ไม่หยุดแค่ชาใต้! เจ้าของโรงชาชงดีแตกแบรนด์ใหม่ เปิดร้านน้ำเต้าหู้ “ชั้นดี” ปักหมุด “เซ็นทรัลลาดพร้าว” สาขาแรก ราคาเริ่มต้นแก้วละ 75 บาท เปิดเพียง 9 วัน ขายดีทะลุวันละ 600 แก้ว ปีนี้ตั้งเป้าเปิดให้ครบ 5-10 สาขา วางกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ
แม้ว่า “โรงชาชงดี” (CHONGDEE TEAHOUSE) จะมีชาใต้ไม่ใส่สีเป็นสินค้าขายดีอันดับ 1 แต่รู้หรือไม่ว่า “น้ำเต้าหู้” กลับเป็นหนึ่งในสินค้าขายดีติดอันดับ Top 5 ของชงดีทุกสาขา ด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังมองเป็นโอกาสในการชูโปรดักต์น้ำเต้าหู้ในฐานะพระเอกคนใหม่ “ก้อย-สุรีย์พร พูนศักดิ์ไพศาล” เจ้าของและหนึ่งในผู้ก่อตั้งชงดี จึงตัดสินใจแตกแบรนด์ขายน้ำเต้าหู้โดยเฉพาะในชื่อ “ชั้นดี” (CHANDEE)
“ชั้นดี” ประเดิมสาขาแรก บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว เริ่มเปิดร้านอย่างเป็นทางการในวันที่ 4 มีนาคมเป็นวันแรก “ก้อย” มองว่า น้ำเต้าหู้ชงดีมีดีมานด์มากพอที่จะดึงออกมาปั้นให้เฉิดฉายแบบเดี่ยวๆ ด้วยตัวเองได้ ประกอบกับลองสอบถามกับกลุ่มลูกค้าที่มาซื้อน้ำเต้าหู้ในร้านชงดีเป็นประจำก็ได้รับเสียงสะท้อนจากแฟนๆ ว่า น้ำเต้าหู้ชงดีรสชาติเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เป็นน้ำเต้าหู้ใบเตยเข้มข้นหอมมัน
มากไปกว่านั้น การเกิดขึ้นของน้ำเต้าหู้ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ย้อนกลับไปก่อนจะมีน้ำเต้าหู้ขายที่ชงดี ชาไทยมีข้อจำกัดเรื่องความเข้มข้นของคาเฟอีน ลูกค้าบางคนกลัวกินแล้วนอนไม่หลับ เด็กๆ ลงไปหน่อยก็อาจจะยังไม่พร้อมกินชาใต้รสเข้มข้น ถ้าเป็นน้ำเต้าหู้ใบเตยน่าจะกินง่ายขึ้น เบาขึ้น “ก้อย” ตัดสินใจให้คุณแม่ปรุงสูตรน้ำเต้าหู้ใบเตยออกมา จนสุดท้ายก็ได้รสชาติเข้มข้นหอมใบเตยแบบที่ต้องการนำมาวางขายในร้านชาชงดี
เมื่อน้ำเต้าหู้ขายดีจนเห็นเป็นโอกาส บวกกับการเติบโตของกลุ่มคนรักสุขภาพ “ก้อย” ใช้เวลาราวๆ 2 เดือนพัฒนาเมนูใหม่ จากน้ำเต้าหู้ใบเตยเพียงเมนูเดียวขยายออกมาอีก 4 รสชาติ ได้แก่ น้ำเต้าหู้ขิง น้ำเต้าหู้งาดำ น้ำเต้าหู้กาแฟ และน้ำเต้าหู้โอวัลติน บวกกับท็อปปิ้งบัวลอยและยังเพิ่มเมนูสลัชชี่มาเสริมทัพ รวมๆ แล้ว “ชั้นดี” มีมากถึง 40 เมนู มีของทอดเสิร์ฟคู่กับเครื่องดื่ม ได้แก่ ปาท่องโก๋ ซาลาเปาทอด และเต้าหู้ทอด ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ของเครือชงดีจนเป็นเอกลักษณ์
หากถามว่า ทำไมถึงใช้ชื่อ “ชั้นดี” ก้อยอธิบายว่า เป็นความหมายตรงตัวง่ายๆ สะท้อนว่า ใช้วัตถุดิบชั้นดีคัดสรรมาแล้ว ตั้งแต่กรรมวิธีคัดเมล็ดถั่วเหลืองที่ต้องใช้แบบเต็มเมล็ดเท่านั้น ต้มในหม้อแบบเฉพาะเพื่อไม่ให้น้ำเต้าหู้ไหม้ติดก้นหม้อ โดยราคาน้ำเต้าหู้แบบเย็นเริ่มต้นที่ 75 บาท ใส่ท็อปปิ้งเพิ่มเติมหรือเป็นน้ำเต้าหู้สลัชชี่ราคาจะอยู่ที่หลักร้อยต้นๆ
