วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ภูมิรัฐศาสตร์’ ไม่ใช่ความเสี่ยงใหม่ ‘สิงห์ เอสเตท’ ดัน ‘โรงแรม’ โตต่อ

‘ภูมิรัฐศาสตร์’ ไม่ใช่ความเสี่ยงใหม่ ‘สิงห์ เอสเตท’ ดัน ‘โรงแรม’ โตต่อ

“สิงห์ เอสเตท” เผยมุมมองการทำธุรกิจ “โรงแรม” หนึ่งใน 4 ธุรกิจหลักของบริษัท ท่ามกลางปัญหา “ภูมิรัฐศาสตร์” โอบรัด สร้างความผันผวนหนักแก่ภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก ว่าจริงๆ แล้ว “ในร้ายยังมีดี” อยู่ที่จะพลิกหาเหลี่ยมมุมไหนให้เจอในสถานการณ์เศรษฐกิจและบริบททางสังคมที่เปลี่ยนไป!

เพราะสำหรับสิงห์ เอสเตท มีรากฐานที่แข็งแกร่งใน “ธุรกิจสร้างรายได้ประจำ” อยู่แล้ว จากโรงแรมที่มีสินทรัพย์ 18 แห่งใน 5 ประเทศ และอาคารสำนักงานเช่าและค้าปลีกรวม 5 โครงการ การสร้างกำไรให้แข็งแกร่งจากธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ จึงเปรียบเสมือนกันชนให้บริษัทพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ

ขณะที่การสร้างพอร์ตโฟลิโอจากธุรกิจที่เป็นรายได้ไม่ประจำ จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยทั้งหมด 9 โครงการ และนิคมอุตสาหกรรม เอส อ่างทอง นับเป็นส่วนสำคัญในการสร้างการเติบโตของกำไรในสภาวการณ์ที่เหมาะสมและมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว ถูกวางไว้เป็น “พอร์ตโฟลิโอเชิงคุณภาพ” (Quality) เชื่อมโยงกับ “ความต้องการที่แท้จริง” (Real Demand) ของลูกค้า

ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางว่า “เราไม่ได้ประมาทกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผลกระทบเชิงลบมีขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งการยกเลิกเดินทาง ราคาตั๋วเครื่องบินพุ่ง แต่เราก็ไม่อยากมองด้านเดียวว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้ธุรกิจเราเผชิญแต่สิ่งเลวร้ายทั้งหมด”

และเมื่อดูพอร์ตโฟลิโอของบริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ธุรกิจโรงแรมในเครือสิงห์ เอสเตท จะพบว่าช่วงไฮซีซัน 2 เดือนแรกของปี 2569 ในไทยกับมัลดีฟส์ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 90% ขณะที่กุญแจสำคัญของไตรมาส 2-3 ปีนี้คือโรงแรมบนเกาะฟิจิซึ่งกำลังเข้าสู่ไฮซีซัน กว่า 80% เป็นนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางเลย จึงมองว่าถ้าสถานการณ์นี้ไม่ลากยาวจนเกินไป ในไฮซีซันไตรมาส 4 ปีนี้ของภาคท่องเที่ยวไทยก็น่าจะกลับมาดี

‘ภูมิรัฐศาสตร์’ ไม่ใช่ความเสี่ยงใหม่ ‘สิงห์ เอสเตท’ ดัน ‘โรงแรม’ โตต่อ

ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์

อิศรินทร์ ภัทรมัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน SHR กล่าวเสริมว่า กุญแจสำคัญของ SHR คือการกระจายความหลากหลายของ “ที่มารายได้” สร้างสมดุลตลาด ไม่พึ่งพาประเทศหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งมากเกินไป เมื่อภูมิภาคใดมีปัญหา ก็สามารถหารายได้จากตลาดอื่นๆ มาชดเชย เพื่อไม่ให้กระทบต่อรายได้ของบริษัท

“ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ไม่ใช่ความเสี่ยงใหม่ เป็นสิ่งที่เราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมาตลอดโดยเฉพาะช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เพราะเป็นปัญหาที่จะปะทุได้ตลอด”

อย่างบทเรียนจาก “สงครามรัสเซีย-ยูเครน” ธุรกิจของ SHR ได้ผลกระทบเชิงบวกจากคนลี้ภัยมาพักผ่อนในรีสอร์ทของบริษัท เช่น ภูเก็ต มียอดการเข้าพักทุบสถิติ All-Time High เพราะได้นักท่องเที่ยวรัสเซียกับยูเครนกลุ่มใช้จ่ายสูงจำนวนมาก จึงคาดว่าตลาด “นักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง” น่าจะมาในแพตเทิร์นเดียวกัน โดยโรงแรมที่น่าจะได้อานิสงส์มากที่สุดคือใน “มัลดีฟส์” รองลงมาคือ “ไทย” ทั้งนี้คาดว่านักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกก็น่าจะเปลี่ยนแผนมาเที่ยวไทย แทนการเดินทางไปยุโรปและตะวันออกกลาง

‘ภูมิรัฐศาสตร์’ ไม่ใช่ความเสี่ยงใหม่ ‘สิงห์ เอสเตท’ ดัน ‘โรงแรม’ โตต่อ

ไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SHR กล่าวว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หลังจากมีการปิดน่านฟ้า ยกเลิกเที่ยวบิน ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งไม่สามารถเดินทางได้ ต้องเลื่อนการเดินทางออกไป แน่นอนว่าทุกคนอยากให้ความขัดแย้งครั้งนี้จบลงโดยเร็วเพื่อลดผลกระทบที่จะตามมา

