บาร์เคลย์หั่นคาดการณ์จีดีพีจีนปีหน้า เหตุส่งออกชะลอตัว-ตลาดอสังหาฯทรุด

บาร์เคลย์หั่นคาดการณ์จีดีพีจีนปีหน้า เหตุส่งออกชะลอตัว-ตลาดอสังหาฯทรุด

ทีมนักวิเคราะห์ของธนาคารบาร์เคลย์ซึ่งนำโดยนายเจียน ชาง และนายโจ อิงเค่อ ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปี 2566 ลงเหลือ 3.8% เมื่อพิจารณาจากความต้องการสินค้าจีนในตลาดโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง

ทีมนักวิเคราะห์ของธนาคารบาร์เคลย์ นำโดยนายเจียน ชาง และนายโจ อิงเค่อ ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปี 2566 ลงเหลือ 3.8% เมื่อพิจารณาจากความต้องการสินค้าจีนในตลาดโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยคาดว่าการส่งออกของจีนในปี 2566 จะลดลงราว 2% - 5% เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์เดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 1%

"การส่งออกสินค้าจีนไปยังตลาดโลกปรับตัวลงอย่างมากในปีนี้ บริษัทต่างชาติมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนการสั่งซื้อสินค้าจากจีนไปเป็นการสั่งซื้อจากบรรดาประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย ซึ่งรวมถึงเวียดนาม มาเลเซีย บังกลาเทศ และอินเดีย โดยเฉพาะสินค้าบางประเภทที่ต้องอาศัยแรงงาน" นักวิเคราะห์กล่าว
 

ทั้งนี้ บาร์เคลย์คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีนในปี 2566 จะขยายตัวเพียง 3.8% ซึ่งลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 4.5% เนื่องจากการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนทรุดตัวลงอย่างหนัก โดยคาดว่าการลงทุนในภาคส่วนนี้จะลดลงราว 8% - 10% เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระบุว่าการลงทุนจะลดลงไม่มากนัก

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนทรุดตัวลงอย่างมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลจีนออกมาตรการควบคุมบรรดาบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่กู้เงินจำนวนมากมาลงทุน ขณะที่ความต้องการซื้อบ้านของผู้บริโภคก็ทรุดตัวลงด้วย

การที่จีนใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค จนกระทั่งในสัปดาห์นี้มีข่าวลือว่าจีนอาจจะเปิดประเทศ ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นจีนพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่นักวิเคราะห์ของบาร์เคลย์มองว่า ต่อให้จีนกลับมาเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ การอุปโภคบริโภคและภาคบริการของจีนก็จะฟื้นตัวอย่างยากลำบาก เนื่องจากหนี้สินภาคครัวเรือนของจีนพุ่งขึ้นอย่างมาก

นอกจากบาร์เคลย์แล้ว สถาบันการเงินรายอื่น ๆ ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีนในปี 2566 ด้วยเช่นกัน โดยโนมูระปรับลดคาดการณ์จีดีพีจีนในปี 2566 ลงเหลือ 4.3% จากระดับ 5.1%

ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ปรับลดคาดการณ์จีดีพีจีนปี 2566 ลงเหลือ 4.3% จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 5.3%