“ไอทีดี” เข้าข่ายขาดคุณสมบัติประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม คณะกรรมการคัดเลือกฯ ไม่สนข้อท้วงติง “สคร.-สำนักงบฯ” ชี้โดนโทษจำคุก “เปรมชัย” ขัดประกาศคุณสมบัติผู้ร่วมลงทุน แนะปรึกษาบอร์ดพีพีพี ผู้ว่า รฟม.เดินหน้าประกาศผลซอง 2 “บีอีเอ็ม-ไอทีดี” ผ่านทั้งคู่
การประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกรอบที่ 2 ยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าศาลปกครองกลางจะมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2565 ว่าการยกเลิกประมูลรอบ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และคดียังอยู่ในชั้นการอุทธรณ์
ในขณะที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เดินหน้าเปิดประมูลรอบ 2 โดยเปิดให้ยื่นซองเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2565 และบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ศาลเพิกถอนหรือยกเลิกประกาศเชิญชวนการประมูลรอบ 2 ที่ประกาศเมื่อเดือน พ.ค.2565 และยกเลิกเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (RFP)
การประมูลรอบ 2 ได้มีผู้ยื่นซอง 2 ราย คือ 1.บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จํากัด (มหาชน) หรือ BEM 2.ITD Group ประกอบด้วยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD และ Incheon Transit Corporation บริษัทเดินรถจากเกาหลีใต้
ทั้งนี้ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ที่ซื้อซองแต่ไม่ได้เข้าร่วมยื่นซองประมูล
นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการ รฟม.ลงนามประกาศลงวันที่ 7 ก.ย.2565 เรื่องประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาข้อเสนอซองที่ 2 (ข้อเสนอด้านเทคนิค) การคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดย รฟม.และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์)
รายงานข่าวจาก รฟม.ระบุว่า หลังจากนี้จะเข้าสู่การประเมินซอง 3 (การเงิน) และ รฟม.ประเมินว่าจะลงนามสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนได้ภายในปี 2565
สำหรับการประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนก่อนที่จะประกาศผลซอง 2 ได้มีการพิจารณาประเด็นคุณสมบัติของเอกชนที่เข้าร่วมโครงการร่วมลงทุนตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่องลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน พ.ศ.2562 ที่ระบุลักษณะเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 คือ
1.เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
2.กรณีที่เอกชนดังกล่าวเป็นนิติบุคคล กรรมการหรือผู้มีอำนาจในการจัดการของนิติบุคคลจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามเรื่องการรับโทษจำคุก
สำหรับประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการตั้งข้อสังเกตของนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ระบุผ่านเฟซบุ๊คว่า ประกาศเชิญชวนครั้งนี้ระบุคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอว่า ต้องไม่เป็นเอกชนหรือบุคคลที่มีลักษณะไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในกิจการของรัฐตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง ลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน พ.ศ.2562
“ไอทีดี” ขัดคุณสมบัติประมูล
นายสามารถ ระบุว่า ผู้ยื่นซองประมูลทั้ง 2 ราย ผ่านการพิจารณาข้อเสนอด้านคุณสมบัติ จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า รฟม.ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของ ITD อย่างละเอียดครบถ้วนหรือไม่ และ รฟม.ไม่รู้จริงหรือว่า ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ กรรมการคนหนึ่งของ ITD เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
รวมทั้งการที่ รฟม.ให้ ITD ผ่านการพิจารณาข้อเสนอด้านคุณสมบัติทั้งที่ ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ กรรมการคนหนึ่งของ ITD เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกนั้น รฟม.เห็นว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง ลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน พ.ศ.2562 เพื่อกำหนดลักษณะของเอกชนที่ไม่สมควรให้ร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน โดยเอกชนที่มีลักษณะดังกล่าว “ไม่มีสิทธิ์” ได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุนตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562
รายงานข่าวระบุว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนมีการทักท้วงประเด็นคุณสมบัติจากผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และผู้แทนสำนักงบประมาณ โดยเอกสารการประมูลระบุว่าคุณสมบัติผู้เข้าร่วมต้องเป็นไปตามประกาศ ซึ่งในกรณีนายเปรมชัย ได้เสนอให้มีการปรึกษาคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการ PPP) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน
ทั้งนี้ คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนเสียงข้างมากเห็นว่าให้ให้ผ่านการประเมินซองเอกสารไปก่อนจึงทำให้มีการประกาศผลผู้ผ่านการประเมินซอง 2 (เทคนิค) ดังกล่าว แต่ถ้าเหลือผู้ประมูลเพียง 1 ราย ก็สามารถดำเนินการประมูลได้ เพียงแต่อาจเข้าข่ายการกำหนดเงื่อนไขการประมูลที่กีดกันเอกชนรายอื่น
“เปรมชัย” เป็นกรรมการไอทีดี
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ณ วันที่ 7 ก.ย.2565 ของบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD มีกรรมการร่วม 9 คน ซึ่งรวมถึงนายเปรมชัย กรรณสูต ที่มีชื่อเป็นกรรมการด้วย โดยศาลฎีกามีคำพิพากษาจำคุกนายเปรมชัย 2 ปี 14 เดือน จากกรณีล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก
ทั้งนี้ หากคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนพิจารณาว่า ITD ขาดคุณสมบัติตามประกาศดังกล่าวจะทำให้การประมูลครั้งนี้เหลือ BEM เพียงรายเดียวทำให้ไม่เกิดการแข่งขันและไม่ทำให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุดตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)
สำหรับ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีวงเงินลงทุนรวม 145,265 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 14,621 ล้านบาท ค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ 40 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานโยธา 3,223 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานระบบรถไฟฟ้า 369 ล้านบาท ค่าก่อสร้างงานโยธา 96,012 ล้านบาท และค่างานระบบและขบวนรถ 31,000 ล้านบาท
โดยมีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร แบ่งเป็นส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี) ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร จำนวน 17 สถานี และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ) ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร จำนวน 11 สถานี





