๋าล่าช้ากว่ากำหนด ซึ่งเรื่องนี้ต้องเร่งแก้ไข”

ส่วนแผนระยะยาวได้มอบหมายให้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ไปศึกษาหาผู้ให้บริการรายใหม่มาเตรียมให้บริการเพิ่ม เนื่องปัจจุบันนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเดินทางมากขึ้นแล้ว ทำให้ปัจจุบันเกิดปัญหาดีมานด์มากกว่าซัพพลาย รวมถึงต้องเตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจีนที่คาดว่าจะกลับเข้ามาไทยในปี 2566 และรองรับนักท่องเที่ยวที่จะกลับเข้ามาแบบก้าวกระโดด หรือเทียบเท่าก่อนช่วงเกิดโควิด หรือเทียบเท่ากับเมื่อปี 2562

ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบว่าบริการอื่นๆ มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว อาทิ การให้บริการของจุดตรวจคนเข้าเมือง ที่มีความรวดเร็วและลดความแออัดได้มากขึ้น รวมถึงทางท่าอากาศยานได้มีการเพิ่มเครื่องเช็คอินอัตโนมัติเพื่อให้บริการอีกด้วย ส่วนการให้บริการรถสาธารณะแท็กซี่ ยืนยันว่าเพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งในขณะนี้ มีแท็กซี่ให้บริการอยู่ที่ 4,000 คัน จากเดิมมีการให้บริการ 6,000 คัน ทั้งนี้ ได้มีการหารือกับกลุ่มผู้ขับแท็กซี่ หากให้บริการไม่เพียงพอยินดีที่จะให้ขนส่งรายอื่นมาให้บริการแทนได้ต่อไป

ด้านนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.กล่าวว่า ในเรื่องของการแก้ปัญหาการให้บริการขนส่งกระเป๋าเดินทางล่าช้านั้น ขณะนี้ปลัดกระทรวงคมนาคมได้เรียกผู้ประกอบการที่ให้บริการขนถ่ายกระเป๋าทั้ง 2 ราย คือ การบินไทย และบีเอฟเอส มาหารือและให้เร่งรัดแก้ไขปัญหาแล้ว ขณะที่ ทอท.ได้ทำหนังสือถึงผู้ประกอบการให้เร่งแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จภายใน 90 วัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อสัญญากำหนดไว้

ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาว เรื่องการจัดหาผู้ประกอบการรายใหม่ ปัจจุบัน ทอท.ได้นำเสนอเรื่องนี้ไปยัง คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการพีพีพี)​ โดยอยู่ระหว่างพิจารณา หากผ่านการเห็นชอบจะนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และกลับเข้าสู่ขั้นตอนเปิดประกวดราคาในช่วงเดือน ม.ค. - ก.พ.2566 ดังนั้นคาดว่าจะได้ตัวผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาให้บริการเพิ่มเติมในเดือน มี.ค. 2566