กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ส่ง 'โครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ' วงเงิน 500 ล้านบาท ช่วยลูกหนี้เดิม เติมทุน เสริมสภาพคล่อง ฟื้นธุรกิจ
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยปัจจุบันยังคงมีความผันผวน การค้าการลงทุนยังมีแนวโน้มการชะลอตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จำเป็นต้องมีสภาพคล่องทางการเงินอย่างเพียงพอ
ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือเยียวยาเอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้สินเชื่อของ กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จึงเร่งเติมเงินทุนสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโต ด้วย โครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ (TOP UP) วงเงินโครงการ 500 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้เดิมของกองทุนฯ ที่ต้องการเติมทุน เพื่อต่อยอดธุรกิจและคงสภาพการจ้างงาน โดยต้องเป็นลูกหนี้เกรด A หรือชำระดีติดต่อกัน 12 เดือน โดยมีวงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.5-3.5% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุด 3 ปี ซึ่งคาดว่าจะเริ่มโครงการได้ภายในเดือน ก.พ.นี้
นายณัฐพล ระบุว่า มาตรการโครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้เดิมของกองทุนฯ ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่ยังมีความผันผวน พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อนำไปใช้เสริมสภาพคล่อง ขยายกิจการ และฟื้นฟูศักยภาพทางธุรกิจ
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และนำพาธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
สำหรับ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ ได้รับพิจารณาโครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ ประกอบด้วย เป็นเอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ใน 7 โครงการที่กำหนด และมีภาระหนี้เงินต้นวงเงินกู้สินเชื่อระยะยาว (Term Loan) คงเหลืออยู่กับกองทุนฯ
ต้องมีสถานะที่ไม่เป็น NPL หรือไม่อยู่ในระหว่างที่ถูกกองทุนฯ ดำเนินคดี หรือถูกดำเนินคดี ณ วันยื่นขอเข้าร่วมหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติอื่นๆ เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
โดยลูกหนี้สินเชื่อของกองทุนฯ ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด และยื่นขอสินเชื่อได้ที่ สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด หรือ SME D Bank ทุกสาขาทั่วประเทศ





