'สเตเบิลคอยน์' บูม รับอานิสงส์ 2 เด้ง โตสวนกระแส 'บิตคอยน์'

'สเตเบิลคอยน์' บูม รับอานิสงส์ 2 เด้ง โตสวนกระแส 'บิตคอยน์'

‘บิตคอยน์’ (BTC) เหรียญที่มีมูลค่าตลาด (มาร์เก็ตแคป)สูงสุด และเป็นเหรียญแรกที่ทำให้เกิดนิยามคำว่า ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ เป็นระบบบล็อกเชน มีความแข็งแรงที่สุด ปัจจุบันมีสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ เกิดขึ้นกว่า 1 หมื่นสกุล สินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเราเรียกว่า ‘อัลท์คอยน์’ (Altcoin)

หนึ่งในนั้นคือ เหรียญสเตเบิลคอยน์ในประเภทต่างๆ ที่มีมูลค่าคงที่ด้วยการอิงราคาจากทรัพย์สินต่างๆ เช่น ทองคำ สกุลเงินดอลลาร์ หรือแม้แต่การเอาสินทรัพย์มาวางค้ำประกัน

ในปีนี้ภาวะตลาดคริปโทเคอร์เรนซี เป็นขาลงต่อเนื่อง ทำให้ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลงถึง 70% จากจุดสูงสุดในเดือนพ.ย.2564 ทำให้นักลงทุนบางส่วนหันไปลงทุนในเหรียญสเตเบิลคอยน์จากผันผวนต่ำ และยังได้รับผลตอบแทนตามค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น

'สเตเบิลคอยน์' บูม รับอานิสงส์ 2 เด้ง โตสวนกระแส 'บิตคอยน์'

จากดัชนีมูลค่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลคอยน์มาร์เก็ตแคป พบว่า บิตคอยน์มีสัดส่วนลดลงอยู่ที่ 40.43% หรือราว 4.6 แสนล้านดอลลาร์ ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมดในเดือนก.ค. ซึ่งลดลง 14.8% ต่ำที่สุดในรอบ 6 เดือนนับตั้งแต่ต้นปี 2565 และลดลง 43.76% จากปี 2563 ที่บิตคอยน์ มีสัดส่วน 71.89%ของมาร์เก็ตแคปตลาดคริปโทฯ ที่กำลังเผชิญกับการแข่งขันครั้งใหม่จาก ‘อัลท์คอยน์’

สำหรับเหรียญ‘อีเธอเรียม’ (Etherium) ครองสัดส่วนมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 18.94% หรือราว 2.3 แสนล้านดอลลาร์ของมูลค่ามาร์เก็ตแคปรวมทั้งหมด เพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ขึ้นมาครองอันดับที่ 2 ของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2559 และคาดว่าจะสามารถรักษาอันดับ 2 ของตลาดจากการเติบโตต่อเนื่องหลังพัฒนาบล็อกเชนเลเยอร์ 2 ที่เรียกว่า “เดอะเมิร์ช” (The Merge) ที่ช่วยให้การทำธุรกรรมของระบบรวดเร็วขึ้น คาดว่าจะเสร็จสิ้นในไตรมาส 3 ของปี 2565 นี้

โดยราคาบิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ปรับตัวลดลงแรงหลังเหตุการณ์เทอร่า-ลูน่า หรือเทอร่า คลาสสิก (LUNC) เกิดขึ้นแต่ตลาดอัลท์คอยน์ปรับตัวสูงขึ้น เติบโตสวนทางตลาดคริปโทเคอรร์เรนซีในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาพร้อมทั้งมีการสร้างโปรเจกต์เหรียญอัลท์คอยน์ใหม่ๆ หลังจากอุตสาหกรรมคริปโทเฟื่องฟู

ในขณะที่เหรียญสเตเบิลคอยน์ หนึ่งในเหรียญอัลท์คอยน์กลับเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้มากขึ้น ซึ่งเหรียญ 'ธีเทอร์' (Tether) ครองอันดับ 1 ของเหรียญสเตเบิลคอยน์ ที่อิงสินทรัพย์เป็นสกุลเงิน 1 เหรียญ เท่ากับ 1 ดอลลาร์ 

สามารถครองมาร์เก็ตแคปใหญ่เป็นอันดับ 3 ของสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดคิดเป็น 6.11% ของมูลค่าตลาดรวม หรือราว 6.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.3% จากเดือนพ.ค.2565 ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุโปรเจกต์เทอรร่าล่มสลายและมีมูลค่าตลาดขึ้นสูงถึง 8.12% ในเดือนมิ.ย.

รวมทั้งเหรียญสเตเบิลคอยน์ ‘ยูเอสดีซี’ (USDC) เหรียญสเตเบิลคอยน์ที่อิงสินทรัพย์เป็นสกุลเงิน 1 เหรียญ เท่ากับ 1 ดอลลาร์

คิดเป็น 4.99% หรือราว 5.3 แสนล้านดอลลาร์ ของมูลค่าตลาดรวมทั้งหมดอยู่ในอันดับที่ 3 ของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์