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความท้าทายดังกล่าว บริษัทยังคงเห็นการจองห้องพักล่วงหน้าเข้ามา โดยบริษัทเน้นเรื่องความยืดหยุ่นด้านการจองแก่ลูกค้าที่ยังเผชิญความท้าทาย ให้สามารถยกเลิกการจองไปก่อนได้ ควบคู่กับการจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างการขนส่งซัพพลายจากดูไบเข้าสู่รีสอร์ทในมัลดีฟส์ ซึ่งยังสามารถขนส่งได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด โดยปัจจุบันอัตราการเข้าพักในมัลดีฟส์อยู่ที่ระดับ 80-90% ถือว่าค่อนข้างสูง

‘ภูมิรัฐศาสตร์’ ไม่ใช่ความเสี่ยงใหม่ ‘สิงห์ เอสเตท’ ดัน ‘โรงแรม’ โตต่อ

ไมเคิล เล่าเพิ่มเติมว่า ในปี 2569 บริษัทจะขับเคลื่อนแผนธุรกิจ “Scaling to New Heights, Unlocking Greater Value” ยกระดับการเติบโตและปลดล็อกศักยภาพการสร้างมูลค่าในระยะยาวผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่

1.การหมุนเวียนสินทรัพย์ เดินหน้าบริหารพอร์ตเชิงรุก โดยมุ่งเน้นคุณภาพของสินทรัพย์มากกว่าปริมาณ เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาว ผ่านการจำหน่ายโรงแรม 15 แห่งใน “สหราชอาณาจักร” ที่มีศักยภาพการเติบโตและการทำกำไรจำกัด เพื่อนำเงินไปชำระหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินที่มีดอกเบี้ยสูง และเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการทำกำไร

“บริษัทเตรียมงบลงทุนประมาณ 3,000–3,500 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเชี่ยวชาญและเครือข่ายที่แข็งแกร่ง สร้างความได้เปรียบด้านขนาด ควบคู่การลงทุนอย่างคัดสรรในโรงแรมระดับบน (Upper Upscale) และการบริหารแบบคลัสเตอร์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว”

2.การเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ มุ่งพัฒนาพอร์ตสู่การเป็นพอร์ตโรงแรมระดับพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยไลฟ์สไตล์ โดยร่วมมือกับ “The Ascott Limited” ผู้บริหารจัดการโรงแรมระดับนานาชาติ รีแบรนด์และยกระดับโรงแรม 4 แห่งในสหราชอาณาจักร สู่แบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ด้านไลฟ์สไตล์มากขึ้น ได้แก่ “The Unlimited Collection” และ “lyf” พร้อมทั้งอัปเกรดห้องพักและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว

ปัจจุบันโรงแรมภายใต้แบรนด์ The Unlimited Collection ได้เปิดให้บริการเรียบร้อยแล้ว ขณะที่อีก 2 โรงแรมภายใต้แบรนด์ lyf คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเปิดให้บริการภายในครึ่งแรกของปี 2569 และจะช่วยผลักดันราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) เพิ่มขึ้น 20–30% เทียบกับปี 2567

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนยกระดับผลิตภัณฑ์ห้องพักของโรงแรมแบรนด์ “SAii Hotels & Resorts” จำนวน 2 แห่ง โดยที่ SAii Phi Phi Island Village จะดำเนินการปรับปรุงวิลล่าบนเนินเขาทั้งหมดจำนวน 12 ห้อง ขณะที่ SAii Maldives Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton จะเพิ่มสระว่ายน้ำส่วนตัวให้วิลล่าเหนือน้ำเดิม 20 หลัง และพัฒนาวิลล่าเหนือน้ำใหม่อีก 18 หลัง เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าระดับบน เสริมศักยภาพด้านราคา และสนับสนุนการเติบโตของ ADR ในระยะยาว

และ 3.การเติบโตของแบรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ ชูแบรนด์ SAii Hotels & Resorts แบรนด์โรงแรมระดับบนที่มีเอกลักษณ์ด้านไลฟ์สไตล์ชัดเจน พร้อมต่อยอดแนวคิดแกนกลางที่กำหนดอัตลักษณ์และมาตรฐานของแบรนด์ (Brand Pillars) และพัฒนาประสบการณ์เอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ให้โดดเด่นและแตกต่างยิ่งขึ้น ครอบคลุมมิติการดูแลสุขภาพ ความยั่งยืน และการนำเสนออาหารอย่างใส่ใจ เพื่อสร้างความแตกต่างและเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระยะยาว ตลอดจนแบรนด์ในเครือ Ascott อย่าง The Unlimited Collection และ lyf ในการยกระดับประสบการณ์การเข้าพัก ผ่านทั้งการออกแบบห้องพัก ความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

นอกจากนี้จะมุ่งนำเสนอกิจกรรมที่ช่วยส่งมอบประสบการณ์สอดคล้องกับ “เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์” ของโลก เช่น การชมดาวท่ามกลางธรรมชาติ สอดรับเทรนด์การท่องเที่ยวเพื่อความสงบและเป็นส่วนตัว (Quietcations) และแพ็กเกจส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness Packages) ที่ผสานการท่องเที่ยวเข้ากับการออกกำลังกายและไลฟ์สไตล์แอคทีฟ

“บริษัทตั้งเป้าให้ปี 2569 ภาพรวมรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักที่พร้อมให้บริการ (RevPAR) ของพอร์ตโฟลิโอเติบโต 20-25% จากปี 2568 พร้อมทั้งคาดว่าจะสามารถปรับปรุงอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) ให้สูงขึ้นสู่ระดับประมาณ 30% จากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพตลอดจนการดำเนินงาน และลดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของหนี้ลงกว่า 0.5%”