background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

Sideways Up เก็งกำไร SC BBL CPF (10 ส.ค. 2565)

Sideways Up เก็งกำไร SC BBL CPF (10 ส.ค. 2565)

คาดดัชนีฯ Sideways Up แนวต้าน 1,630 / 1,640 จุด แนวรับ 1,611 / 1,600 จุด แนะนำ เก็งกำไร SC BBL CPF ทางเทคนิค ดัชนีฯ มีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้นไปปิด GAP ที่ 1,630 จุด ซึ่งเปิดไว้เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. หลังจากวานนี้สามารถทะลุแนวต้านสำคัญ 1,611 จุด (EMA 200 วัน) ขึ้นมาได้

โมเมนตัมเชิงบวก คือ แรงซื้อต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ บนคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังมีสัญญาณฟื้นตัวดีต่อเนื่อง อิงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจสูงถึง 9-10 ล้านคน จากเดิม 5-6 ล้านคน ส่วนไฮไลท์สำคัญอื่น ๆ คือ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.ค. ของสหรัฐฯ (คาด Peak Out) และจีน, การประชุมกนง. (ตลาดคาดปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพียง 0.25% สู่ระดับ 0.75% ในการประชุมบ่ายวันนี้ และส่งสัญญาณไม่เร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง) และรายงานกำไรของบจ. ไทย

 

กลยุทธ์ลงทุน แนะนำ

+ KTX Portfolio: พอร์ต Big Cap แนะนำ GULF CRC AWC TCAP JMT CENTEL BH BEM AOT KKP CPN MINT KTB BDMS MAJOR (ซื้อ EA) พอร์ต Mid-Small Cap แนะนำ AH AJ DOD KSL NYT RS SYNEX TWPC SAT TMT WICE PORT TK (ขาย SFT ซื้อ SYNEX)

+ หุ้นที่เคยได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของยิลด์พันธบัตร: MTC SINGER THANI TIDLOR

+ หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ: SINGER SAWAD JMT CBG OSP

+ กลุ่มโรงไฟฟ้าได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นค่า FT และราคาน้ำมันที่ลดลง: BGRIM GPSC GULF

+ Daily Recommendations: SC (Consensus คาดกำไรเติบโตทั้ง YoY และ QoQ) BBL (คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของกนง.) CPF (ราคาหมูทั้งในและต่างประเทศยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง)

 

ปัจจัยบวก

+ Thailand: ผลประชุมกนง. วันนี้ คาดว่าที่ประชุมกนง. จะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว หลังจากเงินเฟ้อเดือน ก.ค. ลดลงจาก 7.66% YoY สู่ระดับ 7.61% YoY โดยตลาดคาดว่ากนง. จะมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เท่านั้น ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคารใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง BBL SCB แต่เป็นลบต่อหุ้นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เงินทุนและหลักทรัพย์ หากธนาคารพาณิชย์ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในทิศทางเดียวกัน

 

+ Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติวานนี้ ยังคงซื้อสุทธืในตลาดหุ้นไทย +3,187.23 ล้านบาท และเปิดสถานะ Long สุทธิ ในตลาด TFEX สูงถึง +30,210 สัญญา (สะสมตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. จนถึงปัจจุบัน พบว่า เปิด Long สะสมแล้วสูงถึง 166,916 สัญญา)

 

ปัจจัยลบ

- USA: ตลาดรอตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.ค. ของสหรัฐฯ ซึ่งหากออกมาสูงกว่าที่คาด +8.8% YoY (Vs เดือน มิ.ย. +9.1% YoY) จะทำให้เฟดมีโอกาสเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนบางส่วนมีแนวโน้มขายทำกำไรหรืออยู่นอกตลาด เพื่อรอความชัดเจน

 

ประเด็นสำคัญ

- 2Q22E Earnings Results: AWC BJC CPALL IVL KEX PTTGC QH SC และ SINGER

- China: เงินเฟ้อเดือน ก.ค. คาดเติบโต +2.9% YoY (Vs เดือน มิ.ย. +2.5% YoY)

- USA: เงินเฟ้อเดือน ก.ค. คาดขยายตัวลดลงเป็น +8.8% YoY และ +0.5% MoM (Vs เดือน มิ.ย. +9.1% YoY และ +0.7% MoM)

- USA: สต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ คาดลดลง -4 แสนบาร์เรล (Vs สัปดาห์ก่อน +4.46 ล้านบาร์เรล)

 

Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

+ ตลาดหุ้นไทยปิดบวกต่อเนื่อง: ดัชนีฯ ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เปิดทำการ และแกว่งตัวในแดนบวกได้ตลอดทั้งวัน ก่อนปิดตลาดที่ 1,618.80 จุด +9.93 จุด วอลุ่มซื้อขาย 5.7 หมื่นล้านบาท นำบวกโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +4.75 กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม +0.82% กลุ่มธนาคาร +0.64% กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค +0.24% หุ้นบวก >4% DELTA TSR CKP KWI JDF ATP30 TRV TNITY IIG EFORL TPS FSS หุ้นลบ >4% JTS CPH NCAP MSC SCM SPACK MICRO D TVDH ASN CPL

