“เซ็นทรัลพัฒนา” ทุ่ม 7,000 ล้าน ต่อจิ๊กซอว์อาณาจักรเมกะมิกซ์ยูส “เซ็นทรัล ภูเก็ต” หนุนมูลค่าโครงการแตะ 26,000 ล้าน เดินหน้าปั้น “ย่านดาวน์ทาวน์” ลักชัวรี เดสติเนชัน กางมาสเตอร์แพลน 5 ปี ลุยลงทุน โรงแรม-คอนเวนชันใหม่ รับดีมานด์ความมั่งคั่งท่องเที่ยวภูเก็ต คาดรายได้ทัวริสต์ต่างชาติทะยาน 6 แสนล้านปีนี้ หลังทำนิวไฮมาเยือนช่วงไฮซีซัน 80,000 คนต่อวัน สูงสุดในรอบ 5 ปี
“เซ็นทรัลพัฒนา” บิ๊กคอร์ปอสังหาริมทรัพย์ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัลแห่งตระกูลจิราธิวัฒน์ นับเป็นผู้บุกเบิกเปิดศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในเมืองท่องเที่ยวระดับโลก “ภูเก็ต” ตั้งแต่ปี 2547 เริ่มจากโครงการ “เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล” บนทำเลใจกลางเมือง ถนนทุกสายมุ่งมาที่นี่ เป็นจุดตัดสำคัญที่สุดของเมืองที่ใครมาภูเก็ตต้องผ่าน เหมือนกับตำแหน่งของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ บริเวณใจกลางแยกราชประสงค์
ก่อนต่อยอดอีกขั้นกับ “เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า” เปิดบริการเมื่อปี 2561 นำร้านค้าลักชัวรีแบรนด์และไลฟ์สไตล์ลักชัวรีระดับโลก เข้ามาเติมเต็มเมืองชายทะเลหรู ขับเคลื่อน The World’s Luxury Destination ระดับโลก ยกระดับเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวยั่งยืน
ขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสิ่งอำนวยความสะดวกของภาครัฐ และการพัฒนาโครงการต่างๆ ของภาคเอกชนต่างสนับสนุนให้ “ภูเก็ต” ไข่มุกแห่งอันดามัน พุ่งทะยานเทียบชั้นเมืองไมอามี สหรัฐ, แซ็ง-ทรอเป ฝรั่งเศส และบาร์เซโลน่า สเปน ซึ่งล้วนมีองค์ประกอบครบทั้งร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง ท่าเรือยอชต์ ร้านค้าที่พักระดับลักชัวรีมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บริการด้านสุขภาพ และวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่โดดเด่น
โดย "ภูเก็ต" เป็นเมืองที่มีศักยภาพแบบเดียวกันและกำลังถูกต่อยอดโครงสร้างดังกล่าวให้ชัดเจนขึ้นในโมเดลใหม่ของเมืองชายทะเลหรู ด้วย 3 แกนสำคัญ คือ ลักชัวรีไลฟ์สไตล์, ดาวน์ดาวน์ อีโคโนมี และโกลบอล คอมมูนิตี้ รองรับการอยู่อาศัยที่มีคุณภาพของผู้คนทั่วโลก
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่มงบลงทุน 7,000 ล้านบาท ขยายโครงการ “เซ็นทรัล ภูเก็ต” เมกะมิกซ์ยูสของเซ็นทรัลพัฒนาในช่วง 3 ปีจากนี้ (2569-2571) ซึ่งจะทำให้ทั้งโครงการมีมูลค่ารวมกว่า 26,000 ล้านบาท โดยขยายพื้นที่ใช้สอยให้มีขนาดรวม 500,000 ตารางเมตร บนที่ดิน 110 ไร่ จากพื้นที่เดิม 300,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังขยายโซนลักชัวรีเพิ่มอีกเท่าตัว รวมถึง Ultimate Culinary Landmark และ World-class Attractions บนพื้นที่ต่อขยาย 14 ไร่
“หลังจากเราพัฒนา เซ็นทรัล ภูเก็ต ให้เป็นศูนย์กลาง World-Class Luxury Lifestyle พร้อมเดินหน้าเป้าหมายยกระดับย่านดาวน์ทาวน์ของภูเก็ตสู่แลนด์มาร์กระดับโลก ในเชิงพื้นที่ เซ็นทรัล ภูเก็ต จะมีขนาดใหญ่เป็นรองแค่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งมีพื้นที่ 550,000 ตารางเมตร ส่วนในเชิงภาพลักษณ์ลักชัวรี นี่คือน้องๆ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี”
ทั้งนี้ การลงทุนอย่างต่อเนื่องของเซ็นทรัลพัฒนาทำให้ “เซ็นทรัล ภูเก็ต” เติบโตบนจุดแข็ง 4 ด้าน ประกอบด้วย 1.Luxury mall หนึ่งเดียวนอกกรุงเทพฯ ที่รวมแบรนด์ระดับโลกไว้มากที่สุด 2.มี Strategic alliances ที่แข็งแกร่งทั้งพันธมิตรธุรกิจ โรงแรม ภาครัฐ เอกชน และฐานลูกค้าไทย ชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยในภูเก็ต (Expat) ที่มี Relationship ยาวนาน 3. มี Variety of lifestyle ครบทุกการใช้ชีวิต และ 4.ปักหมุดเป็น เมกะมิกซ์ยูสระดับโลกใจกลางเมืองที่ครบทั้งศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม และคอนเวนชันฮอลล์ รองรับอีเวนต์ระดับประเทศและระดับโลกตลอดทั้งปี
มั่นใจศักยภาพภูเก็ตลุยขยายอาณาจักร
ศักยภาพของภูเก็ตในปัจจุบัน ก้าวไปอีกขั้นมากกว่าการเป็นเมืองท่องเที่ยว ด้วยการเป็นศูนย์กลางระดับโลกหลายด้าน ทั้งด้านการแพทย์ สุขภาพ และบริการ ขณะเดียวกันตลาดที่พักอาศัยระดับหรูแบบ Branded Residences มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีวิลล่าเปิดใหม่ระดับไฮเอนด์ (High-end) ถึงอัลตร้าลักชัวรี (Ultra Luxury) รองรับการใช้ชีวิตของผู้ที่มีความมั่งคั่งสูงและกลุ่มที่ต้องการพำนักระยะยาวจากทั่วโลก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจภูเก็ตจากเมืองท่องเที่ยวสู่เมืองเพื่อการอยู่อาศัยอย่างชัดเจน
"ภูเก็ตเป็นจุดหมายของ Global wealth และ Long-stay residents ทั่วโลก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจภูเก็ตจาก Visitor Economy สู่ Living Economy อย่างชัดเจน”
ความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพระยะยาวของภูเก็ต สะท้อนผ่านการลงทุนของกลุ่มเซ็นทรัลในภูเก็ตมากกว่า 140 แห่ง นับเป็นจังหวัดที่มีการลงทุนสูงสุดอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ ครอบคลุมธุรกิจรีเทล 10 แห่ง โรงแรม 7 แห่ง ที่อยู่อาศัย 3 แห่ง และธุรกิจในเครือเซ็นทรัล รีเทล อีกกว่า 120 เอาต์เลต
ในช่วงไฮซีซันล่าสุด ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 ถึงไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่าภูเก็ตทุบสถิติมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาสูงสุดในรอบ 5 ปี และมากกว่าปี 2562 ก่อนโควิด-19 ระบาด มีจำนวนเฉลี่ย 60,000-80,000 คนต่อวัน และมีคาดการณ์ว่าตลอดปี 2569 ภูเก็ตจะทำรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 600,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวหลักจากตลาดรัสเซีย อินเดีย จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย สหรัฐ และประเทศอื่นๆ ในยุโรป รวมถึงตลาดตะวันออกกลางที่กำลังมาแรงจากการเพิ่มเที่ยวบินตรงเข้าภูเก็ตมากขึ้น
