วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

สัญญาณบวก ‘จีนเที่ยวไทย’ ยอดฟื้น ดันทัวริสต์ต่างชาติ 2 เดือนแรก 6 ล้านคน

สัญญาณบวก ‘จีนเที่ยวไทย’ ยอดฟื้น ดันทัวริสต์ต่างชาติ 2 เดือนแรก 6 ล้านคน

สถานการณ์ “ภูมิรัฐศาสตร์” (Geopolotics) กรณีพิพาทระหว่าง “จีน-ญี่ปุ่น” ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น ยอด “นักท่องเที่ยวจีน” เดินทางเข้าแดนซามูไรในเดือน ม.ค. 2569 มีจำนวนรวม 3.85 แสนคน ร่วงแรงกว่า 60% เทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเคยทำได้ถึง 9.8 แสนคน ตามการรายงานสถิติขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO)

แต่ด้วยนักท่องเที่ยวหลายๆ ตลาด เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน สหรัฐ ไทย ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย ยังเติบโตดีระดับ 10-20% ช่วยประคองภาพรวมนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นทั้งหมดในเดือนแรกของปี 2569 มีจำนวนสะสมเกือบ 3.6 ล้านคน ลดลงราว 5%

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 22 ก.พ. 2569 พบว่ามี “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนมาก ล่าสุดมีจำนวนสะสมใกล้แตะ 6 ล้านคน ได้อานิสงส์บวกตั้งแต่เทศกาลปีใหม่ และสัญญาณบวกจากตลาด “นักท่องเที่ยวจีน” ซึ่งมีขนาดใหญ่อันดับ 1 เริ่มฟื้นตัวดี โดยเฉพาะในเดือน ก.พ. ที่มีเทศกาลตรุษจีนเป็นไฮไลต์ นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยสูง บางวันแตะ 30,000 คน/วัน

หลังจาก ททท.วางกลยุทธ์เตรียมความพร้อม จัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว “จงไท่อี้เจียชิน จีน-ไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ในปี 2569 เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนเป็นตลาดสำคัญทั้งกลุ่มเดินทางจากเมืองหลักและเมืองรองของจีน โดยเมื่อเดือน ม.ค. ได้ร่วมกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) จัดแฟมทริป มีตัวแทนจากบริษัททัวร์ชั้นนำและกลุ่ม KOLs เข้าร่วมงานกว่า 300-400 ราย และในเดือน ก.พ. ได้จัดงานตรุษจีนหลายพื้นที่ เช่น อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีนักท่องเที่ยวเชื้อสายจีนโดยเฉพาะจากมาเลเซียเดินทางเข้ามาจำนวนมาก ส่วนเดือน มี.ค. จะมีการเข้าร่วมงานเทรดโชว์และจัดโรดโชว์ครั้งใหญ่ในนครเซี่ยงไฮ้

อีกกลยุทธ์ที่ช่วยส่งเสริมจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้นในปีนี้คือกลยุทธ์ “แอร์ไลน์ โฟกัส” (Airlines Focus) ที่ ททท.ทำงานร่วมกับสายการบินทั้งจากตลาดระยะใกล้และระยะไกล ซึ่งต้องใช้เวลาเจรจาเรื่องการเปิดเส้นทางบินใหม่อย่างน้อย 6 เดือนล่วงหน้า ปัจจุบันกำลังออกดอกออกผล ทำให้ในครึ่งหลังปีนี้จะเห็นสายการบินใหม่เปิดเส้นทางบินและเพิ่มเที่ยวบินเข้าไทยมากขึ้น

“ทิศทางของภาคการท่องเที่ยวไทยในปีนี้ ททท.ตั้งเป้าหมายดึงจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่น้อยกว่า 35 ล้านคน แต่มีความเป็นไปได้ที่จะได้ 36.7 ล้านคน”

สัญญาณบวก ‘จีนเที่ยวไทย’ ยอดฟื้น ดันทัวริสต์ต่างชาติ 2 เดือนแรก 6 ล้านคน ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

จากการดำเนินกลยุทธ์ “Value over Volume” เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพราะ ททท.ต้องการช่วงชิงตลาดที่มียอดการใช้จ่ายค่อนข้างสูงและเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ เช่น กลุ่ม “Lifeconomy” ให้ความสำคัญกับสุขภาวะทั้งร่างกายและจิตใจ จึงเดินหน้าใช้แคมเปญสื่อสารการตลาดหลัก “Amazing Thailand : Healing is The New Luxury” ควบคู่ไปกับแคมเปญใหม่ “Feel All The Feelings” ที่ได้ “ลิซ่า - ลลิษา มโนบาล” ศิลปินระดับโลก มาทำหน้าที่ “Amazing Thailand Ambassador” ช่วยโปรโมตภาคการท่องเที่ยวไทย กระจายนักท่องเที่ยวไปยังจุดหมายต่างๆ ทั้งในเมืองหลักเมืองรองของประเทศไทย ช่วยฮีลใจและเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยในเร็วๆ นี้ ททท.เตรียมจัดแคมเปญร่วมกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ค้นหาเมืองน่าเที่ยวหรือ “Hidden Gem” ใหม่ๆ มาโปรโมตเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ททท.จะเดินหน้าเติม “เสน่ห์ไทย” อาทิ มวยไทย สปาและนวด แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น และอาหารไทย อาหารถิ่น รวมถึงโปรโมตร้านอาหารที่ได้รับรางวัลต่างๆ เช่น รางวัลมิชลิน รางวัล Asia’s Best 50 Restaurants ที่ได้ให้การสนับสนุน รวมถึงงานประกาศรางวัล The World’s Best 50 Restaurants ที่ ททท.สนใจดึงงานนี้มาจัดในไทย ควบคู่กับการโปรโมตกิจกรรมและอีเวนต์ระดับโลกที่เตรียมมาจัดในไทยต่อเนื่อง เช่น งานเทศกาลดนตรี “ทูมอร์โรว์แลนด์ ไทยแลนด์” (Tomorrowland Thailand) และอีเวนต์อื่นๆ เพื่อให้ประเทศไทยยืนหนึ่งในด้านการท่องเที่ยวทั้งในแง่จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้

ฐาปนีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ “ปัจจัยบวก” ที่มีผลต่อภาคการท่องเที่ยวไทย มองว่าหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ให้ความสำคัญต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ทำให้ ททท.ได้ร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วน ทั้งในมุมยกระดับภาพลักษณ์ความปลอดภัยและปัจจัยพื้นฐานสำคัญ กระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเดินทางมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม “ปัจจัยท้าทาย” ยังมีอยู่ โดยเฉพาะ “ค่าเงินบาท” ที่ยังแข็งค่า ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติหากประเทศคู่แข่งมีค่าเงินที่อ่อนกว่า นอกจากนี้ “ภาพลักษณ์ด้านลบ” บนโลกออนไลน์ พบว่าปัจจุบันยังมีอยู่ จึงเป็นจุดที่ ททท.ให้ความสำคัญอย่างมากในการเร่งยกระดับภาพลักษณ์ที่ดีของท่องเที่ยวไทยบนโลกจริง เพื่อลบภาพลักษณ์ที่ไม่ดีบนโลกออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีปัจจัย “ภัยพิบัติ” ที่ควบคุมไม่ได้ รวมถึงสถานการณ์ “ภูมิรัฐศาสตร์” ที่กระทบต่อความมั่นคงและภาคการท่องเที่ยว