วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘บอนกาแฟ’ ปรับกระบวนทัพธุรกิจ ตัดทอนสินค้าไม่กำไร รุก Non-Coffee

‘บอนกาแฟ’ ปรับกระบวนทัพธุรกิจ ตัดทอนสินค้าไม่กำไร รุก Non-Coffee

ตลาดกาแฟนอกบ้าน ยังคงเบ่งบาน มีร้านหรือคาเฟ่จำนวนมาก เปิดตัวเพื่อตอบไลฟ์สไตล์คนชื่นชอบและดื่มด่ำคาเฟอีน

ร้านกาแฟยังเป็นอีกหนึ่งความฝันของใครหลายคนที่อยากผันตัวเป็นผู้ประกอบการ สร้างรายได้และสนองความหลงใหลได้ปลื้มหรือ passion ของตัวเอง และ “บอนกาแฟ (ประเทศไทย)” พร้อมให้บริการธุรกิจกาแฟแบบครบวงจร(One stop Coffee & Beverage Solutions)

ทว่า เส้นทาง 35 ปีของ “บอนกาแฟ(ประเทศไทย)” ในปี 2569 มีการเคลื่อนทัพธุรกิจหลายด้าน เพื่อสร้างการเติบโต

อุษาพรรณ อินทีวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท บอนกาแฟ (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้เครือMassimo Zanetti Beverage Group (MZBG)ฉายภาพว่า บริษัทให้ความสำคัญกับ 2 มิติ ในการดำเนินธุรกิจปีนี้ คือการจัดภายในบ้าน และนอกบ้านคือการขยายตลาดให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นผ่านกลยุทธ์ "RE-FRESH RE-CONNECT RE-BON"

‘บอนกาแฟ’ ปรับกระบวนทัพธุรกิจ ตัดทอนสินค้าไม่กำไร รุก Non-Coffee

เริ่มจากการจัดการภายในบ้าน “จุดแข็ง” คือการมีลูกค้าภาคธุรกิจ(B2B) ทั้งโรงแรม ร้านกาแฟ และลูกค้าสำนักงาน(ออฟฟิศ) ฯ บริษัทจะพลิกภาพจาก “ซัพพลายเออร์”​ สู่การเป็น “Coffee Ecosystem”  ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ทั้งการพัฒนาเมนูเครื่องดื่ม ดูแลต้นทุนต่างๆ

นอกจากนี้ จะเห็นการ “ปรับทัพ” โชว์รูมที่มี 22 สาขา จาก One Stop Coffee Solution “ลดไซส์” ให้เล็กหรือเป็นเพียงศูนย์บริการลูกค้า การเดินหน้าจัดพอร์ตโฟลิโอสินค้าด้วยการ “ตัดทอน” รายการหรือ SKU “ไม่ทำกำไร” เช่น น้ำเชื่อมที่เคยมีทุกรสชาติ หากขายแล้วไม่ได้ปริมาณหรือ Volume ตามเป้าหมายภายใน 1 ปี จะมีการตัดทอนออกไป ซึ่งเบื้องต้นทั้งพอร์ตมีราว 10% ที่ต้องบริหารจัดการออกไป

“ไม่ใช่เรื่องแปลก เราคือ One stop Coffee & Beverage Solution เมื่อผลิตภัณฑ์เอสเคยูไหนไม่ทำกำไร เราจึงตัดทอนทิ้งไป”

ส่วนนอกบ้าน จะเห็นการรุกขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น โดยใช้ขุมทรัพย์ข้อมูล(Data) เจาะเส้นทางการซื้อ(Journey)ของลูกค้า เพื่อเอื้อต่อความต้องการของกลุ่ม B2B การขยายฐานลูกค้าครัวเรือนผ่านร้านค้าปลีกท้องถิ่นด้วยกานผนึก Vanee Food Products เพื่อขยายตลาดเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศไทย โดยปัจจุบันบอนกาแฟ มีลูกค้า B2B 80% และลูกค้าราย่อย(B2C) 20% ในส่วนของ B2B ฐานสำคัญได้แก่ ลูกค้าโรงแรมราว 20% ออฟฟิศ 20% เป็นต้น

