เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ผู้ถือหุ้นใหญ่ในสายการบินไทยแอร์เอเชีย (TAA) รายงานผลประกอบการปี 2568 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 45,690.9 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากราคาค่าโดยสารเฉลี่ยที่ปรับลดลง 9% ท่ามกลางสถานการณ์ท่องเที่ยวที่เผชิญความท้าทายจากการชะลอตัวของกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ปรับลดลง
อย่างไรก็ตาม จากประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันที่ลดลง 10% ตามราคาน้ำมันโลก ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วย (CASK) ลดลง 5% อยู่ที่ 1.76 บาท บริษัทจึงรายงานกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 7,835.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 2,336.2 ล้านบาท ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 2,541.9 ล้านบาท ตามการแข็งค่าของเงินบาทตลอดทั้งปี ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 302.7 ล้านบาท
ทั้งนี้ในปี 2568 TAA ขนส่งผู้โดยสารรวม 21 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1% โดยมีอัตราส่วนขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ย 83% จากปริมาณที่นั่งที่ให้บริการ 25.2 ล้านที่นั่ง เพิ่มขึ้น 10% โดย ณ สิ้นปีมีฝูงบินรวม 62 ลำ และใช้เครื่องปฏิบัติการบิน 59 ลำ
สำหรับในไตรมาส 4 ปี 2568 TAA มีรายได้รวม 14,259.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,609.5 ล้านบาท เติบโตขึ้น 351% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 1,087.5 ล้านบาท ลดลง 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม TAA ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดในประเทศในไตรมาสสุดท้ายแตะระดับสูงสุดที่ 43% พร้อมสัญญาณบวกจากตลาดจีนที่เริ่มมีแนวโน้มคงตัว โดยอัตราส่วนขนส่งผู้โดยสารของเส้นทางบินจีนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 85% ในระหว่างไตรมาส นอกจากนี้ได้เปิดเส้นทางบินใหม่จากสุวรรณภูมิไปยังนครศรีธรรมราช และเชียงราย รวมทั้งเปิดเส้นทางข้ามภาคจากเชียงใหม่ไปยังอุดรธานี ส่วนเส้นทางภูเก็ต-ขอนแก่น และภูเก็ต-อุดรธานี กลับมาเปิดทำการอีกครั้งเพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว
นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ AAV และ TAA กล่าวว่า “ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะภาพรวมตลาดจีนที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม สายการบินได้ปรับกลยุทธ์เน้นความเป็นผู้นำในตลาดภายในประเทศ จนสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 41% พร้อมขยายเส้นทางบินไปยังเอเชียใต้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางอินเดียปีนี้ ที่ยอดผู้โดยสารไทยแอร์เอเชียเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% รวมถึงการขยายฐานปฏิบัติการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเชื่อมต่อนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรปและอเมริกาเข้าสู่เครือข่ายบินของเรา”
สำหรับตลาดระหว่างประเทศ แม้สายการบินปรับลดปริมาณที่นั่งลง 5% เพื่อให้สอดรับกับความต้องการเดินทาง แต่เส้นทางในตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) และเส้นทางสิทธิเสรีภาพที่ 5 (Fifth Freedom) เช่น ดอนเมือง-ไทเป-โอกินาวา และดอนเมือง-หลวงพระบาง-ฮานอย ยังคงทำผลงานได้โดดเด่นและได้รับการตอบรับที่ดี
“สำหรับแนวโน้มปี 2569 เราเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยตั้งเป้ารายได้จากการขายและบริการเติบโต 7-9% และขนส่งผู้โดยสารที่ 23.5 ล้านคน ภายใต้กลยุทธ์การขยายฝูงบินเพิ่มอีก 5 ลำในช่วงครึ่งปีหลัง”
นอกจากนี้ตั้งเเต่ต้นปี เรายังได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผ่านแคมเปญ “Feel All the Feelings” ที่มี ลิซ่า - ลลิษา มโนบาล เป็น Amazing Thailand Ambassador ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเดินทางในประเทศให้คึกคักยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานความยั่งยืน ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับการประเมินประจำปี 2568 จาก SET ESG Ratings โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการประเมินหุ้นยั่งยืน สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใสและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม





