วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

Sideways Up ซื้อเก็งกำไร KBANK BDMS TFG (24 ส.ค. 2565)

Sideways Up ซื้อเก็งกำไร KBANK BDMS TFG (24 ส.ค. 2565)

คาดดัชนีฯ Sideways Up แนวต้าน 1,642 / 1,650 จุด แนวรับ 1,621 / 1,612 จุด แนะนำ ซื้อเก็งกำไร KBANK BDMS TFG ทางเทคนิค การฟื้นตัวของดัชนีฯ วานนี้ ส่งผลบวกต่อโมเมนตัมขาขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 1,650 จุด โดยมีจุด Stop Loss ที่ 1,612 จุด (EMA 200 วัน)

โมเมนตัมบวก คือ การพยายามหนุนดัชนีฯ ของนักลงทุนต่างชาติ ผ่านแรงซื้อหุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ หลังจากถือครอง Position SET50 Index Futures สูงถึง 2 แสนสัญญา ในช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา และการจัดงาน Thailand Focus ของตลาดฯ ไฮไลท์วันนี้ คือ การพิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของนายกฯ ประยุทธ์ (รับพิจารณาและยังคงให้นายกฯ ประยุทธ์ทำหน้าที่ได้ต่อไปหรือไม่) รายงานดุลการค้าเดือน ก.ค. ของไทย รายงานยอดขายสินค้าคงทน และ Pending Home Sales เดือน ก.ค. ของสหรัฐฯ และการส่งสัญญาณ Earnings Guidance ของบจ. ในงาน Opportunity Day

 

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ

+ KTX Portfolio: พอร์ต Big Cap แนะนำ GULF CRC AWC TCAP JMT CENTEL AOT PTG KKP CPN MINT KTB BDMS (ขาย BH) พอร์ต Mid-Small Cap แนะนำ KSL RS SYNEX TWPC SAT TMT PORT TK (ขำย DOD)

+ Daily Recommendations: KBANK (รับโมเมนตัมเชิงบวกระยะสั้น จากการปรับขึ้นของ Bond Yield) BDMS (ได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มผู้ป่วยต่างชาติที่สูงขึ้น และค่าเงินบาทที่อ่อนค่า) TFG (ราคาเนื้อไก่และหมูยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ประกอบกับค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าหนุนรายได้กลุ่มส่งออก)

+ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับสูงขึ้นของ Bond Yield: KBANK BLA TIPH

+ หุ้นกลุ่มได้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท: TFG BH BDMS

 

ปัจจัยบวก

+/- การเมือง: คาดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีการพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องของรัฐสภาวันนี้ เกี่ยวกับอายุการทำงานของนายกฯ ประยุทธ์ครบกำหนด 8 ปีแล้วหรือไม่ (มีโอกาสสูงที่ศาลฯ มีคำสั่งรับพิจารณา และยังคงอนุญาตให้นายกฯ ทำหน้าที่ได้ต่อไป ระหว่างรอการพิจารณา)

+ Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 +4,790.37 ล้านบาท (สะสม 13 วัน ซื้อสุทธิ +49,198.12 ล้านบาท) ส่วนตลาดอนุพันธ์ เปิด Short SET50 Index Futures +4,388 สัญญา (สะสมตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. เปิด Long สะสม +193,285 สัญญา)

 

ปัจจัยลบ

- XD Effect: วันนี้จะมีผลต่อดัชนีฯ -1.69 จุด โดยบจ. ที่มีผลกระทบต่อดัชนีฯ สูงสุด คือ INTUCH SPRC CHG PSH JMT เป็นต้น ส่วนวันพรุ่งนี้มีผลลบต่อดัชนีฯ -0.47 จุด นำโดย LH BH

 

ประเด็นสำคัญ

- Opportunity Day: PF TVDH FPI BEC LEO APP EPG SMD HARN BCP KK CRD HL NCL

- Thailand: งาน Thailand Focus “The New Hope: วันที่ 24-26 ส.ค.

- Thailand: ดุลการค้าเดือน ก.ค. คาดขาดดุล -USD1.5bn. (Vs เดือน มิ.ย. -USD1.53bn.)

- USA: ยอดขายสินค้าคงทนเดือน ก.ค. คาด +0.6% MoM (vs เดือน มิ.ย.+0.9% MoM)

- USA: ยอดขายบ้านเดิม Pending Home Sales เดือน ก.ค. คาด -4% MoM (Vs เดือน มิ.ย. -8.6% MoM)

 

Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

+ ตลาดหุ้นไทยปิดบวก สวนทางกับการร่วงลงของตลาดหุ้นภูมิภาค: ดัชนีฯ ร่วงลงไปต่ำสุดในช่วงเปิดตลาดที่ 1,609.81 จุด –6.01 จุด ก่อนปรับตัวสูงขึ้นตลอดการซื้อขาย และปิดตลาดที่ 1,633.57 จุด +17.75 จุด วอลุ่มซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็น 7.61 หมื่นล้านบาท นำขึ้นโดยกลุ่มการแพทย์ +4.25% ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +3.82% ประกันภัยและประกันชีวิต +1.2% พลังงานและสาธารณูปโภค และธนาคาร +1.17% หุ้นบวก >4% BANPU DELTA PRINC LANNA MORE AGE ARIN SEAOIL TFG INSURE LDC KWM หุ้นลบ >4% TGE FSMART MVP TC SR

