วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2569

Login
Login

‘สทท.’ ชี้ทางรอดธุรกิจท่องเที่ยวไทย! ฝ่าเทรนด์ ‘เลือกเยอะ จ่ายยาก' ยกคุณภาพสู้

‘สทท.’ ชี้ทางรอดธุรกิจท่องเที่ยวไทย!  ฝ่าเทรนด์ ‘เลือกเยอะ จ่ายยาก' ยกคุณภาพสู้

สถานการณ์ภาคท่องเที่ยวปี 2569 จะเปลี่ยนจาก “การฟื้นตัว” ไปสู่ “การปรับตัวและการแข่งขันด้านคุณภาพ” มากขึ้น หลังจากสิ้นสุดภาวะ “เที่ยวล้างแค้น” ในช่วงปี 2566-2567 โดยในปีนี้พฤติกรรมนี้จะหายไป ผู้คนเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ การเดินทางจะถูกวางแผนอย่างใจเย็นและรอบคอบมากขึ้น นักท่องเที่ยวจะไม่ยอมจ่ายเงินเพียงเพื่อให้ได้เที่ยว แต่จะจ่ายเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่า!

รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทยไตรมาส 4 ปี 2568 ของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ระบุว่า “เทรนด์พฤติกรรมการท่องเที่ยวปี 2569” เปลี่ยนไป จากโครงสร้างประชากรนักท่องเที่ยว “กลุ่มผู้สูงอายุ” (Active Seniors อายุ 50-70 ปี) จะมีสัดส่วนสูงขึ้น ทั้งจากยุโรป ญี่ปุ่น และในไทยเอง ธุรกิจที่รองรับการออกแบบสากล (Universal Design) และบริการด้านสุขภาพจะได้เปรียบ

อีกเทรนด์ที่มาแรงคือ “Quietcation” เทรนด์การท่องเที่ยวที่เน้นความเงียบสงบ ไม่วุ่นวาย และเป็นส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวสถานที่ยอดนิยม อาจจะไปที่ที่ไม่มีใครรู้จักก็ได้ แต่ขอให้ได้พักผ่อนเต็มที่และได้ใช้เวลากับตัวเองอย่างแท้จริง! อย่างนักท่องเที่ยวกลุ่ม Active Seniors ไม่ต้องการวางแผนท่องเที่ยวด้วยตัวเอง จึงมอบหมายและไว้ใจให้บริษัทท่องเที่ยวจัดการวางแผนให้ทั้งหมดว่าพวกเขาควรจะไปเที่ยวที่ไหนถึงจะสงบ พักผ่อนได้เต็มที่ ภายใต้วันเวลาและงบประมาณที่พวกเขากำหนดไว้

“Green Tourism” (การท่องเที่ยวสีเขียว) จะได้รับความนิยมมากขึ้นในปี 2569 ไม่ใช่แค่เทรนด์ทางเลือก แต่เป็น “มาตรฐานใหม่” ที่ส่งผลกระทบอย่างเข้มข้นต่อภาคโรงแรมและที่พัก ทั้งในแง่ต้นทุน การตลาด และการดำเนินงานรายวัน กฎระเบียบโลกเริ่มแบนธุรกิจที่ไม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แหล่งท่องเที่ยวต้องปรับตัว ลดการสร้างมลพิษและคาร์บอน หากไม่มีคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อมชัดเจน จะถูกตัดออกจากตัวเลือกของนักท่องเที่ยวคุณภาพทันที 

โดยนักท่องเที่ยวยุโรปและคนรุ่นใหม่เริ่มมองหาที่พักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง แพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ (OTA) จะเริ่มดัน Ranking ให้ที่พักที่มีมาตรฐานรักษ์โลกติดลำดับแรกๆ ของการค้นหา

นอกจากนี้เทรนด์ “การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” (Wellness Tourism) ยกระดับจากการทำสปาไปสู่การกินอาหารเป็นยา (Gastronomy) และการดูแลสุขภาพจิต (Mental Retreat) ยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเทรนด์ “การท่องเที่ยวแบบมีความหมาย” (Meaningful Travel) นักท่องเที่ยวต้องการสัมผัสวิถีชุมชนท่องเที่ยวที่ลึกซึ้ง มากกว่าแค่ไปถ่ายรูปเช็กอิน และการท่องเที่ยวเมืองรองยังคงเติบโตหากมีการทำการตลาดเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่ดี

‘สทท.’ ชี้ทางรอดธุรกิจท่องเที่ยวไทย!  ฝ่าเทรนด์ ‘เลือกเยอะ จ่ายยาก' ยกคุณภาพสู้

ค่าครองชีพ-ดอกเบี้ย ปัจจัยสำคัญท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ “ค่าครองชีพและดอกเบี้ยทรงตัว” มีผลต่อการเดินทางในปี 2569 แม้อัตราเงินเฟ้อโลกจะชะลอตัว แต่ราคาสินค้าและบริการ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน และค่าที่พัก ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมีแนวโน้ม “เลือกเยอะ จ่ายยาก” (Value for Money is King) พวกเขาจะเปรียบเทียบราคาอย่างหนักก่อนจอง

