วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

ส่งออก ‘หนูพุก’ โกยรายได้งาม ที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

ส่งออก ‘หนูพุก’ โกยรายได้งาม ที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

หนุ่มรับเหมาตกแต่งคอนโด เจอวิกฤตโควิด หันมาทำฟาร์มหนูพุกใหญ่พรหมพิราม ผลิตและแปรรูปขายหลากหลายเมนู อาทิ หนูอบโอ่งสมุนไพร แผ่นเนื้อหนูอบแห้ง ใช้แบรนด์ “Deecota” โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและพนักงานบริษัท ส่งขายทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศรายได้ดี

 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปวิสาหกิจชุมชนหนูพุกใหญ่พรหมพิราม เลขที่ 71/3 หมู่ 9 ตำบลดงประคำ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก มี นายมนตรี ชูกำลัง อายุ 41 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนูพุกใหญ่พรหมพิราม เปิดเผยว่า ก่อนที่จะทำฟาร์มหนู เติมเป็นผู้รับเหมาตกแต่งคอนโดอยู่ที่ กรุงเทพฯ กระทั่งเจอวิกฤตโควิด ทำให้ไม่สามารถอยู่ได้ จึงเดินทางกลับมาบ้านเกิดที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก แล้วมามองดูเรื่องการเลี้ยงหนูนา เพราะหนูธรรมชาติหายาก ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ ทั้งหนูนาดั้งเดิม หนูพุกเล็ก หนูพุกใหญ่ แล้วมาสรุปที่หนูพุกใหญ่ เนื่องจากว่าเป็นพันธุ์ลูกผสมจนทำให้หนูมีขนาดลำตัวที่ใหญ่ เน้นการทำฟาร์มให้ได้มาตรฐาน หลังจากเริ่มได้เลี้ยงหนูนา ประมาณ 5 เดือน ก็เริ่มแปรรูปเป็นหนูอบโอ่ง ขายในพื้นที่ จ.พิษณุโลก แล้วส่งขายออนไลน์ทั่วประเทศได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยใช้แบรนด์ “Deecota”

ขณะนี้ ได้ยื่นเรื่อง ขอ อย. กับทางสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก คาดว่าต้นปี 2566 นี้ อย.ผ่าน มีเป้าหมายเจาะตลาด ประเทศจีนและญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้เตรียมทำห้องชำแหละให้ได้มาตรฐาน สำหรับฟาร์มหนูของตน จะมีเจ้าหน้าที่ ตรวจพิษสุนัขบ้า ตรวจพยาธิ โรคฉี่หนู ทุก 3 เดือน ปัจจุบัน เลี้ยงเข้ามาปีที่ 2 พบว่ากระแสการขายหนูดีมากขึ้นเรื่อยๆ สามารถเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ สำหรับฟาร์มหนูของตนมีมาตรฐาน OTOP โดยมีหลายงานหน่วยงานเข้ามาสนับสนุน อาทิ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 2 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก

นายมนตรี กล่าวว่า สำหรับการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน เริ่มจากการรวมกลุ่ม 7 ครอบครัวผู้เลี้ยงหนูพุกใหญ่รวมกันจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนหนูพุกใหญ่พรหมพิราม โดยปัจจุบัน มีสมาชิกที่เลี้ยงหนูพุก 20 ราย ในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดสุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และพิจิตร โดยสมาชิกทั้ง 20 ราย จะเลี้ยงแล้วส่งผลผลิตให้กับตน ซึ่งมีการรับประกันราคารับซื้อไว้กิโลกรัมละ 130-150 บาท พร้อมกับทำตลาด หากมีองค์ความรู้ใหม่ๆก็จะมีการนำไปสอนให้กับลูกฟาร์ม เพื่อให้การผลิตเป็นมาตรฐานเดียวกัน ในแต่ละเดือนมีหนูออกมาประมาณ 600-1,000 กิโลกรัม แต่ว่าในช่วงฤดูฝนนี้อาหารถิ่นขายยาก ก็จะมีการรับซื้อหนูประมาณเจ้าละ 200 กิโลกรัม ปัจจุบันการขายปลีกก็ไม่เพียงพอขายเพราะความต้องการในท้องตลาดมีมาก เรื่องหนูล้นตลาดจึงไม่กังวลเพราะว่ามีการทำตลาดวงกว้าง การผลิตกับลูกฟาร์มผลิตเท่าไหร่ก็ขายได้หมด

ปัจจุบันลูกฟาร์มกว่า 50% เป็นผู้ที่เกษียณอายุราชการ ที่หันมาทำฟาร์มหนูพุกใหญ่ เป็นอาชีพเสริมรายได้ ส่วนการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก อาหารมีเพียงหัวอาหาร ข้าวโพด หญ้าหวานเนเปีย หญ้าหวานอิสราเอล เลี้ยงเพียง 3 เดือนก็ได้หนูที่มีขนาดน้ำหนักครึ่งกิโลกรัมแล้ว ส่วนพ่อแม่พันธุ์จะให้อาหารประมาณ 18-20% เพื่อไม่ให้อ้วนจนเกินไปจนมีผลต่อร่างกาย

สำหรับราคาขายหนูสด กิโลกรัมละ 250 บาท หนูอบโอ่งชั่งน้ำหนักก่อนอบ ราคากิโลกรัมละ 250-300 บาท โดยหนูที่อบแล้วน้ำหนักจะลดลงเหลือประมาณ 600 กรัม ซึ่งเป็นขนาดที่ ประเทศฮ่องกง นิยมจะประมาณ 3 ตัวต่อกิโลกรัม ซึ่งชาวฮ่องกง จะนำไปขายเฉลี่ยตัวละ 100 เหรียญฮ่องกง หรือตกตัวละประมาณ 476 บาทเลยทีเดียว

นอกจากหนูอบโอ่งแล้ว ยังได้แปรรูปเนื้อหนูอบแห้ง 100 % เป็นสินค้าที่ตอบโจทน์เป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น นักศึกษา และพนักงานออฟฟิต ซึ่งเนื้อหนูอบแห้ง จะทำเป็นแผ่นอบกรอบ บรรจุใส่กล่องๆละ 10 แผ่น น้ำหนักประมาณ 70 กรัมจำหน่ายกล่องละ 100 บาท นอกจากนี้ เวลาทำความสะอาดบ่อมูล สามารถนำมาทำปุ๋ยอัดเม็ดเหมาะสำหรับพืชให้ใบ ลำต้น จำหน่ายถุงละ 20 บาท ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม นับเป็นสินค้าโอท็อปที่สร้างชื่อให้ จ.พิษณุโลก

สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถติดต่อทางเพจ Deecota หนูพุกใหญ่พรหมพิราม หรือหากสนใจเป็นลูกฟาร์ม หรือสั่งสินค้าสามารถติดต่อ นายมนตรี ชูกำลัง อายุ 41 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนูพุกใหญ่พรหมพิราม โทรศัพท์ 099-359-6131