 

+/- หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ ส่วนยุโรปปิดผสมผสาน: DJIA -0.18% S&P500 -0.42% NASDAQ -1.19% ท่ามกลางการแกว่งตัวในกรอบแคบ ๆ เพื่อรอลุ้นรายงาน เงินเฟ้อเดือน ก.ค. ที่จะประกาศวันพุธนี้ และนำลงโดยกลุ่มเทคฯ หลัง Micron Technology -3.7% ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการ ส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิปรายอื่น ๆ เช่น NVIDIA -3.9% AMD -4.5% ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดคละ CAC40 -0.53% DAX -1.12% FTSE +0.08% จากแรงขายลดความเสี่ยงก่อนรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ วันพุธนี้ นำลงโดยหุ้นกลุ่มอิงเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มรถยนต์ กลุ่มเหมืองแร่

+/- ราคาน้ำมันดิบปิดลบ ส่วนทองคำปิดบวก: WTI -26 เซนต์ ปิดที่ USD90.50/บาร์เรล Brent -34 เซนต์ ปิดที่ USD96.31/บาร์เรล แม้ราคาน้ำมันดิบจะปรับขึ้นแรงในช่วงแรกของการซื้อขาย หลังยูเครนระงับการส่งน้ำมันของรัสเซียไปยังยุโรปตะวันออก เนื่องจากไม่ได้รับเงินค่าธรรมเนียมขนส่งน้ำมันจากรัสเซีย แต่อ่อนตัวลงในเวลาต่อมา หลังมีรายงานว่าอิหร่านอาจกลับมาส่งออกน้ำมันได้ 1-1.5 ล้านบาร์เรล ภายในเวลา 6 เดือนข้างหน้า หากอิหร่านและชาติมหาอำนาจตะวันตกบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ EU ได้จัดทำร่างข้อเสนอฉบับสุดท้ายในการรื้อฟื้นข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 โดยคาดว่าทั้ง 2 ฝ่าย จะทำการตัดสินใจ ครั้งสุดท้ายได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ส่วนราคาทองคำ +USD7.10 ปิดที่ USD1,812.30/ออนซ์ ปิดสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงิน USD และแรงซื้อทองคำในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

 

ประเด็นสำคัญ

+ USA: มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และฟิทช์ เรทติ้งส์ คาดการณ์ว่าร่างกฎหมายว่าด้วยการปรับลดเงินเฟ้อ (Inflation Reduction Act) ที่เพิ่งผ่าน ความเห็นชอบจากวุฒิสภาสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 ส.ค.) ซึ่งมีเป้าหมายที่จะต่อสู้กับภาวะโลกร้อน, ปรับลดราคายา และปรับขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลบางประเภทนั้น จะทำให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ปรับตัวลงในระยะกลางจนถึงระยะยาว และจะช่วยลดการขาดดุลของสหรัฐฯ ด้วย

+ China: สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ออกบทวิเคราะห์โดยระบุว่า ในช่วงไม่กี่วันมานี้กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) พยายามสร้างภาวะ "นิวนอร์มัล" (New Normal) ให้แก่ไต้หวัน ภายหลังจากที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวัน ด้วยการจัดซ้อมรบในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการรุกล้ำเส้นกึ่งกลางของช่องแคบไต้หวันหลายครั้งและการซ้อมยิงขีปนาวุธข่มขู่ จนทำให้พื้นที่กันชนระหว่างสองดินแดนแห่งนี้ที่ช่วยรักษาสันติภาพมาหลายทศวรรษต้องหดตัวลง

- Ukrain: ทรานสเนฟท์ (Transneft) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันของรัสเซีย เปิดเผยว่า ยูเครนได้ระงับการส่งน้ำมันของรัสเซียไปยังยุโรปตะวันออกผ่านท่อส่งทางตอนใต้ของประเทศ เนื่องจากยูเครนยังไม่ได้รับค่าธรรมเนียมการขนส่งน้ำมันเป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์ โดยมีสาเหตุจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก ทั้งนี้ ยูเครนได้ระงับการส่งน้ำมันของรัสเซียผ่านท่อส่ง Druzhba ซึ่งมีการขนส่งน้ำมัน 250,000 บาร์เรล/วัน ส่งผลให้ฮังการี สาธารณรัฐเชก และสโลวาเกียไม่ได้รับน้ำมันดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. เนื่องจากรัสเซียไม่สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมขนส่งน้ำมันให้แก่ยูเครน โดยถูกสกัดกั้นจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก

แนะนำาTrading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: BEM MAJOR ADVANC

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: SC BBL CPF

Derivatives: แนะ Wait&see หลังปิด Long ทำกำไรไปแล้ว