วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

10 ปี บิ๊กมูฟ ‘บิ๊กซี’ ‘อัศวิน-ฐาปณี’ เคลื่อนค้าปลีกรอบใหม่ เล็ง 3 ตลาดหุ้น IPO

10 ปี บิ๊กมูฟ ‘บิ๊กซี’  ‘อัศวิน-ฐาปณี’ เคลื่อนค้าปลีกรอบใหม่ เล็ง 3 ตลาดหุ้น IPO

1 ทศวรรษ "อัศวิน-ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล" เรียนรู้ถูกผิดสังเวียน "ค้าปลีก" สู่การประกาศวิสัยทัศน์ใหญ่ "บิ๊กมูฟ บิ๊กซี" จากโมเดิร์นเทรด รุกศูนย์การค้า The Color พร้อมเดินเกมเจาะสหรัฐ พร้อมจัดพอร์ต เล็งเข้าตลาดหุ้นเวียดนาม ฮ่องกง สิงคโปร์ เพื่อระดมทุน

1 ทศวรรษ หรือ 10 ปี คือเส้นทางค้าปลีกขององค์กรร้อยปี “บีเจซี บิ๊กซี” ภายใต้การนำทัพธุรกิจของ 2 ผู้นำ “อัศวิน-ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล”

ย้อนเส้นทาง “บีเจซี บิ๊กซี” มีจุดตั้งต้นธุรกิจค้าปลีกสำคัญคือการคว้าร้านหนังสือ “เอเซียบุ๊คส” มาอยู่ในพอร์ตโฟลิโอ ก้าวถัดไป ปี 2558 คือการทุ่มทุนซื้อกิจการห้างค้าปลีกประเภทเงินสด(Cash&carry)ในประเทศเวียดนาม ทว่า บิ๊กสเต็ปเกิดขึ้นในปี 2559 เมื่อมีการทุ่มเงินระดับ “แสนล้านบาท” เข้าซื้อกิจการห้างค้าปลีกสมัยใหม่(โมเดิร์นเทรด) “บิ๊กซี” เข้ามาเสริมแกร่ง

ผ่านไป 10 ปี “บีเจซี บิ๊กซี” ประกาศวิสัยทัศน์ครั้งใหญ่ "BIG VISION. BIG MOVE.: The Next Chapter of Big C Development” ในงาน “Big C Tenant Conference 2026” พร้อมการขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกสร้างการเติบโตสู่ปี 2573

10 ปี บิ๊กมูฟ ‘บิ๊กซี’  ‘อัศวิน-ฐาปณี’ เคลื่อนค้าปลีกรอบใหม่ เล็ง 3 ตลาดหุ้น IPO

10 ปีจากโมเดิร์นเทรด รุกศูนย์การค้า

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี ร่วมกันเผยวิสัยทัศน์ธุรกิจใน 5 ปี (ปี 2569-2573) คือการขยายห้างค้าปลีกทุกรูปแบบ(format)ให้ทะยานสู่ 3,000 สาขา โดยมี “บิ๊กมูฟ” คือการพลิกโฉมรุก “ศูนย์การค้า” หรือไลฟ์สไตล์มอลล์เป็นหมากรบใหม่ในรอบ 10 ปี ภายใต้แบรนด์ “ดิคัลเลอร์-The Color” จากเดิมที่บริษัทเน้นขยายค้าปลีกทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ฯ

“นี่คือ Big Vision. Big Move ของบิ๊กซี เป็นการพลิกโฉมครั้งแรกที่นำฟอร์แมทไลฟ์สไตล์มอลล์เพื่อขยายธุรค้าปลีก”