 

 

 

- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปิดลบ: DJIA -0.47% S&P500 -0.22% NASDAQ -0.00% (-0.27 จุด) เป็นผลจากการกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลัง S&P Global Composite PMI เบื้องต้น เดือน ส.ค. ลดลงสู่ระดับอ่อนแอสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2020 (45 Vs เดือน ก.ค. 47.7) ขณะที่นักลงทุนบางส่วนขายหุ้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงก่อนงานสัมมนา Jackson Hole นำลบโดยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มเฮลธ์แคร์ (อเมริกัน เรียลตี้ อินเวสเตอร์ส -2.24%, หุ้น แอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส -1.34% และยูไนเต็ดเฮลธ์ -1.61%) ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคฯ เช่น Zoom -16.54% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์ผลกำไรและรายได้ปี 2022 ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดลบต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 CAC40 -0.26% DAX -0.27% FTSE -0.61% จากความกังวลเกี่ยวกับปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงาน และประมาณการ S&P Global Composite PMI เดือน ส.ค. ของยูโรโซน ปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า (49.2 Vs เดือน ก.ค. ที่ 49.9)

+ ราคาน้ำมันและทองปิดบวก: WTI +USD3.38 ปิดที่ USD93.74/บาร์เรล Brent +USD3.74 ปิดที่ 100.22/บาร์เรล หลังซาอุดีอาระเบียนำเสนอแนวคิดให้โอเปคพลัสปรับลดกำลังผลิต ในกรณีที่น้ำมันดิบอิหร่านหวนคืนสู่ตลาด ส่วนราคาทองคำกลับมาปิดบวก +USD12.80 ปิดที่ USD1,761.20/อออนซ์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังตลาดหุ้นผันผวน

 

ประเด็นสำคัญ

+ AOT: เผยจำนวนผู้โดยสารในเดือน เม.ย.-ก.ค. เติบโตสูงถึง +15.% MoM โดยผู้โดยสารต่างชาติเพิ่มขึ้น 35% MoM และผู้โดยสารในประเทศเพิ่มขึ้น 11% MoM และคาดว่าจะมีข่าวดีจากทางการประเทศจีน (CAAC) เสนอเพิ่มเที่ยวบินเข้าไทย จาก 3 เที่ยว/สัปดาห์ เป็น 15 เที่ยว/สัปดาห์ ทั้งนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) กำลังเตรียมข้อมูลกับสายการบินไทย ซึ่งน่าจะพร้อมยื่นแผนให้ CAAC ได้ต้นเดือนหน้า และคาดว่าจะเริ่มเห็นเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่เดือน ต.ค. 2022 ถึงแม้ว่านี่เป็นการสนับสนุนการเดินทางเพื่อธุรกิจ แต่จำนวนเที่ยวบินที่มากขึ้นจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อภาคท่องเที่ยวไทย

+ Thailand: สินเชื่อเดือน ก.ค. 2022 ของ 8 ธนาคารขนาดใหญ่ ปรับสูงขึ้น +0.7% MoM เป็น 11 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% MoM โดยธนาคารที่มีสินเชื่อเพิ่มขึ้นสูงสุด ได้แก่ BBL +1.4% MoM รองลงมา คือ KBANK +1.1% MoM เป็นผลจากสินเชื่อรายใหญ่ที่กลับมาฟื้นตัวได้ดี และ KKP +1.0% MoM จากสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ธนาคารที่มีสินเชื่อโตเติบโตน้อยสุด ได้แก่ KTB และ TTB +0.1% MoM จากสินเชื่อภาครัฐที่มีการชำระคืนจำนวนมากและสินเชื่อ SME ปรับลดลง

+ Thailand: ที่ประชุมสภาผู้แทนรำษฎร ได้ลงมติเห็นชอบหลักการร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวาระที่ 2 และ 3 ด้วยคะแนน 258 ต่อ 180 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง หลังใช้เวลาในการพิจารณา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกรรมาธิการฯ ด้วยคะแนนเสียง 409 ต่อ 2 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนน 2 เสียง

- USA: เฟด สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัว 1.6% ในไตรมาส 3 โดยตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวต่ำกว่าระดับ 1.8% ที่มีการระบุก่อนหน้านี้

- USA: สหรัฐฯ รายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่ดิ่งลง -12.6% MoM สู่ระดับ 511,000 ยูนิต ในเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2016 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 575,000 ยูนิต จากระดับ 585,000 ยูนิต ในเดือน มิ.ย. โดยเมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านใหม่ทรุดตัวลง -29.6% YoY ในเดือน ก.ค.

แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: BH AH TFG

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: KBANK BDMS TFG

Derivatives: แนะรอเปิด Long S50U22 เมื่ออ่อนตัว