วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

‘UNO! Coffee’ ขายดีวันละ ‘10,000 แก้ว’ เปิดมา 8 เดือน มี 14 สาขา มั่นใจราคาดี-คนกินกาแฟทุกวัน

‘UNO! Coffee’ ขายดีวันละ ‘10,000 แก้ว’ เปิดมา 8 เดือน มี 14 สาขา มั่นใจราคาดี-คนกินกาแฟทุกวัน

แกะสูตร “UNO! Coffee” เปิดไม่ถึงปี ขยายไปแล้ว 14 สาขา ตั้งเป้าสเกลธุรกิจตั้งแต่วันแรก ขายกาแฟต้องทำราคาดี-คนซื้อกินได้ทุกวัน เฉลี่ยขายได้ 800 แก้ว/วัน/สาขา แผนปีนี้มองคนทำงานออฟฟิศกลุ่มหลักเหมือนเดิม รับ “ดราม่าเกอิชา” ทำกุมขมับ เชื่อลูกค้าสัมผัสคุณภาพได้ ดีใจคนรู้จักเกอิชาเพิ่มขึ้น

ยังเปิดไม่ถึง 1 ปีเต็ม แต่ก็สร้างปรากฏการณ์จนเป็นที่รู้จักภายในชั่วข้ามคืน จากทำเลใจกลางเมืองบนห้างที่ได้ชื่อว่า มีทราฟิกหนาแน่นที่สุดในประเทศ พร้อมกับกาแฟจากเมล็ดเกอิชาแก้วละ 85 บาท ส่งให้ “UNO! Coffee” มีคิวยาวหลักหลายร้อย ลูกค้ายอมรอ 3-4 ชั่วโมงก็ทำมาแล้ว 

ผ่านไป 8 เดือน คิวสาขาแรกสุดเริ่มเบาบางลงจากการกระจายตัวไปยังโลเคชันอื่นๆ จนครบ 14 สาขา และยังมีแผนเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากได้พื้นที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย “UNO! Coffee” ตั้งต้นด้วยคอนเซปต์ “Great Coffee For All” อยากเป็นกาแฟสำหรับทุกคนที่กินได้ทุกวัน

เริ่มจาก “Mabrook Azeez” และ “พร-อาภาพร ตั้งกฤษณขจร” คู่สามีภรรยาผู้คร่ำหวอดในแวดวงอาหารและเครื่องดื่มมาหลายสิบปี โดยเฉพาะสามีของพรที่เชี่ยวชาญลงลึกในอุตสาหกรรมกาแฟกว่า 15 ปี เปิดร้านกาแฟมาแล้ว 1-2 แห่ง

กระทั่งตัดสินใจตั้งต้นจากเป้าหมายอยากทำธุรกิจที่สเกลได้ ขยายสาขาได้ จะมีหลายสาขาต้องมีโปรดักต์ที่คนซื้อกินได้ทุกวัน ร้านกาแฟแห่งนี้จึงถูกพัฒนาภายใต้คอนเซปต์กาแฟดีสำหรับทุกคน

“พร” ที่ทำงานกับ ร็อคส์ พีซี บริษัทแม่ของ “Potato Corner Thailand” จึงชวน “ป๋อง-ชยภัทร ทองเจริญ” และ “พีช-พชร จิราธิวัฒน์” มาร่วมทำแบรนด์กาแฟต่ำร้อยด้วยกัน “UNO! Coffee” จึงได้ฤกษ์เปิดตัวช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2568

‘UNO! Coffee’ ขายดีวันละ ‘10,000 แก้ว’ เปิดมา 8 เดือน มี 14 สาขา มั่นใจราคาดี-คนกินกาแฟทุกวัน

ยอมได้กำไรนิดหน่อย แต่ขายได้เยอะท่วมๆ สูตรโตทะลุเพดานของ “UNO! Coffee”

