การประกาศเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทธุรกิจค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ Village Grocer B.I.G., BSC Fine Foods, OTK และ The Food Merchant รวม 50 สาขา ในประเทศมาเลเซีย แบบ 100% โดย บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ผ่านบริษัทย่อย Lotuss Stores (Malaysia) ถือเป็นความเคลื่อนไหวทางธุรกิจที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในแวดวงค้าปลีกระดับภูมิภาค
ดีลใหญ่มูลค่ากว่า 13,000 ล้านบาทในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มจำนวนสาขา แต่คือยุทธศาสตร์สำคัญ! ในการเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอให้ครอบคลุมลูกค้าทุกเซกเมนต์ในตลาดมาเลเซียของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีกชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ภายใต้แบรนด์ “แม็คโคร” และ “โลตัส” มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย และดำเนินธุรกิจใน 10 ประเทศ
โดย บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า Lotuss Stores (Malaysia) Sdn. Bhd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ถือหุ้นทางอ้อม 100% ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้น (Share Sale and Purchase Agreement) เพื่อเข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 100% ของกลุ่มบริษัท The Food Purveyor Sdn. Bhd. จากผู้ถือหุ้นเดิม ได้แก่ Foodshop Capstone Sdn Bhd และกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย (ซึ่งผู้ขายมิได้เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัทฯ) มีมูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 1,660 ล้านริงกิตมาเลเซีย หรือคิดเป็นเงินไทยราว 13,483 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานและแหล่งเงินทุนภายนอก
ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนดังกล่าวเกิดจากการเจรจาต่อรองระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยอ้างอิงวิธีการประเมินมูลค่าตามหลักสากลด้วยอัตราส่วนมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้ว (EV/Adjusted EBITDA multiples)
ยุทธศาสตร์ “พรีเมียม” ทางลัดสู่การครองใจฐานลูกค้ากำลังซื้อสูง
ที่ผ่านมา การทำตลาดของ โลตัส (Lotus’s) ในประเทศมาเลเซีย มีความแข็งแกร่งในฐานะห้างค้าปลีกระดับแมส (Mass) แต่การเข้าซื้อ The Food Purveyor ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมถึง 5 แบรนด์ ได้แก่ Village Grocer, B.I.G., BSC Fine Foods, OTK และ The Food Merchant รวม 50 สาขา จะช่วยให้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงและอาศัยอยู่ในเขตเมืองได้ทันที
การผสานความเชี่ยวชาญของ The Food Purveyor ในตลาดพรีเมียมเข้ากับระบบบริหารจัดการเครือข่ายที่ทรงพลังของโลตัส จะช่วยเสริมศักยภาพในการเข้าถึงพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์และย่านเศรษฐกิจที่สำคัญได้อย่างรวดเร็ว
พลังแห่งเครือข่าย 120 สาขา ทั่วมาเลเซีย
เมื่อธุรกรรมนี้เสร็จสิ้น ซึ่งคาดว่าจะอยู่ภายในไตรมาส 4 ปี 2569 (หลังได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) จะทำให้ ซีพี แอ็กซ์ตร้า มีเครือข่ายร้านค้าในมาเลเซียรวมกว่า 120 สาขา (จากโลตัสเดิม 70 สาขา และ The Food Purveyor อีก 50 สาขา)
การขยายตัวเชิงปริมาณนี้จะสร้างความได้เปรียบด้านอำนาจการต่อรองกับซัพพลายเออร์ และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระดับประเทศ
"มาเลเซีย" ตลาดยุทธศาสตร์ที่เติบโตต่อเนื่อง
การเลือกลงทุนเพิ่มใน "มาเลเซีย" สะท้อนให้เห็นว่า ซีพี แอ็กซ์ตร้า มองเห็นศักยภาพที่โดดเด่น ทั้งในด้าน การเติบโตทางเศรษฐกิจ และ กำลังซื้อของผู้บริโภค ที่ยังคงแข็งแกร่ง นี่คือจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญตามกลยุทธ์ระยะยาวในการขยายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาคเอเชีย ซึ่งปัจจุบัน ซีพี แอ็กซ์ตร้า มีสาขากว่า 2,700 แห่ง ทั่วประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย พร้อมด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์
ดีลการเข้าซื้อ The Food Purveyor ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การขยายอาณาจักร แต่คือกลยุทธ์ระยะยาว และสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ที่มุ่งเป้าหมาย “ผู้นำค้าส่ง-ค้าปลีกระดับภูมิภาค” ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี และเทคโนโลยีนวัตกรรมการบริหารจัดการ หากสามารถผสานวัฒนธรรมองค์กรและระบบหลังบ้านระหว่างโลตัส และ The Food Purveyor ได้อย่างราบรื่น "มาเลเซีย" จะเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับกลุ่ม ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในอนาคต





