วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

วิสัยทัศน์ ‘ไพรัชล์’ นำทัพไทยแอร์เอเชีย ฝ่าโจทย์ท้าทาย ย้ำ ‘ผู้นำ’ แอร์ไลน์

วิสัยทัศน์ ‘ไพรัชล์’ นำทัพไทยแอร์เอเชีย ฝ่าโจทย์ท้าทาย ย้ำ ‘ผู้นำ’ แอร์ไลน์

“ไพรัชล์” แม่ทัพใหม่ “ไทยแอร์เอเชีย” มองอุตสาหกรรมการบินปี 2569 ดีกว่าปีก่อน เผยแผนเคลื่อนธุรกิจมุ่งบริหารความเสี่ยงรอบด้าน หาทางลดต้นทุน วางเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งการบินในประเทศแตะ 45% ใน 2-3 ปี

ไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เพิ่งรับตำแหน่งซีอีโอหมาดๆ ไม่ถึง 1 เดือน แต่ภารกิจในฐานะแม่ทัพขับเคลื่อนธุรกิจมีมากมายท่ามกลางโจทย์ท้าทาย

การเปิดตัวแคมเปญ “FLY YOUR FEELINGS บินไปให้สุด...ทุกความรู้สึกทั่วไทย” กรุงเทพธุรกิจ พูดคุยกับ “ไพรัชล์” ถึงโจทย์ท้าทาย เป้าหมายสร้างการเติบโตให้ไทยแอร์เอเชียหลากมิติ ภาพแรกมุมมองต่ออุตสาหกรรมการบินปี 2569 คาดการณ์จะปรับตัวดีขึ้นจากปี 2568 ปัจจัยหนุนคือการเลือกตั้งลุล่วงแล้ว จะมีการจัดทัพรัฐบาลใหม่ คณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจที่จะสร้างความเชื่อมั่น การเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโต รวมถึงการกลับมาผลักดัน “ท่องเที่ยวไทย” นอกเหนือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ทำตลาดเต็มกำลัง

ผ่านเกือบ 2 เดือนแรก นักท่องเที่ยวต่างชาติตลาดระยะไกล เช่น ตะวันตกเดินทางเที่ยวไทยเพิ่ม ขณะที่ตลาดระยะใกล้โซนเอเชียยังคง “หดตัว” แต่ช่วงตรุษจีนเห็นสัญญาณดีขึ้น สอดคล้องกับบริษัทที่ยอด “นักท่องเที่ยวจีน” เดินทางเข้าไทยเฉลี่ย 3,000 คนต่อวัน อัตราขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) อยู่ระดับ 95% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนกว่า 80%

“ปี 2568 อุตสาหกรรมการบินหดตัวลงพอสมควร เช่นเดียวกับไทยแอร์เอเชียที่ยอดนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะจีน แต่ช่วงตรุษจีนปีนี้ถือว่าดีขึ้น แต่ยังไม่ดีเท่าปี 2566-2567 ซึ่งปัจจัยที่ยังมีผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีนคือความกังวลเรื่องความปลอดภัย รัฐบาลจีนเองโปรโมทให้เที่ยวในประเทศ รวมถึงภาวะเศรฐกิจ แต่เชื่อว่าตลาดจะค่อยฟื้นตัว เพราะไทยยังเป็นอันดับหนึ่งในจุดหมายปลายทาง หากรัฐส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ หลังมีรัฐบาลและ ครม.ใหม่ ต้องการนโยบายในการฟื้นตลาดนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัย จุดหมายปลายทางประเทศไทยยังน่าท่องเที่ยวเช่นเดิม รวมถึงการผนึกพลังระหว่างภาครัฐทั้ง 2 ประเทศ “ไทย-จีน” เพื่อเอื้อให้นักท่องเที่ยวเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้ ต้องการให้สานต่อแคมเปญ “บินฟรี” สำหรับนักท่องเที่ยงต่างชาติที่เชื่อมต่อการเดินทางไปยังเดสติเนชันต่างๆ ในไทย รวมถึงมาตรการ “ปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน” กระตุ้นการเดินทางภายในประเทศ และเอื้อต่อ “ต้นทุน” ของสายการบิน

“อุตสาหกรรมการบินมีต้นทุนที่สูง จึงต้องการให้รัฐบาลใหม่พิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งสมาคมสายการบินประเทศไทยจะขอหารือกับรัฐบาลใหม่อีกครั้ง จากก่อนหน้านี้ชะลอไว้ โดยการลดภาษีดังกล่าวช่วยภาคธุรกิจพอสมควร เพราะสายการบินบินในรประเทศเติมน้ำมันต้องเสียภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน ทำให้ต้นทุนการบินภายในประเทศสูงขึ้น ขณะที่บินต่างประเทศไม่ต้องเสีย”

“ไพรัชล์” เล่าอีกว่า ภายใต้บทบาทแม่ทัพใหญ่ การขับเคลื่อนธุรกิจปี 2569 มีความท้าทายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะภาพรวมเศรษฐกิจ ที่รัฐต้องหาทางทำให้กำลังซื้อ การใช้จ่ายของประชาชนดีกว่านี้ ขณะที่บทบาทของบริษัทต้อง “หูตาไว” หรือ Agile เพื่อกำหนดกลยุทธ์ การทำตลาดกระตุ้นการให้ผู้บริโภคเดินทางมากขึ้น

“ห่วงที่สุด..คือต้องการเห็นประเทศไทยสงบเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาเหมือนปีก่อน(ผลกระทบแผ่นดินไหว น้ำท่วมฯ) ก็เพียงพอที่จะซัพพอร์ตการท่องเที่ยวให้โตโดยธรรมชาติหรือออแกนิกได้ เมืองไทยถ้านิ่งๆ เราจะไปได้เร็ว เราอยู่ในอุตสาหกรรมการบินกว่า 20 ปี ทุกปีเผชิญเรื่องท้าทายมากมาย ถ้ามีแป๊บเดียวหาย แต่ถ้าไม่มีเลยย่อมดีกว่า เพราะตลาดพร้อมที่จะเคลื่อนไปอยู่แล้ว”

สำหรับการเคลื่อนทัพไทยแอร์เอเชียในยุคโลกผันผวน ความท้าทายรายล้อม “ไพรัชล์” ให้ความสำคัญกับ “การบริหารจัดการความเสี่ยงทุกมิติ” หากลยุทธ์มาต่อกร(attack)กับปัญหา

“Risk management สำคัญ แม้จะช่วยแก้ปัญหาไม่ได้หมด แต่ช่วยลดความเสี่ยง ลดความผันผวนหรือ fluctuate ลงได้ เพราะตอนนี้โลกเปลี่ยนเร็วมาก อะไรก็เกิดขึ้นได้ และเราต้องหูตาไวก็คือ Agile ด้วย”

นอกจากนี้ วิสัยทัศน์การบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นภารกิจสำคัญในฐานะสายการบินต้นทุนต่ำ(Low cost) แม้ปัจจุบันต้นทุนต่อหน่วยทำได้ต่ำแล้ว แต่หลังวิกฤติโควิด-19 ระบาดต้นทุนหลายอย่างขยับขึ้น เช่น ค่าซ่อมบำรุง ค่าเช่าเครื่องบิน ฯ จึงต้องหาทาง “ลดค่าใช้จ่ายลงอีก”

“ต้องมาดูแลภายในองค์กร ระบบการทำงานตรงไหนหลวม ต้องขันน็อตให้แน่นได้ ช่วยเล็กๆน้อยๆ หากลดค่าใช้จ่าย ขอแผนกละ 1% ก็จะทำให้ต้นทุนโดยรวมต่ำลง มีบางอย่างทำให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น”

ด้านเป้าหมายจะเสริมแกร่งการเป็น “ผู้นำตลาด” การบินภายในประเทศ เพิ่มส่วนแบ่งตลาดแตะ 45% ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า จาก 40% และปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการบินในประเทศ 55% ส่วนปริมาณที่นั่ง(capacity) 70% และปี 2569 บริษัทจะเพิ่มฝูงบินใหม่ 4-5 ลำ ตระกูลแอร์บัส(A320) ผลักดันการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร 

“ปี 2568 เป็นปีที่เก็บคองอเข่าคือการระมัดระวัง ด้วยสถานการณ์ไม่เอื้อ แม้เราอยาดจะกระโดดโลดเต้นเหมือนกัน ส่วนปี 2569 เราอยากจะยึดหัวหาดตลาดการบินในประเทศหรือ Domestic ให้แข็งแรง ส่วนการบินตลาดต่างประเทศ เราจะหูตาไว ถ้ามีโอกาสจะขยับตัวเร็ว ซึ่งไทยแอร์เอเชียเราเป็นเช่นนั้นมาโดยตลอด”