กาแฟดีในราคาที่จับต้องได้ไม่ใช่โจทย์ที่ทำได้ง่ายๆ สำหรับร้านกาแฟในช่วงเริ่มต้น จะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงต้องขายได้เยอะ มีหลายสาขา ใช้หลักการ “Economy of scale” นำทาง “พร” เล่าบนเวที “Caf Con - Cafe Business Conference 2026” ที่จัดขึ้นโดย Torpenguin ว่า สาขาแรกๆ ของ “UNO! Coffee” เน้นวอลุ่มแต่ยังมีกำไรไม่มาก ไม่ได้ถึงกับขาดทุน แต่กำไรบางกว่าร้านกาแฟเจ้าอื่นๆ แน่นอน สิ่งที่มาช่วยพยุงตอนนั้นคือจำนวนออเดอร์ที่เข้ามาเยอะมากๆ แบบที่ “พร” และหุ้นส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่ได้คาดคิดวา ผลตอบรับจะดีขนาดนี้

ถามว่า ทำไมโลเคชันแรกจึงเป็นเซ็นทรัลลาดพร้าว ตั้งใจปักหมุดบนพื้นที่ไพร์มที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเลยหรือไม่ “พร” บอกว่า ตามจริงไอเดียของแบรนด์วางไว้นอกห้างเพื่อจับกลุ่มพนักงานออฟฟิศเป็นหลัก เป็นกลุ่มที่กินกาแฟทุกวัน และการเข้ามาอยู่ในห้างมีค่าใช้จ่ายมากกว่านอกห้างอยู่แล้ว รวมถึงระยะเวลาเปิดปิดที่ศูนย์การค้ามีไทม์ไลน์ชัดเจนกว่าการเป็นร้านสแตนอโลน อย่างไรก็ตาม เป็นจังหวะที่ได้พื้นที่บริเวณดังกล่าว พาร์ทเนอร์ทุกคนจึงตัดสินใจว่า ลองเสี่ยงดูก็แล้วกัน

ไม่ใช่แค่เรื่องโลเคชันเพราะร้านกาแฟในห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวมีให้เลือกทุกแบบ ตั้งแต่เชนยักษ์จนถึงสเปเชียลตี้หลักร้อย หรือกาแฟต่ำร้อยก็มีอีกหลายแห่ง ไอเดียเมล็ดเกอิชาต่างหากที่ส่งให้ชื่อชั้นของ “UNO! Coffee” ถูกพูดถึงภายในชั่วข้ามคืน “พร” บอกว่า ความตั้งใจของตนเองคือการนำเมล็กเกอิชามาขายในราคาที่จับต้องได้ แก้วละ 85 บาท

‘UNO! Coffee’ ขายดีวันละ ‘10,000 แก้ว’ เปิดมา 8 เดือน มี 14 สาขา มั่นใจราคาดี-คนกินกาแฟทุกวัน

-(จากซ้ายไปขวา) พร-อาภาพร ตั้งกฤษณขจร และ Mabrook Azeez-

แม้จะเป็นอาวุธลับที่ตระเตรียมไว้ แต่ก็ไม่ได้คาดคิดว่า จะเกิดไวรัลจนทำให้เมล็ดกาแฟที่คั่วไว้หมดเกลี้ยง “พร” เล่าว่า ตอนนั้นคั่วเมล็ดกาแฟเกอิชาไว้ราวๆ 20 กิโลกรัม คิดว่าเพียงพอสำหรับระยะเวลา 10-11 วัน ทว่า หมดตั้งแต่วันแรกที่เปิดขาย จนหันกลับไปปรึกษากับสามีว่า คงต้องกลับไปช่วยกันคั่วเมล็ดกาแฟกันอีกรอบแล้ว

หลังจากนั้น “UNO! Coffee” ก็ได้รับพื้นที่ในการขยายสาขาอีกหลายแห่งทั่วกรุงเทพฯ ทั้งบนห้างสรรพสินค้า และตามตึกออฟฟิศที่เน้นจับกลุ่มคนทำงาน จนถึงปัจจุบันขยายไปแล้ว 14 สาขา พร้อมกับยอดขายที่ “พร” บอกว่า ทุกวันนี้ขายได้เฉลี่ยวันละ 800 แก้วต่อวันต่อสาขา เท่ากับว่า ยอดขายทุกสาขารวมกันขึ้นไปแตะระดับ “หลักหมื่นแก้ว” ต่อวันเลยทีเดียว