2 แม่ทัพธุรกิจ เล่าว่า บริษัทยังมีประสบการณ์น้อยในวงการค้าปลีก เพราะบริษัทออกสตาร์ทด้วยเอเซียบุ๊คส์ เมโทร เวียดนามหรือปัจจุบันคือ เอ็มเอ็ม เมก้า มาร์เก็ต เวียดนาม(MM MegaMarket Vietnam) แต่เริ่มจริงจังคือการขยาย “บิ๊กซี” ในปี 2559 เผชิญการ “ลองผิดลองถูก” มาพอสมควร เดิมเน้นการขายสินค้าให้ผู้บริโภค ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย สร้างการเติบโตจาก “รายได้ค่าเช่าพื้นที่” สร้างผลตอบแทนด้าน “กำไร” (กำไรจากค้าปลีก เฉพาะค่าเช่าพื้นที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 50%ของพอร์ต) ให้ผู้ถือหุ้น อาจดูแลคู่ค้าไม่ดีพอ แต่จากนี้ไปจะน้นสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับ “พันธมิตร” ผู้เช่าพื้นที่ ลูกค้า และชุมชนมากยิ่งขึ้น

10 ปี บิ๊กมูฟ ‘บิ๊กซี’  ‘อัศวิน-ฐาปณี’ เคลื่อนค้าปลีกรอบใหม่ เล็ง 3 ตลาดหุ้น IPO

“จากนี้ไปจะสร้างระบบพันธมิตรทางธุรกิจที่เติบโตไปด้วยกัน Big Vision ของเราจะปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น สุดท้ายต้องชนะใจลูกค้า คอมมูนิตีต่างๆทั่วประเทศ เป็น Big Vision Big Move ของเรา”

งัดฟอร์แมทที่ใช่ เจาะคอมมูนิตีกว่า “7,200 ตำบล”

การสร้างหมากรบใหม่ “ศูนย์การค้า” เป็นหนึ่งวิชัน บิ๊กมูฟ ทว่า ภาพใหญ่ “ค้าปลีก” ของ “บีเจซี บิ๊กซี” ยกเครื่องทั้งหมด ด้วยการตีโจทย์ ทำอย่างไรให้การขยายร้านแต่ละรูปแบบหรือฟอร์แมท สามารถเข้าถึงทุกคอมมูนีตี โดยบริษัทมองย่อยถึงระดับ “ตำบล” ที่มีกว่า 7,200 ตำบลทั่วประเทศไทย

นอกจากนี้ กิจการค้าปลีกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ชอปปิงออนไลน์มีอิทธิพลมากขึ้น การบ้านของผู้ประกอบการจึงต้องหาดึงลูกค้าหรือ Traffic ให้เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง และไม่ใช่แค่ซื้อสินค้า แต่ต้องใช้เวลาอยู่ในห้างค้าปลีกนานสุด เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างการขายให้กับร้านค้า ผู้เช่าพื้นที่

การเปลี่ยนรูปแบบจากโมเดิร์นเทรด สู่ศูนย์การค้าอย่างเดียวไม่พอ บริษัทยังทบทวนการใช้ “งบการตลาด จัดโปรโมชัน” ที่เคยเน้น “ความคุ้มค่า” ดึงลูกค้าเข้ามาช้อปทั้งสินค้าเรือธงกลุ่มอาหาร(Food) สินค้าอุปโภคบริโภค(FMCG) หรือ Non-food ซื้อสินค้าแบรนด์ตัวเอง(Private Brand)เพื่อเอาชนะคู่แข่ง และยืนหยัดอยู่ได้ในสมรภูมิค้าปลีก ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี สร้างความถี่ ขยายฐาน “แฟนพันธุ์แท้” ให้มากขึ้น จากปัจจุบันฐานสมาชิกบิ๊กซี 22.1 ล้านราย

10 ปี บิ๊กมูฟ ‘บิ๊กซี’  ‘อัศวิน-ฐาปณี’ เคลื่อนค้าปลีกรอบใหม่ เล็ง 3 ตลาดหุ้น IPO

เราต้องดูว่าแต่ละคอมมูนิตีต้องการค้าปลีกแบบไหน คอนเซปต์ยังไง เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ หรือมอลล์ ทุกฟอร์แมทค้าปลีกของเราต้องพลิกเกม! ส่วนงบการตลาดหลายพันล้านบาท จะมุ่งสร้าง Belonging กับลูกค้า ขยายฐานแฟนพันธุ์แท้ที่มี 8-9 ล้านราย ชอปปิงถี่ราว 10 ครั้งต่อปี ให้มีจำนวนมากขึ้น”