“การลงทุนในเฟสใหม่ถัดไป เตรียมพัฒนาโรงแรมและคอนเวนชันแห่งใหม่ภายใน 5 ปีข้างหน้าตามมาสเตอร์แพลนการลงทุนของเซ็นทรัล ภูเก็ต ตั้งเป้าให้เป็นสถานที่จัดงานคอนเวนชันที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูเก็ตอีกด้วย ช่วยต่อจิ๊กซอว์ให้เมกะมิกซ์ยูสแห่งนี้มีองค์ประกอบครบทุกด้าน”
ต่อจิ๊กซอว์“เซ็นทรัล ภูเก็ต”สมบูรณ์ปี 71
นายชาตรี โกวิทานุพงศ์ Head of Project Development กล่าวเสริมว่า การขยายโครงการ เซ็นทรัล ภูเก็ต คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2571 แบ่งเป็น 3 ส่วนหลักซึ่งใช้งบลงทุนรวม 7,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า “The Pinnacle of Urban Luxury” ขยายพื้นที่ลักชัวรีเพิ่มอีกเท่าตัว ให้เป็น The World’s Luxury Destination ที่สมบูรณ์แบบที่สุดนอกกรุงเทพฯ คาดเปิดไตรมาส 4 ปี 2569
2.เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล “The Everyday Urban Lifestyle Gateway” ยกระดับประสบการณ์ชอปปิง ผสานรีเทล แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ และพื้นที่กิจกรรมไว้ด้วยกัน คาดเปิดไตรมาส 1 ปี 2571 และ 3.World-Class Attractions แลนด์มาร์กใหม่ที่รวม Aquatic Experience, World-class Arena for Entertainment & Culture และ Immersive Park บนพื้นที่ต่อขยาย 14 ไร่ คาดเปิดไตรมาส 3 ปี 2571
อสังหาฯ หรู “ภูเก็ต” บูมหนุนรีเทลโต
นายอิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing Fashion & Luxury Partner Management กล่าวว่า ภูเก็ตกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเร่งการเติบโตของตลาดลักชัวรี ในปี 2569-2572 จะมี Branded Residences กว่า 4,700 ยูนิตจาก 26 โครงการ และโรงแรมลักชัวรีแห่งใหม่กว่า 20 โครงการ รวมกว่า 5,200 ห้อง ควบคู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น การขยายสนามบินรองรับผู้โดยสารกว่า 18 ล้านคนต่อปี การพัฒนาท่าเรือน้ำลึก รวมถึงโรงพยาบาลระดับสากล และโครงการด้านสุขภาพ (Wellness) โดยมี เซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นศูนย์กลางเชื่อมชีวิตลักชัวรี
“ปัจจุบันเรามีฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงทั้งกลุ่มคนไทย กลุ่ม Expat (ชาวต่างชาติอาศัยในต่างประเทศ) นักท่องเที่ยวคุณภาพ และกลุ่มพำนักระยะยาว (Long-stays) ส่งผลให้หลายแบรนด์มียอดขายติด Top 3 ของประเทศต่อเนื่อง มียอดใช้จ่ายต่อคน (Spending per Customer) สูงสุดในกลุ่มทัวริสต์มอลล์ (Tourist malls) และมียอดขายต่อตารางเมตรสูงถึง 2.5 เท่า พร้อมฐานลูกค้า VVIP ระดับ Tycoon กว่า 3,000 คน อีกทั้งยังมี The 1 ecosystem ที่เชื่อมโยงกลุ่มลูกค้ากลุ่มที่มีความมั่งคั่ง (Wealth) ได้ทั่วประเทศ”