นอกจากนี้ “จีน” ยังคงเผชิญปัญหาเศรษฐกิจภายใน ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มกระแสหลัก (Mass) กลับมาได้ไม่เต็มที่ในปีนี้ ไทยจึงต้องพึ่งพากลุ่มใช้จ่ายสูง (High Spending) จากจีน และกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดยุโรป อินเดีย เกาหลีใต้ และตะวันออกกลางมากขึ้น ขณะที่ตลาดในประเทศ ปัญหา “หนี้ครัวเรือนสูง” ยังเป็นตัวฉุดกำลังซื้อ คนไทยจะเที่ยวถี่น้อยลงแต่เน้นคุณภาพ หรือเลือกเที่ยวช่วงที่มีโปรโมชันแรงๆ เท่านั้น

แต่ธุรกิจท่องเที่ยวไม่สามารถแข่งขันด้วย “สงครามราคา” (Price War) ได้อีกต่อไป เพราะจะทำให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น การหันมาสู้ด้วย “คุณภาพบริการ” เพื่อดึงดูดลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง จึงเป็นทางรอด!

‘สทท.’ ชี้ทางรอดธุรกิจท่องเที่ยวไทย!  ฝ่าเทรนด์ ‘เลือกเยอะ จ่ายยาก' ยกคุณภาพสู้

 

แข่งขันเพื่อนบ้าน ไทยต้องเร่งปรับตัว

ขณะเดียวกัน “การแข่งขันรุนแรง” จากประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม ทำให้ไทยไม่สามารถแข่งแบบเดิม ชูจุดขายแค่ “ทะเลไทยสวยกว่า” ได้อีกต่อไป แต่ต้องแข่งขันด้วย “คุณภาพการบริหารจัดการ” เช่น ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายแก่นักท่องเที่ยว

‘สทท.’ ชี้ทางรอดธุรกิจท่องเที่ยวไทย!  ฝ่าเทรนด์ ‘เลือกเยอะ จ่ายยาก' ยกคุณภาพสู้

เทคโนโลยี “AI” เป็นอีกเทรนด์ที่นักท่องเที่ยวจะใช้ในการวางแผนเที่ยวเองมากขึ้น เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ง่ายกว่าที่เคย ทำให้บทบาทของบริษัททัวร์แบบดั้งเดิมลดลง ธุรกิจต้องปรับตัวทำคอนเทนต์ให้ AI หาเจอ นอกจากนี้ลูกค้ายังคาดหวังการบริการที่รู้ใจและไร้รอยต่อ (Seamless Experience) ธุรกิจต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงคุณภาพการบริการรายบุคคล ใครที่ยังทำงานแบบเดิมๆ จะไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนของลูกค้ายุคใหม่ได้

สำหรับ “ปัจจัยเสี่ยง” และ “อุปสรรค” ของภาคการท่องเที่ยวในไตรมาส 1 ปี 2569 รายงานระบุว่า “ฝุ่น PM 2.5” ที่มักจะรุนแรงในช่วงฤดูหนาว เป็นปัจจัยลบระยะสั้นที่สำคัญที่สุดในช่วงกลางเดือน ม.ค.-มี.ค. โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และภาคเหนือ นักท่องเที่ยวจะหนีฝุ่นลงมาเที่ยวทะเลภาคใต้ หรืออาจจะหันไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านแทน ทำให้ผู้ประกอบการภาคเหนือต้องเตรียมแผนรับมือล่วงหน้า

 

"เลือกตั้ง" จุดเปลี่ยนสำคัญเศรษฐกิจไทย

ด้าน “การเลือกตั้ง” เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 การจัดตั้ง “รัฐบาลใหม่” ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทย เมื่อประเมินฉากทัศน์หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว 1-2 เดือน เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ตามเป้าหมาย งบประมาณเบิกจ่ายต่อเนื่อง แต่ถ้ารัฐบาลรักษาการลากยาว 3-5 เดือน ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปี 2569 อาจโตต่ำกว่า 1.5% การลงทุนของภาคเอกชนชะงักงัน และยังมีความเสี่ยงด้านงบประมาณที่อาจมีความล่าช้าของงบประมาณปี 2570 หากการจัดตั้งรัฐบาลใช้เวลานานเกินไป จะส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินปี 2570 ล่าช้า กระทบต่อโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Mega Project) ของรัฐ

และปัจจัย “ภูมิรัฐศาสตร์และสังคม” ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สงครามการค้า และปัญหาสงครามในตะวันออกกลางยังคงกดดันราคาน้ำมันและเส้นทางการบิน และจะมีความขัดแย้งระหว่างประเทศและภูมิภาคของโลกเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ ภาวะ “โลกไม่สงบ” คาดส่งผลโดยตรงต่อนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล (Long-haul)