background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

ศก.โลกปี 66 ส่อเค้าย่ำแย่เหมือนช่วงวิกฤตการเงินปี 52 เหตุสงครามยืดเยื้อ

ศก.โลกปี 66 ส่อเค้าย่ำแย่เหมือนช่วงวิกฤตการเงินปี 52 เหตุสงครามยืดเยื้อ

สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) คาดการณ์ว่า ศก.โลกในปี 2566 มีแนวโน้มอ่อนแอลงเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2552 ซึ่งเป็นปีที่เกิดวิกฤตการเงินโลก

สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2566 มีแนวโน้มอ่อนแอลงเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในปี 2552 ซึ่งเป็นปีที่เกิดวิกฤตการเงินโลก โดย IIF ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนมีความเสี่ยงที่จะบานปลายกลายเป็น "สงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น"

ทีมนักเศรษฐศาสตร์ของ IIF ซึ่งนำโดยนายโรบิน บรูกส์ และนายโจนาธาน ฟอร์จูน คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวเพียง 1.2% ในปี 2566 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับในปี 2552

"ความรุนแรงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ทั่วโลกนั้น จะขึ้นอยู่กับแนวโน้มของสงครามในยูเครน สมมติฐานเบื้องต้นของเราก็คือ การสู้รบจะยืดเยื้อออกไปจนถึงปี 2567 เมื่อพิจารณาจากการที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียยังคงดึงดันที่จะเอาชนะในสงครามครั้งนี้" ทีมนักเศรษฐศาสตร์ของ IIF กล่าว

ทั้งนี้ IIF ระบุว่า ผลกระทบของสงครามจะส่งผลให้เศรษฐกิจในภูมิภาคยุโรปชะลอตัวลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก โดยคาดว่า เศรษฐกิจยูโรโซนจะหดตัวลง 2% หลังจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจทรุดตัวลงอย่างมาก ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐนั้นคาดว่าจะขยายตัว 1%

ขณะที่เศรษฐกิจในลาตินอเมริกามีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่า โดยคาดว่าจะขยายตัวราว 1.2% เนื่องจากกลุ่มผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ในภูมิภาคนี้จะได้รับประโยชน์จากราคาอาหารและพลังงานที่สูงขึ้น
 

นอกจากนี้ IIF ระบุว่า จีนจะเป็นแรงขับเคลื่อนเดียวและเป็นแรงขับเคลื่อนใหญ่ที่สุดที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจโลกในปี 2556 เนื่องจากรัฐบาลจีนมีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นายโรบิน บรูกส์ ซึ่งเป็นหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IIF เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่เรียกร้องให้สกุลเงินยูโรมีค่ากับดอลลาร์สหรัฐแบบ 1:1

นอกจากนี้ เขายังเคยคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องว่าเงินเรียลของบราซิลจะแข็งค่าขึ้น ซึ่งทำให้เขามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในแวดวงผู้ใช้งานทวิตเตอร์