background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

สศช.ชี้ 'คริปโต' บูมหนักกลุ่มคนรุ่นใหม่ มูลค่าซื้อขายพุ่ง 1.4 แสนล้าน

สศช.ชี้ 'คริปโต' บูมหนักกลุ่มคนรุ่นใหม่ มูลค่าซื้อขายพุ่ง 1.4 แสนล้าน

สศช.ตลาด “คริปโตเคอร์เรนซี” บูมหนักในกลุ่มคนรุ่นใหม่ มูลค่าซื้อขายกว่า 1.4 แสนล้านบาทต่อเดือน ชี้ความเสี่ยงยังสูงไม่มีการกำกับดูแล ไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน ถูกชี้นำได้ง่าย และกลโกงหลายรูปแบบ แนะศึกษารอบด้านก่อนลงทุน

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงภาวะสังคมไทยไตรมาส 2 ปี 2565 โดยระบุถึงการฟื้นตัวจาก COVID-19 อย่างชัดเจน สะท้อนจากการจ้างงานที่ปรับตัวดีขึ้น ผู้มีงานทำมีจำนวนทั้งสิ้น 39.0 ล้านคน ขยายตัวร้อยละ 3.1 รวมทั้งยังมีสถานการณ์ทางสังคมที่น่าสนใจ 3 เรื่อง ได้แก่

1. รู้จักรู้ทันผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

2. พฤติกรรมการลงทุนของคนรุ่นใหม่ในตลาด Cryptocurrency

3. การทำงานของผู้สูงอายุตอนต้น

โดยประเด็นของพฤติกรรมการลงทุนของคนรุ่นใหม่ในตลาด Cryptocurrency สศช.รายงานว่า ปัจจุบันคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือสกุลเงินดิจิทัล เป็นสินทรัพย์ที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ เข้ามาลงทุน และหาผลตอบแทนจากมูลค่าที่ปรับตัวสูงขึ้นมากในระยะเวลาอันสั้น โดยจำนวนผู้ครอบครองคริปโตฯ เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2564

สำหรับประเทศไทยจากข้อมูลของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล พบว่า จำนวนบัญชีซื้อขายคริปโตฯ ปี 2564 เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน และจากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่า ปี 2564 มีมูลค่าการซื้อขายคริปโตฯ ในไทยเฉลี่ยประมาณ 1.4 แสนล้านบาทต่อเดือน

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาพฤติกรรมการลงทุนในตลาดคริปโตฯ ของคนไทย มีประเด็นที่น่ากังวล ดังนี้

1. ผู้ลงทุนในคริปโตฯ ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างผลกำไรที่สูงในเวลาที่รวดเร็ว

2. 1 ใน 5 ของผู้ลงทุน ในคริปโตฯ ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับคริปโตฯ น้อย และร้อยละ 25 ใช้สัญชาตญาณ ในการตัดสินใจลงทุน

3. มากกว่า 1 ใน 4 ของคนรุ่นใหม่ที่ลงทุนในคริปโตฯ ลงทุนเพื่อความสนุก บันเทิง และเข้าสังคม

4. นักลงทุน คริปโตฯ มากกว่าครึ่งหนึ่งใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศ ซึ่งไม่สามารถกำกับดูแลได้ จากพฤติกรรมข้างต้นสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการลงทุนของนักลงทุนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ทั้งนี้การลงทุนเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน แต่ผู้ลงทุนต้องศึกษาหาความรู้ให้รอบด้านก่อนการตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะสินทรัพย์ประเภทนี้ซึ่งมีความเสี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์มากกว่าประเภทอื่นมาก

โดยความเสี่ยงที่สำคัญ คือ

1. ไม่มีการกำกับดูแลตามกฎหมาย สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการกำกับดูแลเรื่องการออกเสนอขาย คริปโตฯ และคุ้มครองผู้ลงทุนในคริปโตฯ ที่ทำการซื้อ/ขาย ผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียน ในประเทศไทยได้

2. ไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (ยกเว้น Stablecoin บางชนิด) ทำให้เมื่อเกิดการด้อยค่า ผู้ที่เป็นเจ้าของจะไม่มีหลักประกันใดๆ เลย อาทิ กรณีเหรียญ Terra Classic ที่เคยมีมูลค่าสูงถึง 3,903 บาท/เหรียญ ในเดือนเมษายน 2565 และตกลงมาเหลือเพียง 0.003 บาท/เหรียญ ในเดือนถัดมา

3. ตลาดคริปโตฯ ถูกชี้นำได้ง่าย โดยการเปลี่ยนแปลงของราคา คริปโตฯ เกิดขึ้นจากความต้องการที่ถูกชี้นำจากข่าวสาร แทนการเปลี่ยนแปลงของ ปัจจัยพื้นฐาน (งบการเงิน และผลประกอบการ) และคริปโตฯ ยังสามารถปั่นราคาสินทรัพย์ (Pump and Dump) ได้ง่าย และควบคุมได้ยาก

4. ตลาดคริปโตฯ มีการหลอกลวง และการโกงหลายรูปแบบ อาทิ การหลอกให้ผู้ใช้ กรอกรหัสผ่านลงในเว็บไซต์ปลอมและขโมยบัญชีผู้ใช้ไปใช้งาน หรือเพื่อขโมยเหรียญคริปโตฯ การชักชวนลงทุนจูงใจ ว่าสามารถทำกำไรได้แบบเกินจริง ขณะที่การ rug pull ที่เป็นการโกงรูปแบบหนึ่งเกิดจากการที่นักต้มตุ๋นทำทีว่า มีการพัฒนาโครงการเหรียญคริปโตฯ ใหม่ๆ เข้ามาในตลาดเพื่อต้องการหลอกล่อให้นักลงทุนเข้ามาซื้อขาย 6 ก่อนที่จะเทขายทิ้ง หรือฉ้อโกงเงินในระบบและส่งผลให้เหรียญนั้นไร้มูลค่า

ดังนั้น ผู้ต้องการลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจตลอดจนประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน หากต้องการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้ ขณะเดียวกัน ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มีและเลือกลงทุนอย่างไม่ประมาท เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียเช่นในต่างประเทศ ที่มีการฆ่าตัวตายจากการสูญเงินลงทุนในคริปโตฯ แล้วกว่า 22 ราย