The Color หมากรบใหม่สู้ศึกค้าปลีก 

"BIG VISION. BIG MOVE.: The Next Chapter of Big C Development” ของ “บิ๊กซี” ปี 2569 มีหลายมิติ อย่างแรกคือการปั้นโมเดลศูนย์การค้า The Color ด้วยการเปลี่ยน “บิ๊กซี” สาขาแจ้งวัฒนะต้นกำเนิดเมื่อ 30 ปีก่อนไปสู่โฉมใหม่เต็มรูปแบบ

The Color ใช้งบลงทุน 4,000-5,000 ล้านบาท สูงกว่า “บิ๊กซี” 4-5 เท่าตัว เป็นศูนย์การค้า 5 ชั้น มีพื้นที่รวมโครงการมี 4.7 หมื่นตารางเมตร(ตร.ม.)ใหญ่กว่าบิ๊กซีรูปแบบไฮเปอร์มาร์เก็ตที่พื้นที่ 2.7 หมื่น ตร.ม. 

ไฮไลต์สำคัญ ภายในโครงการจัดเต็มร้านอาหารสัดส่วน 40% ที่จะเป็นแม่เหล็กดึงลูกค้าให้ใช้ชีวิต ใช้เวลาในศูนย์การค้านานขึ้น เทียบกับบิ๊กซีเดิม จะมีร้านอาหารราว 10% นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ปลดให้ใช้ชีวิต กินดื่ม ยามราตรี เอาใจคนชอบปาร์ตี้ กลับดึก 5 ทุ่มถึงเที่ยงคืน ที่สำคัญจะเห็น “บิ๊กซีรูปแบบใหม่ขนาด 4,000 ตร.ม.” ด้วย

10 ปี บิ๊กมูฟ ‘บิ๊กซี’  ‘อัศวิน-ฐาปณี’ เคลื่อนค้าปลีกรอบใหม่ เล็ง 3 ตลาดหุ้น IPO

“เราไม่เคยทำไซส์ใหญ่กว่า 4 หมื่นตร.ม.มาก่อน เรามุ่งดึงลูกค้ามาชอปปิงทุกวัน ทุกสัปดาห์ มากกว่ารายเดือนแบบบิ๊กซี”

สำหรับ The Color วางแผนจะขยาย 8-10 สาขา ภายในปี 2573 หลักๆจะเป็นการปรับปรุงบิ๊กซีเดิมให้เป็นศูนย์การค้า ทำเลที่เล็งไว้คือย่านใจกลางธุรกิจ ใจกลางเมือง เช่น พระราม 4 สุขุมวิท เนื่องจากเป็นย่านที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง แต่ยังมองการเปิดพื้นที่ใหม่ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเพื่อขยายสาขาด้วย

5 ปีลงทุน 3-4 หมื่นลบ. “บิ๊กซี” ลดไซส์ ลุยโมเดลใหม่ สปีดโต 3,000 สาขา

อัศวิน-ฐาปณี เผยอีกว่า วิชั่นใหม่เคลื่อนค้าปลีก ยังมีการ “ปรับบิ๊กซี” ฟอร์แมทต่างๆสู่โฉมใหม่ด้วย อย่างร้านใหญ่สาขาใหม่จะ “ปรับไซส์” เหลือระดับ 4,000 ตร.ม.เน้นเจาะทำเลในเมือง “บิ๊กซีมินิ” จะเห็น “คอนเซปต์ใหม่” ขนาด 300 ตร.ม.สาขาแรกเปิดตัวเมษายน 2569 จากเดิมจะมีขนาดราว 200 ตร.ม.

