background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

แกว่งตัว รอผล FOMC (วันที่ 27 กรกฎาคม 2565)

แกว่งตัว รอผล FOMC (วันที่ 27 กรกฎาคม 2565)

ตลาดหุ้นวานนี้ SET ปิดลบ 7 จุด นักลงทุนทยอยขายลดความเสี่ยงก่อน FED Meeting และ สหรัฐประกาศ GDP 2Q22 ในวันพฤหัสบดีนี้ หุ้นหลายบริษัทมีปัจจัยกดดันเฉพาะตัว

อาทิ IVL กังวลธุรกิจในยุโรปได้รับผลกระทบหลังราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐและยุโรปพุ่งแรง, SCGP มีแรงขายหลังประกาศงบ 2Q22 มีกำไรสุทธิลดลง 18%qoq และ MINT ลดลงกังวลโรคฝีดาษลิงในยุโรป

 

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้     

ประเมิน SET แกว่งตัว 1,545 - 1,560 จุด โดยดัชนีถูกกดดันจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐลดลงต่อเนื่องจากความกังวลภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัว , แรงขายก่อนการประชุม FOMC ที่คาดว่าขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% เป็น 2.5% รวมถึงการลดความเสี่ยงก่อนหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย อย่างไรก็ตามแรงซื้อหุ้นที่มีข่าวเฉพาะตัวและหุ้นงบ 2Q22 เติบโตจะช่วยหนุนให้ดัชนีสลับรีบาวด์ขึ้นได้

 

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

         GPSC BGRIM GULF RATCH SCGP SCC EPG  อานิสงส์ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง

         MTC SAWAD KTC AEONTS ASK กลุ่มไฟแนนท์อานิสงส์ US Bond yield อ่อนตัวลง

        กลุ่มหุ้นที่คาดว่างบ 2Q22 เติบโต CKP GFPT TFG PTTEP TOP SPRC BANPU SNNP BEM CPN CENTEL

 

หุ้นแนะนำวันนี้

BANPU (ปิด 13.10 ซื้อ/เป้า 17 บาท) คาดมีกำไรสุทธิ 2Q22 ที่ 8.6 พันล้านบาท ลดลง 16%qoq แต่เพิ่มขึ้น 6 เท่าตัวเมื่อเทียบ yoy วันนี้มี Sentiment จากราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐที่ยังพุ่งขึ้น เช่นเดียวกับราคาถ่านหินพุ่งแตะระดับ 440$/ton (+7%)

ADVANC (ปิด 198 ซื้อ/เป้า 253 บาท) กำไรยังแกร่ง เราคาด ADVANC จะมีกำไรสุทธิ 2Q22 ประมาณ 6.6 พันล้านบาท ทรงตัว yoy แต่เพิ่มขึ้น 5%qoq วันนี้มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวจากข่าว ศาลปกครองกลางพิพากษาเพิกถอนคําชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการโดย ADVANC ไม่ต้องชำระเงิน 3.1 หมื่นล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยให้กับทาง NT

 

 

 

 

บทวิเคราะห์วันนี้

ADVANC (ปิด 198 ซื้อ/เป้า 235 บาท), SCGP (ปิด 51.75 ถือ/เป้า 62 บาท)

 

ประเด็นสำคัญวันนี้

(-) IMF มองลบปรับลดคาดการณ์ ศก.โลกทั้งในปีนี้และปีหน้า: IMF ปรับลดคาดการณ์ ศก.โลกในปีนี้และปีหน้าเป็นขยายตัว 3.2% และ 2.9% จากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 3.4% และ 3.6% ตามลำดับ นอกจากนี้ IMF ยังเตือนว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย ท่ามกลางความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่รุนแรงกว่าคาด รวมทั้งมีผลกระทบจากการที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครน

(-) กลุ่มน้ำมัน – น้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลง 1.72 ดอลลาร์ จากข่าวสหรัฐเตรียมระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองเพิ่ม: ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.72 ดอลลาร์ (+1.8%) ปิดที่ 94.98 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากมีข่าวว่าสหรัฐจะระบายน้ำมันในคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) เพิ่มอีก 20 ล้านบาร์เรล จากแผนเดิมที่จะมีการระบายน้ำมันจำนวน 180 ล้านบาร์เรลเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ค. จนถึง ต.ค. 2022 (เฉลี่ย 1 ล้านบาร์เรลต่อวันหรือคิดเป็น 1% ของทั่วโลก)

(+) ครม.อนุมัติมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อและบรรเทาภาระค่าครองชีพหลายมาตรการ: วานนี้ที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการคนละครึ่งเฟส 5 วงเงิน 21,200 ล้านบาท และมาตรการเพิ่มงบให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเฟส 5 และ กลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ เฟสที่ 3 รวมวงเงิน 6,228 ล้านบาท ประเมินผลกระทบในด้าน ศก. มีไม่มากเนื่องจากเม็ดเงินทั้ง 3 มาตรการคิดเป็น 0.17% ของมูลค่า GDP รวม อย่างไรก็ตามมองว่ามาตรการดังกล่าวจะเป็นบวกต่อประชาชนในการลดภาระค่าครองชีพ และหุ้นที่จะได้ประโยชน์คือ TNP KK และ MAKRO