‘บอนกาแฟ’ ปรับกระบวนทัพธุรกิจ ตัดทอนสินค้าไม่กำไร รุก Non-Coffee

“ปีนี้บริษัทมุ่งใช้กลยุทธ์Volume to Valueสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทุกแก้วที่ส่งต่อให้ลูกค้า ควบคู่กับการใช้ Data Driven Business Strategyเพื่อทำความเข้าใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในเชิงลึก”

บริษัทยังชูสินค้าที่ไม่ใช่กาแฟ(Non-Coffee) มากขึ้น ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์(Engine)สร้างกาารเติบโต โดยมี “มัจฉะ BON TEA” ที่ฟีเวอร์สุดๆ ซึ่งบริษัทจะต้องเกาะเทรนด์เพื่อเสิร์ฟลูกค้า เนื่องจากตลาดมีการเติบโตสูง ผลิตภัณฑ์ชาที่มีพันธมิตร “Peace Oriental Teahouse ทำตลาด รวมถึงผงโกโก้ น้ำเชื่อมผลไม้ และนมทางเลือกฯ ปัจจุบันพอร์ตสินค้าของบริษัทกาแฟยังมีสัดส่วนมากสุด 50% ตามด้วยเครื่องชงกาแฟ 30% และNon-Coffee 20%

“บอนกาแฟ เราไม่ได้มีดีแค่กาแฟ แต่ยังมี Non-Coffee อย่างชาด้วย ส่วนมัจฉะปีนี้กระแสไม่ร้อนแรงเท่าเดิม”

บริษัทยัง “ทรานส์ฟอร์ม” ธุรกิจด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ทั้งด้านการขาย การตลาด การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า(CRM) ตลอดจนการบริการต่างๆ เพื่อเสริมแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงจะเห็นการปรับปรุง(revamp)เว็บไซต์ครั้งใหญ่ของบอนกาแฟใหม่ มอบประสบการณ์(UXIUI)ให้ดียิ่งขึ้น และตอบโจทย์ Journey ของลูกค้าให้สามารถชอปปิงได้เร็วสุด ซึ่งโฉมใหม่แพลตฟอร์มชอปปิงออนไลน์จะแล้วเสร็จเดือนมิ.ย.-ก.ค.นี้

‘บอนกาแฟ’ ปรับกระบวนทัพธุรกิจ ตัดทอนสินค้าไม่กำไร รุก Non-Coffee

อุษาพรรณ กล่าวอีกว่า ตลาดกาแฟปี 2569 ยังเติบโต และมีเทรนด์แรงคือกาแฟพรีเมียมราคาจับต้องได้มีบทบาทมากขึ้น หลังการเข้ามาของแบรนด์ดังที่ใช้กาแฟคุณภาพสูงอย่างกาแฟเกอิชา (Geisha)สร้างสีสันให้ตลาด อีกด้านการเปิดร้านกาแฟ ยังขยายตัวเช่นกันทั้งการมีผู้ประกอบการใหม่ๆเข้ามา รวมถึงร้าน คาเฟ่ต่างๆยังเปิดสาขาใหม่เพิ่ม “เท่าตัว”

จากผู้ประกอบการที่สนใจเปิดร้านกาแฟทำให้บริษัทร่วมมือกับพันธมิตรด้านการเงิน Lucky Leasing และไวเวอร์ (Vyvr) เพื่อให้บริการสินเชื่อสำหรับลูกค้า เพิ่มความครบวงจรทั้ง “เครื่องชงกาแฟ” และ “เงินทุน”

“ทุกคนอยากมีร้านกาแฟ แต่ธุรกิจนี้มี Magic Number ถ้าขายกาแฟได้วันละ 100 แก้ว มีโอกาสรอด แต่หากขายเบเกอรี ขนมนมเนย หรืออย่างอื่นมาเสริมค่อนข้างท้าทาย”

จากแผนดังกล่าว บริษัทตั้งเป้าโตกระโดด12.6%ทะยานรายได้สู่1,500ล้านบาท จากปี 2568 รายได้ 1,300 ล้านบาท