สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ ยากจะคาดเดาผลกระทบ โดยเฉพาะราคาพลังงาน ต้นทุนพุ่ง "ไปรษณีย์ไทย" กัดฟันตรึงราคาค่าบริการ เผยน้ำมันแพงไม่น่าห่วงเท่าขาดแคลน
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น บริษัทมีการเฝ้าติดตามหรือมอนิเตอร์ต้นทุนอย่างใกล้ชิด และมีการหารือกับบริษัทพลังงานเกี่ยวกับปริมาณสำรองน้ำมันเพื่อให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเส้นทางโลจิสติกส์ การส่งจดหมาย บริการส่งพัสดุและสินค้าต่างๆ มีการปรับระบบให้มีความเหมาะสม(optimize) รวมกันเพื่อทำให้ระยะทางในการขนส่งหรือวิ่งรถต่างๆมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนการทำงานมีส่วนร่วมในการประหยัดพลังงานโดยให้พนักงาน 50% ทำงานจากที่บ้านหรือ work from home
ระยะกลาง ภายใน 5 ปี มีการเดินหน้าปรับเปลี่ยนยานยนต์ 4 ล้อสำหรับขนส่งพัสดุ สินค้าไปใช้พลังงานไฟฟ้า(อีวี) โดยขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 250 คัน หรือคิดเป็น 20% ของจำนวนรถยนต์ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบด้านต้นทุนในระยะสั้น ยากที่จะประเมิน แม้จะมีการวางแผนธุรกิจภายใต้สถานการณ์ต่างๆหรือซีนาริโอ แต่คาดการณ์ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นแตะระดับเท่าไหร่ และกินเวลานานเท่าใดไม่สามารถตอบได้ แต่จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ไปรษณีย์ไทยยังคงตรึงราคาค่าบริการขนส่งพัสดุ ส่งสินค้าต่างๆไว้ อย่างการร่วมมือกับน้ำแร่ “ซิกตี้ ดีกรี” ไปรษณีย์ไทย “ส่งฟรี” ตั้งแต่ 1 แพ็ค ซึ่งผู้บริโภคอาจแปลกใจทำไมจึงส่งฟรีได้ เพราะเกิดจากบริหารจัดการของ ทำให้การขนส่งไม่มีการเพิ่มต้นทุนขึ้นมา เพื่อหาทางส่งของหรือบริการเดลิเวอรีถึงประชาชน ภายใต้หลักการบริหารจัดการ และการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ
“ต้นทุนเพิ่มแน่นอนในระยะสั้น แต่ไปรษณีย์ไทยเราพยายามไม่ปรับราคาในเรื่องของการให้บริการของเรา เพราะเรารู้ว่าประชาชนทุกคนเดือดร้อน จึงต้องบริหารจัดการตรงนี้ไป ขณะเดียกันมีการติดตามสนถานการณ์ต้นทุน ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด ส่วนการตรึงราคาได้นานแค่ไหน เป็นเรื่องที่ตอบยาก เพราะรัฐบาลเองก็ไม่สามารถตอบเรื่องนี้ได้ ซีนาริโอต่างๆ ก็บอกไม่ได้ ตัวอย่างหากราคาน้ำมันพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เกินร้อยนานแค่ไหนไม่รู้ หากขึ้นไประยะสั้นหรือแป๊บเดียส เราแอปซอร์บได้ อย่างไรก็ตาม การประกาศขึ้นราคา ด่านแรกคือกระทบประชาชนวงกว้าง ไปรษณีย์ไทยในฐานะรัฐวิสาหกิจกรรม เราดำเนินตามนโยบายภาครัฐที่ไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อนอยู่แล้ว และรัฐอาจมีแนวทางอุดหนุนหากต้นทุนเพิ่ม เช่นเดียวกับการอุดหนุนราคาพลังงานผ่านกองทุนน้ำมันฯ”
ดร.ดนันท์ กล่าวอกว่า จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบวงกว้างทั้งการขนส่งในพื้นที่ การขนส่งพลังงานออกจากพื้นที่ไปประเทศปลายทางทั่วโลก ต้องปรับเส้นทางต่างๆ ทำให้ต้นทุนเพิ่มข้ึน รวมถึงปริมาณการขนส่งลดลง การค้าขายสินค้าไปยังภูมิภาคดังกล่าวก็ลดลง มิติทางธุรกิจยังได้รับผลกระทบหนักด้วย
“เชิงธุรกิจ ถือว่ากระทบหนักเลยปีนี้”
ทั้งนี้ ภาคธุรกิจมีบทเรียนด้านราคาพลังงาน ต้นทุนพุ่งช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนมาแล้ว เวลานั้นไปรษณีย์ไทยไม่เพียงดูแลต้นทุน การจ่ายน้ำมันเท่าไหร่ แต่บริหารเส้นทางขนส่งและโลจิสติกส์อย่างเต็มที่ เพื่อควบคุมปริมาณระยะทางหรือกิโลเมตรที่รถวิ่งให้มีจำนวนลดลง ปรับการดำเนินงานหรือโอเปอเรชันภายในองค์กร รวมการส่งจดหมายและพัสดุเข้าด้วยกัน ส่งผลให้การลดระยะทางขนส่งได้หลักแสนกิโลเมตร ลดต้นทุนการนำจ่ายจดหมาย พัสดุจนถึงมือผู้บริโภค(Last mile) ถึง 19%
“คือผมไม่ห่วงราคาต้นทุน ราคาเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ที่ห่วงคือการขาดแคลนมากกว่า กลัวจะไม่มีพลังงาน อย่างน้อยน้ำมันแพง ต้นทุนเราแอบซอร์บได้ ธุรกิจยังไปได้ แต่ถ้าไม่มี(น้ำมัน)เรื่องใหญ่”





