“One Piece Pop-up Cafe in Thailand” นิทรรศการและธีมคาเฟ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทยของ ONE PIECE ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกระแสตอบรับคึกคัก ซีอีโอ DEX เผยเดินเกมรุก “Location-based Experience” ตั้งเป้าธุรกิจอีเวนต์ ดันรายได้โต 350 ล้านบาทในปี 2569
นายกฤษณ์ สกุลพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดกซ์ (ดรีม เอกซ์เพรส) จำกัด เปิดเผยว่า “One Piece Pop-up Cafe in Thailand” นิทรรศการและธีมคาเฟ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทยของ ONE PIECE ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม เกิดจากความร่วมมือระหว่าง DEX, TOEI ANIMATION ENTERPRISES และ ICONSIAM เนรมิตพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร ให้กลายเป็นจักรวาล ONE PIECE แบบ 360 องศา ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้ประกอบการ สื่อมวลชน และพันธมิตร รวมถึงแฟนๆ ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นโอกาสทางเศรษฐกิจและความร้อนแรงของตลาดคอนเทนต์ญี่ปุ่นในไทยที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โปรเจกต์ “One Piece Pop-up Cafe in Thailand” คือก้าวสำคัญของบริษัทฯ ที่จะเติมเต็มโมเดลรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ สู่การสร้างประสบการณ์และการต่อยอดในเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ
โดยในปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการขยายธุรกิจเชิงรุก โดยเฉพาะกลุ่ม Event & Experience ที่บริษัทตั้งเป้าให้เป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนการเติบโต (Growth Engine) จากที่ผ่านมา รายได้หลักของ DEX มาจากธุรกิจลิขสิทธิ์ การจัดจำหน่าย และสินค้า Merchandise เป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วน 70% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้จากอีเวนต์ยังอยู่ในระดับ 10% เท่านั้น ปีนี้จึงตั้งเป้าขยับสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Event & Experience เพิ่มเป็น 20% ของรายได้รวมทั้งหมด
“สำหรับ One Piece Pop-up Cafe in Thailand เราประเมินว่า หากมีผู้เข้าชมเฉลี่ย 500 - 1,000 คนต่อวัน จะมีจำนวนผู้เข้าชมรวม 100,000 - 200,000 คน ตลอดระยะเวลาจัดงาน โดยคาดว่าอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัว (รวมอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้า Limited Edition) 1,000 บาทต่อบิล ซึ่งจะสร้างรายได้รวมจากโครงการนี้ 50 - 100 ล้านบาท ช่วยผลักดันการเติบโตของรายได้รวมในปี 2569”
นายกฤษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากรายได้โดยตรงจากคาเฟ่และสินค้าแล้วบริษัทฯ ประเมินว่ามูลค่าทางอ้อม และ การสร้าง Brand Equity การขยายฐานลูกค้าใหม่ และการต่อยอด Licensing Deal ในอนาคต จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อจัดงานในทำเลแลนด์มาร์กระดับโลกอย่าง ICONSIAM ซึ่งมีทั้งฐานลูกค้าในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงสามารถขยายฐานรายได้เกินกว่าตลาดแฟนคลับเดิม ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า ธุรกิจ Event & Experience จะกลายเป็นหนึ่งในรายได้หลักขององค์กร และช่วยให้รายได้รวมของบริษัทฯ เติบโตเฉลี่ยปีละ 30% อย่างต่อเนื่อง
พร้อมเตรียมเดินหน้าพัฒนาโปรเจกต์ IP Experience เพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง อาทิ ยอดนัดสืบจิ๋วโคนัน (Detective Conan), ดาบพิฆาตอสูร (Demon Slayer) และความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์รายอื่นในอนาคต One Piece Pop-up Cafe in Thailand คือ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ ที่เราไม่ได้มองเป็นเพียงอีเวนต์หนึ่งงาน แต่กำลังวางรากฐานแพลตฟอร์มธุรกิจใหม่ ที่ต่อยอดลิขสิทธิ์ระดับโลกเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในประเทศอย่างยั่งยืน”





