อาลัย ‘จุน วนวิทย์’ หรือ อากงจุน ผู้ก่อตั้งพัดลมฮาตาริ อาณาจักรหมื่นล้าน เสียชีวิตแล้ว สิริอายุรวม 89 ปี เจ้าของตำนานเศรษฐีใจบุญ บริจาคเงิน 900 ล้านบาท แก่มูลนิธิรามาธิบดี
วันนี้ (5 มี.ค. 2569) มีรายงานว่า “จุน วนวิทย์” หรือ อากงจุน ผู้ก่อตั้งพัดลมฮาตาริ ซึ่งเคยเป็นข่าวโด่งดังจากการบริจาคเงินแก่มูลนิธิรามาธิบดี 900 ล้านบาทเมื่อปี 2565 ได้เสียชีวิตลงแล้ว สิริอายุรวม 89 ปี
กำหนดจัดงานบำเพ็ญกุศล ณ วัดเทพศิรินทราวาส ศาลากวีนิรมิต (ศาลากลางน้ำ)
- วันพฤหัสบดีที่ 5 - วันจันทร์ที่ 9 มี.ค. 2569 - เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม
- วันอังคารที่ 10 มี.ค. 2569 - เวลา 17.00 น. ประกอบพิธีกงเต๊ก
- วันพุธที่ 11 มี.ค. 2569 - เวลา 12.00 น. พิธีเคลื่อนศพไปบรรจุ ณ สุสาน จ.ราชบุรี
สำหรับ “จุน วนวิทย์” หรือที่คนในครอบครัวเรียกว่า “อากงจุน” เป็นเจ้าของธุรกิจเครือ “วนวิทย์ กรุ๊ป” หนึ่งในนั้นคือบริษัทพัดลมที่คนไทยน่าจะคุ้นชื่อเป็นอย่างดี ยี่ห้อ “ฮาตาริ” (Hatari) ซึ่งหลายคนอาจไม่ทราบมาก่อนว่าแท้จริงแล้วเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้ง บริหาร และถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นโดยครอบครัวนักธุรกิจชาวไทย
"ประวัติส่วนตัว จุน วนวิทย์" จบการศึกษาในชั้นประถมการศึกษาปีที่ 2 ชีวิตวัยเด็กค่อนข้างยากจน เริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างกวาดพื้นร้านขายข้าวสาร ก่อนจะเก็บหอมรอมริบ ทำงาน “สารพัดช่าง” ฝึกฝนทักษะช่างต่างๆ ทั้งทำของเล่นและอะไหล่พัดลม ซึ่งในช่วงเวลานั้นถือเป็น “ของใหม่” สำหรับสังคมไทย
กระทั่งในปี 2533 “จุน วนวิทย์” เปิด บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด เพื่อผลิตพัดลมภายใต้แบรนด์ "ฮาตาริ" (HATARI) จนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่คนไทยคุ้นหูในปัจจุบัน โดยมีการจำหน่ายส่งออกทั้งในและต่างประเทศ
เมื่อ “จุน วนวิทย์” ได้วางมือจากการบริหาร ส่งต่อธุรกิจให้กับทายาทรุ่นที่ 2 อย่าง “ศิริวรรณ พานิชตระกูล” บริหารควบคู่กับ “วิทยา พานิชตระกูล” ผู้เป็นสามีหรือ “เขยอากง” รับหน้าที่ดูแลภาพรวมธุรกิจ ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ โดยมีทายาทรุ่นที่ 3 “จอยซ์-ทัศน์ลักษณ์ พานิชตระกูล” และ “แจส-ชัญญา พานิชตระกูล” สองพี่น้องที่เข้ามาบริหารเต็มตัว
โดยหนึ่งในคำถามที่หลายคนอาจสงสัยคือ “ฮาตาริ” เป็นแบรนด์ไทยโดยคนไทย แต่เหตุใดจึงใช้ชื่อที่ออกเสียงคล้ายภาษาญี่ปุ่น ทางทายาทรุ่นที่ 3 เคยตอบคำถามนี้ว่า “ฮาตาริ” ไม่ได้มีความหมายนัยซ่อนเร้นอะไร ทุกวันนี้ “ชัญญา” เอง ก็ยังนึกสงสัยว่า ความหมายที่แท้จริงของคำนี้คืออะไรกันแน่? แต่ทั้ง ทัศน์ลักษณ์ และ ชัญญา ต่างมองว่า นับเป็นความโชคดีที่ “อากงจุน” มองการณ์ไกล เห็นว่า แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในไทยขณะนั้นมีเพียงแบรนด์ญี่ปุ่นที่ได้รับความไว้วางใจ นี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เลือกใช้คำว่า “ฮาตาริ” เพราะหากเป็นชื่อภาษาไทยก็ไม่แน่ว่า อาจจะโตยากกว่านี้ก็เป็นได้
ทัศน์ลักษณ์ เล่าว่า คำสอนของ “อากงจุน” ที่เน้นย้ำมาตลอด คือ ให้ทำธุรกิจอย่างจริงใจ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ทำออกมาให้ดี เมื่อเชื่อว่า สินค้าดี เราก็ไม่จำเป็นต้องไปเอาเปรียบใคร ที่สำคัญ คือ การเป็นผู้นำในเรื่องลม “อากงจุน” เน้นย้ำลูกหลานอยู่เสมอว่า ทำแค่เรื่องลมก็พอ เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ทำให้ตั้งแต่ปี 2533 จนถึงปัจจุบัน “ฮาตาริ” ยังคงยืนหยัดที่จะผลิตพัดลมเพียงอย่างเดียว และยังไม่มีแผนแตกหน่อต่อยอดไปยังโปรดักต์อื่นแต่อย่างใด