“ก้อย” ระบุว่า ราคาน้ำเต้าหู้แต่ละแก้วสะท้อนถึงต้นทุนตามความเป็นจริง ถ้าลูกค้าได้ลองกินก็จะรู้ว่า เป็นราคาที่สมเหตุสมผล ชาของชงดีก็ขายในราคาเกือบๆ แก้วละร้อยบาท ซึ่งไม่ได้เป็นการตั้งราคาที่สูงเกินจนเข้าข่าย “Overpriced” แต่สะท้อนมาจากต้นทุนใบชาที่ราคาสูงกว่าตลาดถึงห้าเท่า ฝั่งของ “ชั้นดี” แม้ราคาวัตถุดิบจะไม่ได้สูงเท่าชาชงดี แต่กรรมวิธีขั้นตอนในการเคี่ยวและบดถั่วเหลืองเต็มเมล็ดก็ทำให้ภาพรวมของต้นทุนไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
หลังเปิดให้บริการมาเกือบๆ 10 วัน “ชั้นดี” เริ่มมีคิวต่อแถวรอซื้อน้ำเต้าหู้แน่นขึ้นเรื่อยๆ “ก้อย” บอกว่า ทุกวันนี้กำลังการผลิตของ “ชั้นดี” สาขาเดียว มากกว่ากำลังการผลิตน้ำเต้าหู้ทุกสาขาของชงดีรวมกัน กลายเป็นว่า ไลน์การผลิตของน้ำเต้าหู้ตอนนี้ส่งให้ร้านชั้นดีทั้งหมด 100% ยอดขายสูงขึ้นเรื่อยๆ เฉลี่ยอยู่ที่ 500-600 แก้วต่อวัน
“เราเปิดบริษัทแยกออกมาเป็นแบรนด์ชั้นดี น้ำเต้าหู้อาจจะไม่ได้อยู่ในกระแสเท่าชาไทย เป็นสินค้าที่ขายได้เรื่อยๆ แต่ไม่หวือหวาเท่า คิดว่า อาจจะไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้างเหมือนชาไทย แต่ยังหวังลึกๆ ว่า จะเป็น Hero Product ได้ ตอนนี้ขายดีไม่ต่ำกว่า 500 แก้วต่อวัน เมื่อวานยอดเกิน 500-600 แก้วไปเยอะมากๆ ในช่วงเกือบ 10 วันที่เพิ่งเปิดเราเห็นแบรนด์โตขึ้นเรื่อยๆ อยู่ในช่วงรอลุ้นว่า ลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำมากน้อยแค่ไหน”
นอกจากน้ำเต้าหู้แบบแก้วทั้งร้อนและเย็น “ชั้นดี” ทำน้ำเต้าหู้บรรจุถุงและขวดสำหรับซื้อกลับบ้าน มีขนาดใหญ่ไปจนถึง 1,000 มิลลิลิตร มีความหวานให้เลือก 3 ระดับ 0% 30% และ 50% “ก้อย” บอกว่า กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนกินหวานน้อยมากๆ ความหวานระดับ 0% ก็ขายดีเหมือนกัน และมีลูกค้าเก่ากลับมาซื้อขวดขนาด 1,000 มิลลิลิตรเกือบทุกวันด้วย
สำหรับแผนการขยายสาขา ก้อยบอกว่า ตั้งใจเปิด “ชั้นดี” ให้ครบ 5-10 สาขาในปีนี้ เล็งโลเคชันในห้างทั่วกรุงเทพฯ หลังจากกระแสที่เซ็นทรัลลาดพร้าวมาแรงก็เริ่มมีแลนด์ลอร์ดติดต่อชวนไปเปิดหลายแห่ง อาจจะเน้นใกล้โซนคนทำงานออฟฟิศหรือไปในโลเคชันที่มีเจเนอเรชันเด็กลงหน่อย แม้น้ำเต้าหู้จะดูเป็นเครื่องดื่มของคนมีอายุ แต่กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาซื้อชั้นดีกลับมีอายุน้อยกว่าที่คิด เด็กลงไปจนถึงระดับมัธยมก็มีเช่นกัน
สาขาถัดไปแห่งที่ 2 มีดูโลเคชันไว้บ้างแล้ว แต่ยังต้องรอลุ้นว่า จะได้พื้นที่ตรงไหน ขนาดเท่าไหร่ “ชั้นดี” ไปได้ตั้งแต่โมเดลขนาดเล็ก 20 ตารางเมตร ไปจนถึงขนาดใหญ่สุด 200 ตารางเมตร ส่วนงบลงทุนของสาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวอยู่ที่ 1-2 ล้านบาท พร้อมกับร้านขนาด 30 ตารางเมตร มีที่นั่งกินนิดหน่อย เน้นซื้อกลับเป็นหลัก