รู้จักแบรนด์ตัวเองดี ทำในสิ่งที่ลูกค้าชอบ ไม่ถนัดอย่าทำ – Key Success ของ “UNO! Coffee”

ตามแผนที่วางไว้ปีที่แล้ว “UNO! Coffee” ตั้งใจเปิด 5 สาขา แต่ด้วยจังหวะเวลาและโอกาสที่เข้ามา ปี 2568 หลังเปิดแบรนด์เพียง 6 เดือน “UNO! Coffee” ขยายไปแล้ว 10 สาขา บวกกับสาขาเปิดใหม่เมื่อช่วงต้นปี 2569 อีก 4 สาขา “พร” มองว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้แบรนด์โตวันโตคืนมาจากความชัดเจนในกลุ่มลูกค้าและโปรดักต์ที่นำเสนอ

“เราอาจจะเป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างชัดเจน มีคาแรกเตอร์ค่อนข้างชัดเจน จะคุยกันเยอะว่า อันนี้คือสิ่งที่แบรนด์เราควรจะทำ อันนี้เราไม่ควรทำ เรารู้ว่า วงการกาแฟพิเศษมีสเกลระดับหนึ่ง แต่ถ้าเราเป็นร้านกาแฟพิเศษไปเลยกว่าจะดึงวอลุ่มให้ได้เยอะๆ มันผ่านหลายขั้นตอน ต้องทำงานกับเกษตรกรให้ผลิตได้เยอะขึ้น ซึ่งจะทำตรงนั้นได้ต้องมีสเกล แล้วถ้าเรามองมุมกลับเอาไอเดียตรงนั้นมาปั้นเป็น Business Model ตรงนี้ล่ะ ในต่างประเทศก็ทำกันได้ เราจึงลองทำดู”

‘UNO! Coffee’ ขายดีวันละ ‘10,000 แก้ว’ เปิดมา 8 เดือน มี 14 สาขา มั่นใจราคาดี-คนกินกาแฟทุกวัน -บรรยากาศหน้าร้าน UNO! Coffee สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว ช่วงเปิดร้านวันแรกๆ-

ทุกวันนี้ “UNO! Coffee” ไม่ได้นิยามตัวเองเป็น “Specialty Coffee” หรือ “กาแฟพิเศษ” หากแต่เป็นกาแฟคุณภาพดีให้ทุกคน พรมองว่า หากวางจุดยืนเป็น Specialty มากเกินไปลูกค้าบางกลุ่มอาจเข้าไม่ถึง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ร้าน “UNO! Coffee” มีกาแฟคั่วเข้มให้ลูกค้าเลือก เพื่อให้ทุกคนได้โปรดักต์ในแบบที่ตัวเองต้องการ

“พร” ย้ำว่า สิ่งสำคัญสำหรับคนทำแบรนด์ คือความชัดเจนต่อตัวตน ต่อแบรนดิ้ง ผู้ประกอบการต้องใส่หมวกเป็นลูกค้าทุกครั้งที่ออกไอเดีย ทำแบบนี้ร้านได้อะไร ลูกค้าได้อะไร ทำเพราะเราสนุกหรือลูกค้าชอบรสชาติแบบนี้กันแน่ ต้องมีไม้บรรทัดที่ชัดเจน วางระบบให้พร้อม มีทีมซัพพอร์ตหลังบ้านที่แข็งแรง

ยิ่งขยายเกิน 5 สาขา ยิ่งเลยจุดที่เจ้าของจะวิ่งไปแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ต้องดูว่า หลังบ้านมีใครสแตนบายคอยช่วยเหลือได้บ้าง ในกรณีที่ออเดอร์ล้นพนักงานหน้าร้านเอาไม่อยู่ จะบริหารจัดการคนอย่างไรให้คล่องตัวที่สุด