10 ปี บิ๊กมูฟ ‘บิ๊กซี’  ‘อัศวิน-ฐาปณี’ เคลื่อนค้าปลีกรอบใหม่ เล็ง 3 ตลาดหุ้น IPO

แผนเคลื่อนธุรกิจค้าปลีก 5 ปี หรือภายในปี 2573 บริษัทจะขยายร้านทะยานสู่ 3,000 สาขา แบ่งเป็นร้านใหญ่หรือไฮเปอร์มาร์เก็ตราว 2 สาขาต่อปี ส่วนบิ๊กซีมินิปีนี้เปิด 200 สาขา แต่ปี 2570 จะเปิด 300 สาขาขึ้นไป ส่วนงบลงทุนปี 2569 จะใช้ราว 6,000-8,000 ล้านบาท และเป็นงบเบื้องต้นต่อปีสำหรับการลงทุนต่อเนื่องถึงปี 2573 หรือรวมลงทุน 3-4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันบิ๊กซีมีค้าปลีกทุกรูปแบบรวม 1,696 สาขา แบ่งเป็นบิ๊กซีเพลส 153 สาขา, บิ๊กซี มาร์เก็ต 36 สาขา, บิ๊กซี ฟู้ดเพลส 17 สาขา บิ๊กซีมินิ 1,490 สาขา

บุกสหรัฐฯ เล็ง 3 ตลาดหุ้น เวียดนาม ฮ่องกง สิงคโปร์ IPO

“อัศวิน-ฐาปณี” กล่าวอีกว่า นอกจากสร้างฐานทัพธุรกิจค้าปลีกในไทยให้แข็งแกร่งแล้ว บริษัทยังเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ โดย “บิ๊กซี” มองการปักหมุดใน “ประเทศสหรัฐ” นำร่องโมเดลร้านขนาดเล็ก 2,000 ตร.ม. เล็ง 2 ทำเลในฝั่งตะวันตกหรือ West coast 1 แห่ง(เมืองใน West Coast เช่นSeattle Washington OregonSan Francisco) และฝั่ง ตะวันตกหรือ East coast 2 แห่ง(เมืองในฝั่ง East Coast เช่น New York Boston Connecticut และFlorida)

10 ปี บิ๊กมูฟ ‘บิ๊กซี’  ‘อัศวิน-ฐาปณี’ เคลื่อนค้าปลีกรอบใหม่ เล็ง 3 ตลาดหุ้น IPO

“บิ๊กซีเรามีสาขาในฮ่องกง จีนแล้ว ย่อมต้องมีในสหรัฐด้วย ซึ่งจากการหารือกับผู้นำเข้าสินค้าไทย นำเข้าข้าวหอมมะลิรายใหญ่ของโลกไปยังตลาดสหรัฐ และนำเข้าสินค้าจากเอเชียไปจำหน่าย มองว่าบิ๊กซีมีโอกาสเปิดสโตร์ในเมืองหลัก เรามองการเปิดเป็นแฟล็กชิปเพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าไทย สินค้าที่มีฉลากบิ๊กซี รวมถึงสินค้าจากเอเชียไปจำหน่าย เพื่อให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมสินค้า คอนเทนต์จากไทยและเอเชีย รวมถึงต่อยอดขยายสู่ห้างหลักอย่าง Costco และ Walmart”

นอกจากบิ๊กมูฟ “บิ๊กซี” แผนการจัดพอร์ตโฟลิโอค้าปลีกเข้าตลาดหุ้น ยังดำเนินการต่อไป ด้วยการผลักดัน MM Mega Market Vietnam เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยขณะนี้มี 3 ตลาดหุ้นที่น่าสนใจ คือตลาดหุ้นเวียดนาม แต่เงื่อนไขเข้าเฉพาะค้าปลีกจะต้องมีกิจการขนาดใหญ่มาก แต่เฉพาะ MM Mega Market Vietnam ยังมีสัดส่วนที่เล็กเพียง 20% จึงมีการขยายธุรกิจ ผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรขยายอาณาจักรให้ยิ่งใหญ่ แข็งแกร่ง

