อโกด้า (Agoda) เผยผลการจัดอันดับนักเดินทางชาวเอเชียที่หลงใหลประสบการณ์ด้านอาหารระหว่างการเดินทาง โดยข้อมูลจากการสำรวจนักท่องเที่ยวชาวเอเชียในรายงาน ‘Agoda 2026 Travel Outlook Report’ ระบุว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยติดอันดับกลุ่มนักท่องเที่ยวสายกินเป็นอันดับต้นๆ ในเอเชีย โดย 20% ให้เหตุผลว่าการออกเดินทางเพื่อค้นหาและลิ้มลองประสบการณ์อาหารใหม่ๆ เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักของการท่องเที่ยว
กระแสการท่องเที่ยวเชิงอาหารกำลังก้าวขึ้นเป็นเหตุผลหลักของการเดินทาง โดยนักเดินทางชาวเอเชียจำนวนมากหันมาเลือกจุดหมายปลายทางที่สามารถเติมเต็มประสบการณ์อาหาร เทรนด์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า “อาหารและวัฒนธรรมการกิน” กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจว่าจะไปที่ไหน ทำกิจกรรมอะไร และเลือกพักที่ใด เพื่อให้ได้ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่นของจุดหมายปลายทางนั้นๆ อย่างเต็มที่ ผลสำรวจของอโกด้าสะท้อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างชัดเจน โดย “ประสบการณ์ด้านอาหาร” ขยับขึ้นมาติด 1 ใน 3 แรงจูงใจหลักของนักเดินทางชาวเอเชีย จากเดิมที่อยู่อันดับ 6 ในปีที่ผ่านมา
นักเดินทางจากไต้หวันขึ้นแท่นอันดับ 1 ของสายกิน โดย 47% ชี้ว่า “ประสบการณ์ด้านอาหาร” เป็นหนึ่งในแรงจูงใจหลักของการเดินทาง สะท้อนความโดดเด่นของวัฒนธรรมอาหารไต้หวัน และเน้นย้ำบทบาทของอาหารในฐานะปัจจัยสำคัญต่อการวางแผนการเดินทางของคนในประเทศ
นักเดินทางจากเวียดนามและเกาหลีใต้รั้งอันดับ 2 และ 3 ด้วยสัดส่วน 35% และ 34% ตามลำดับ สะท้อนความชื่นชอบในการเปิดประสบการณ์อาหารที่หลากหลายและรสชาติที่โดดเด่นระหว่างการเดินทาง
นักเดินทางจากมาเลเซียและญี่ปุ่นรั้งอันดับ 4 และ 5 ในกลุ่มนักเดินทางสายกินของเอเชีย ด้วยสัดส่วน 33% และ 32% ตามลำดับ สะท้อนว่าอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการวางแผนการเดินทาง
ปิดท้ายด้วยนักเดินทางจากอินโดนีเซีย (31%) ไทย (20%) และอินเดีย (8%) ที่ติดอันดับในกลุ่ม 8 นักเดินทางสายกินของเอเชีย สะท้อนความสนใจในการออกเดินทางเพื่อเปิดประสบการณ์อาหารจากทั่วโลก
นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีน อโกด้า เปิดเผยว่า “อาหารกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ทำให้นักเดินทางรู้สึกเชื่อมโยงกับจุดหมายปลายทางมากขึ้น โดยในภูมิภาคนี้นักเดินทางจำนวนมากเลือกจุดหมายจากรสชาติที่อยากลิ้มลองและเรื่องราวด้านอาหารที่อยากสัมผัส การที่นักเดินทางชาวไทยติดอันดับนักสำรวจสายกินระดับภูมิภาค สะท้อนความสนใจในการค้นหารสชาติใหม่ๆ และวัฒนธรรมอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”