เธอย้ำว่า นอกจากการสวมหมวกเป็นลูกค้าอยู่เสมอ ผู้ประกอบการต้องทำ “Feasibility” หรือการวิเคราะห์ประเมินความเป็นไปได้ก่อนลงทุนจริง ต้องทำในมุมที่ไม่เข้าข้างตัวเอง คิดไปถึง “Worst Case” และมองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อน สาขานี้ยอดขายแย่ที่สุดที่รับได้อยู่ที่เท่าไหร่ ถ้าผ่านตรงนั้นไปได้ค่อยเปิดร้าน ถามความเห็นหลายๆ คน ประเมินข้อมูลให้รอบด้านแล้วค่อยตัดสินใจ

‘UNO! Coffee’ ขายดีวันละ ‘10,000 แก้ว’ เปิดมา 8 เดือน มี 14 สาขา มั่นใจราคาดี-คนกินกาแฟทุกวัน -พีช-พชร จิราธิวัฒน์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร UNO! Coffee-

เกอิชาก็เหมือนเนื้อวากิว มีหลายเกรด สำคัญสุดคือลูกค้ารับคุณภาพได้

ไม่นานมานี้ “UNO! Coffee” ถูกพูดถึงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอีกครั้งกับประเด็นเมล็ดกาแฟเกอิชา หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า เมล็ดกี่โลกรัมหลักล้านบาทนำมาหลายในราคาที่ต่ำกว่าตลาดได้จริงหรือ

“พร” บอกว่า ตอนเห็นดราม่าดังกล่าวก็เครียดอยู่เหมือนกัน แต่หากย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งแบรนด์ “UNO! Coffee” สื่อสารตรงไปตรงมาทุกครั้ง ไม่เคยเคลมว่า เป็นเมล็ดกาแฟ “Single Origin” มีเพียงเป้าหมายอยากส่งต่อกาแฟดีๆ ให้ลูกค้าก็เท่านั้น

ส่วนความท้าทายในปีนี้ท่ามกลางเศรษฐกิจและปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่แน่นอน “พร” มองว่า อย่างไรคนต้องกินกาแฟทุกวัน “UNO! Coffee” อยู่ในสถานะที่จับต้องได้ เป็นเหตุผลที่แบรนด์ยังขยายสาขาต่อเนื่อง แต่จะเปิดโลเคชันไหน เปิดจำนวนเยอะเท่าไหร่คงต้องรอดูสถานการณ์เช่นกัน ยอมรับว่า ปัจจัยภายนอกเรื่องภาวะสงครามมีผลกับการตัดสินใจพอสมควร

‘UNO! Coffee’ ขายดีวันละ ‘10,000 แก้ว’ เปิดมา 8 เดือน มี 14 สาขา มั่นใจราคาดี-คนกินกาแฟทุกวัน -ทีมผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง UNO! Coffee-

ที่แน่ๆ หลังจากนี้น่าจะเปิดเพิ่มอีก 1 สาขา และยังมีแผนเปิดเพิ่มเรื่อยๆ ทุกเดือน ไม่ได้แบ่งว่า ต้องมีสัดส่วนในห้างหรือนอกห้างเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับโอกาสที่เข้ามามากกว่า รวมถึงการส่งทีมไปสำรวจกลุ่มผู้บริโภคในพื้นที่นั้นๆ ก่อนตัดสินใจ

“สิ่งที่ UNO ดูเวลาขยายสาขา เราจะมีทีมไปสำรวจพื้นที่ว่า มีคนเยอะมั้ย มีลูกค้าเข้ามาเยอะมั้ย จุดที่เราได้มาเมกเซ้นส์รึเปล่า ถ้าเป็นจุดตาบอดลูกค้าก็จะมองไม่เห็นเรานะ ดูว่า พื้นที่นั้นมีร้านกาแฟเยอะหรือยัง จะได้ยอดจากตรงนั้นเท่าไหร่ และดูเรื่องช่วงเวลาวันธรรมดา วันเสาร์อาทิตย์ วันหยุด ตอนเช้าตอนเย็นเป็นอย่างไร”