ไอเดียการปั้น “โรงแรมในปั๊มน้ำมัน” ของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ถูกพูดถึงมานานเกือบ 10 ปี หลังจากเมื่อปี 2560 ทาง ปตท. เคยเชิญเจ้าของแบรนด์โรงแรมต่างๆ เข้ารับฟังเงื่อนไขเข้าร่วมพัฒนาโรงแรมราคาประหยัด หรือ “บัดเจด โฮเทล” (Budget Hotel) ภายในสถานีบริการน้ำมัน ด้วยตัวเลขมากถึง 50 แห่ง และแจ้งความจำนงยื่น Proposal นำเสนอโครงการ
ระหว่างนั้นมีความเคลื่อนไหวเป็นระลอก ก่อนจะดูนิ่งไปนานพอสมควร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะวิกฤติโควิด-19 ระบาดหนักเมื่อปี 2563 จำเป็นต้องจับจังหวะการลงทุนให้ดี
กระทั่งกลางเดือนก.พ.2569 เซอร์ไพรส์ใหญ่เกิดขึ้น! เมื่อ หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า บริษัท มอดูลัส เวนเจอร์ บริษัทย่อยที่ OR ถือหุ้น 100% ร่วมกับบริษัท โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ในกลุ่มเซ็นทรัล จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อดำเนินธุรกิจ Budget Hotel โดย CENTEL เป็นผู้ศึกษา และวิเคราะห์ตลาด
จากปัจจุบันที่ OR มีสถานีบริการน้ำมันมากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ใกล้สนามบิน แหล่งท่องเที่ยว และปั๊มน้ำมันในต่างจังหวัดมีขนาดพื้นที่ 5-10 ไร่ สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพิ่มเติมได้
ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL กล่าวว่า บริษัทเตรียมร่วมทุนในสัดส่วน 51% กับ OR เพื่อรุกตลาด “Budget Hotel” เป็นครั้งแรก! ด้วยการปั้น “แบรนด์ใหม่” ซึ่งเตรียมประกาศชื่อแบรนด์อย่างเป็นทางการกลางเดือนมี.ค.2569
การร่วมทุนครั้งนี้ใช้งบลงทุนรวม 700 ล้านบาทในเฟสแรก ตั้งแต่ปี 2570-2571 นำร่องเปิดโรงแรม 6 แห่ง แห่งละ 69-79 ห้องพัก ขนาดห้องพักประมาณ 16-18 ตารางเมตร ในทำเลศักยภาพที่เป็น “ชุมทาง” ทั้งกรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และสงขลา (อ.หาดใหญ่) ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในพื้นที่สถานีบริการน้ำมัน PTT Station
โดยตั้งราคาขายห้องพักที่ 800-900 บาท/ห้อง/คืน ยกเว้นโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่สามารถตั้งราคาขายได้สูงขึ้นเป็น 1,200-1,300 บาท/ห้อง/คืน และจะมีจำนวนห้องพักมากกว่าอยู่ที่ 120 ห้องพัก
ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์
เมื่อคำนวณเม็ดเงินลงทุนต่อห้องพักแล้วไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อห้อง ระยะเวลาคืนทุนราว 6-8 ปี เนื่องจากบริการ Budget Hotel จะมีแต่ห้องพัก ใช้ต้นทุนไม่สูง มีพนักงานให้บริการ 5-7 คนต่อแห่งเท่านั้น
ขณะเดียวกัน การลงทุนเปิด Budget Hotel ถือเป็นโมเดลที่ให้อัตรากำไร (Margin) สูงพอๆ กับการลงทุนโรงแรมระดับลักชัวรีเลยด้วยซ้ำ! ทั้งยังเป็นเซกเมนต์ที่มีศักยภาพ ยังไม่ค่อยมีเจ้าของแบรนด์หรือเชนโรงแรมไหนเข้ามาทำตลาด Budget Hotel มากนัก
“เขาคงเลือกพาร์ตเนอร์ที่ดีที่สุด และเราก็คิดว่าเขาเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีที่สุดเหมือนกัน” ธีระยุทธ ตอบเมื่อถูกถามถึงดีลระดับตำนาน กินเวลาเกือบ 10 ปี
ธีระยุทธ ขยายความว่า การร่วมทุนกันระหว่างเซ็นทารากับ OR ในครั้งนี้ นับว่าเป็นดีลแบบ Win-Win เป็นการผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายเข้าด้วยกัน โดยทาง OR โดดเด่นเรื่องระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่สมบูรณ์พร้อม ทั้งทำเลที่ตั้ง ร้านอาหาร พื้นที่พักผ่อน และจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่เซ็นทาราโดดเด่นเรื่องบริการที่พัก
คอนเซปต์ของโรงแรม Budget Hotel แบรนด์ใหม่นี้ จะเน้นให้นักเดินทาง ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ชื่นชอบการขับรถเที่ยว และกลุ่มพนักงานขาย (Salesman) ที่ต้องการจุดแวะ “รีชาร์จ” (Recharge) พักผ่อนเติมพลังก่อนขับรถต่อ ซึ่งต้องการแค่ที่พักสะอาด สะดวก ปลอดภัย
ทั้งนี้ลูกค้าสามารถเลือกสะสมคะแนนผ่านระบบสมาชิก Centara The 1, The 1 หรือ blueplus+ ซึ่งปัจจุบันมีฐานสมาชิกรวมกว่า 40 ล้านคน
“เมื่อการร่วมทุนในเฟสแรกประสบความสำเร็จ ค่อยขยับดูในเฟสต่อไป ซึ่งมีการมองโลเคชันไว้บางส่วนแล้ว” ซีอีโอแห่ง CENTEL กล่าว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





