ธุรกิจคำนึงถึงความ “คุ้มค่า” กับการลงทุนหรือ ROI มาโดยตลอด แต่ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง กำลังซื้อผู้บริโภคเปราะบาง ในการสื่อสารตลาด แบรนด์ “รัดเข็มขัด” มากขึ้น
ทว่า แม้ตลาดจะมีโจทย์ยาก แต่ธุรกิจต้องเติบโต โดยเฉพาะ “ยอดขาย” ไม่มีปีไหนที่หั่นเป้าหมายต่ำลง จึงเป็นการบ้านนักการตลาดต้องหากลยุทธ์ เพื่อชนะใจลูกค้า
กล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพใหญ่ของการสื่อสารตลาดบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียปี 2568 ถือเป็นปีของแพลตฟอร์ม “ติ๊กต็อก”(TikTok)อย่างไร้ข้อสงสัย เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ไปสร้างสรรค์ เสพคอนเทนต์ โกยการมีส่วนร่วมหรือเอนเกจเมนต์กันมหาศาล รวมถึงการชอปปิงจบในแพลตฟอร์มเดียว
ทว่า ผู้บริโภคอยู่บน TikTok แต่แบรนด์สินค้ากลับยังไม่รุกสื่อสารการตลาดผ่านช่องทางดังกล่าว และจากที่ไวซ์ไซท์เก็บข้อมูลตลอดทั้งปี 2568 จากกว่า 2,600 แบรนด์ กว่า 2.8 ล้านดาต้าพอยท์ ทำให้พบจำนวนคอนเทนต์ของแบรนด์สื่อสารบน TikTok มีกว่า 10% เท่านั้น ส่วนใหญ่ 30-40% ยังใช้แพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก(Facebook) เจาะกลุ่มเป้าหมาย
เหตุผลที่แบรนด์ยังขยับตัวช้าโดยเฉพาะ “บิ๊กแบรนด์” ในการสื่อสารตลาดบน TikTok ส่วนหนึ่งเพราะผู้บริหารมองไม่ใช่พื้นที่ ยังไม่เคยใช้งาน ไม่เข้าใจหรือมีบัญชีของตนเอง ส่วน “แบรนด์เล็ก” มีความคล่องตัว ปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อทำคอนเทนต์สื่อสารตลาด โกยเอนเกจเมนต์
“ปี 2568 เห็นชัดว่าไม่ต้องมีคำถามกับ TikTok อีกต่อไป เพราะคือโซเชียลมีเดียอันดับ 1 ของประเทศ กวาดสัดส่วนเอนเกจเมนต์มหาศาล(เอนเกจเมนต์ต่อการโพสต์) ผู้บริโภคไปอยู่บนแพลตฟอร์มแล้ว เหลือแค่แบรนด์ที่ยังปรับตัวช้า ซึ่งการสื่อสารตลาดบน TikTok ใครเข้าไปก่อนจะได้ทั้งผลงานหรือ Performance และพลังสื่อสารที่ดี เหมือนยุคแรกๆของ Facebook”
นอกจาก TikTok มาแรง ที่ไล่หลังความฮิตไม่แพ้กันคือ เลมอนเอจ(Lemon8) รวมถึงแพลตฟอร์มแดนมังกร ตบเท้าเข้ามาชิงเวลาเสพคอนเทนต์ของผู้บริโภคชาวไทยด้วย
เมื่อแพลตฟอร์มกระจัดกระจาย(fragment) เป็นการบ้านที่นักการตลาดต้องทำความเข้าใจ และวางแผนสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้หลากหลายตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายด้วย เพราะหมดยุคผลิต 1 เนื้อหา แต่เสิร์ฟผู้บริโภคทุกเจนเนอเรชันทุกแพลตฟอร์มเหมือนกันหรือ One Size Fits All แล้ว โดยปัจจุบันคาแร็กเตอร์ของแพลตฟอร์ม เช่น Instagram:IG ยังเน้นโพสต์รูปสวย แต่เป็นพื้นที่ “คุยกัน”(Chat)ของคนรุ่นใหม่แทน Line ส่วน X(twitterเดิม)ไว้แจ้งประกาศ คุยกับแฟนคลับอย่างรวดเร็ว ดูรีวิวต่างๆต้อง TikTok และยัง “ซื้อสินค้า” ได้ด้วย จากเดิมผ่านยูทูป(Youtube) แต่ยูทูปเป็นเพื่อนทานข้าวของเจนซี(GenZ) เฉกเช่นทีวีเป็นเพื่อนทานข้าว GenX เพราะสังคมเล็กลง ไม่ใช่เพราะ “ความเหงา” เป็นต้น
ทั้งนี้ ข้อดียุคปัจจุบันคือการมีเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์(เอไอ) ช่วยให้ตอบโจทย์งานที่ท้าทายมากขึ้น
“แต่โซเชียลมีเดียอยู่ที่เดิมได้ไม่นาน หากแบรนด์เรียนรู้วิธีการทำคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มหนึ่งแล้วผลลัพธ์ดีหรือเวิร์ค แต่ไม่เกิน 3 เดือนก็เปลี่ยน แต่โชคดีเรามีเทคโนโลยีมาช่วย ถือเป็นด้านสวยงามในวงการนี้ ซึ่งผู้ที่ปรับตัวเร็วจะชนะ แต่ยุคนี้ชนะเพียงไม่นานหรือแป๊บเดียวก็จะเปลี่ยน ไม่มีใครชนะได้ตลอดกาล”
แม้การทำตลาดบนโลกออนไลน์จะมีโจทย์ยาก ทว่า ปี 2569 “กล้า” ให้มุมมองแนวโน้มการสื่อสารตลาดปีนี้ที่จะเห็นเพิ่มคือ “ทุกแบรนด์” ส่งสัญญาณ “ลดงบการตลาดลง” แต่ต้องการผลลัพธ์ที่มากขึ้น สะท้อนการใช้จ่ายเงินของลูกค้าที่ระมัดระวัง แต่ต้องการยอดขายที่เพิ่ม จึงเป็นงานยากอย่างต่อเนื่องสำหรับนักการตลาด ซึ่งทางออกเพื่อให้แบรนด์บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้มี 2 มิติ ประกอบด้วย 1.ใช้เครื่องมือการตลาดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับคนทำงาน เสมือนการติดอาวุธเสริมแกร่ง และ 2.การจ้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อสานเป้าหมาย
จากตัวแปรดังกล่าว “ไวซ์ไซท์” เตรียมเปิดตัวเครื่องมือใหม่สำหรับจำลอง(simulation)แคมเปญการตลาด การประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ลูกค้าใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น โดยจุดเด่นของเครื่องมือเป็นการนำข้อมูล(data)บนโซเชียลมีเดีย หาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย(Target Persona) และทดลองสื่อสารการตลาดว่าชอบหรือไม่ชอบ วัดเอนเกจเมนต์(comment lik share) กดซื้อสินค้าจากแคมเปญดังกล่าว ฯ
“เราไม่มีทางรู้ว่าแคมเปญการตลาด การประชาสัมพันธ์ไหนจะปัง แป้ก หากผลลัพธ์ไม่ดีเหมือนการสูญเสียงบประมาณทิ้ง ซึ่งคนให้เงินคือเจ้านายเรา ไม่ใช่ผู้บริโภค ดังนั้นเครื่องมือ simulation ที่ไวซ์ไซท์พัฒนาออกมาถือเป็นรายแรกในไทย เพื่อช่วยจำลองแคมเปญตลาด การพีอาร์ให้มีประสิทธิภาพ โดยจะเปิดตัวปลายไตรมาส 1 นี้”