10 ปี บิ๊กมูฟ ‘บิ๊กซี’  ‘อัศวิน-ฐาปณี’ เคลื่อนค้าปลีกรอบใหม่ เล็ง 3 ตลาดหุ้น IPO

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นฮ่องกง ก็มีความสนใจดึงเข้าไประดมทุน การเชื้อเชิญเกิดขึ้นตั้งแต่บริษัทเข้าไปซื้อกิจการค้าปลีก(About Thai) ในฮ่องกงเมื่อปี 2566 และเปลี่ยนเป็น “บิ๊กซี” รวมถึงตลาดหุ้นสิงคโปร์ก็สนใจค้าปลีกของบริษัทเช่นกัน

“ถ้าจะเข้าตลาดหุ้นเวียดนาม เฉพาะธุรกิจค้าปลีกหรือ Pure play ภายใต้ MM Mega Market Vietnam สัดส่วนเรายังเล็ก อาจไม่คุ้มค่าทำ IPO ตลาดหุ้นฮ่องกงก็เชิญเรามานานแล้วตั้งแต่ซื้อกิจการค้าปลีกที่นั่น ส่วนสิงคโปร์ก็พิจารณา ดูว่าตลาดไหนมูลค่าหรือ Valuation ดีสุด ต้องดูทั้งตลาดและ Valuation”

เสนอผู้ถือหุ้นซื้อ MM Mega Market 22,500 ล้านบาท

ล่าสุด(16 ก.พ.69) บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ บีเจซี เสนอผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเข้าซื้อธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง สมัยใหม่ MM Mega Market Vietnam (MMVN) จำนวน 30 สาขา ใน เวียดนาม ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 22,500 ล้านบาท สะท้อนมุมมองเชิงรุกต่อศักยภาพเศรษฐกิจเวียดนาม และบทบาทของธุรกิจ Modern Trade ในภูมิภาคอาเซียน พร้อมยกระดับพอร์ตการลงทุนในต่างประเทศสู่การ “เร่งการเติบโต” บนฐานธุรกิจที่มีความพร้อมเต็มที่แล้ว 

10 ปี บิ๊กมูฟ ‘บิ๊กซี’  ‘อัศวิน-ฐาปณี’ เคลื่อนค้าปลีกรอบใหม่ เล็ง 3 ตลาดหุ้น IPO

การลงทุนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายขนาดธุรกิจ แต่เป็นการเข้าถือครองแพลตฟอร์มค้าปลีก–ค้าส่งคุณภาพสูงในช่วงจังหวะที่เหมาะสม เมื่อการปรับโครงสร้างเชิงระบบของประเทศเวียดนาม ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่โครงสร้างเศรษฐกิจและการบริหารจังหวัดรูปแบบใหม่ มาบรรจบกับศักยภาพการขยายธุรกิจของบีเจซี และความพร้อมของ MMVN หลังเสร็จสิ้นกระบวนการฟื้นฟูกิจการ จึงเอื้อต่อการเร่งขยายสาขาและการเติบโตในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ

ฐาปณี  กล่าวว่า การตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ MM Mega Market Vietnam ในครั้งนี้ ถือเป็นจังหวะเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของบีเจซี เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ปัจจัยหลัก 3 ด้าน ได้แก่ โครงสร้างเศรษฐกิจเวียดนามที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ความพร้อมของ MMVN หลังการฟื้นฟูกิจการ และความแข็งแกร่งด้านศักยภาพการขยายธุรกิจของบีเจซี มาบรรจบกันอย่างเหมาะสม ส่งผลให้สามารถปลดล็อกการเติบโตของ MMVN ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน

ในมุมมองด้านผลตอบแทน เวียดนามยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง โดย GDP ปีล่าสุด (2025) เติบโตประมาณ 8% ขณะที่ MMVN เป็นธุรกิจที่มีกำไรอยู่แล้ว และการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ใช้แหล่งเงินทุนจากหนี้สินทั้งหมดโดยไม่มีการเพิ่มทุน ส่งผลให้ดีลนี้ช่วยเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) ตั้งแต่ปีแรกหลังปิดดีล ทั้งนี้ยังมี โอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการผสานศักยภาพภายในกลุ่มธุรกิจผ่านโครงการ Synergy ต่างๆ อาทิ อำนาจต่อรองด้านการจัดซื้อ การพัฒนา Private Label และการทำ cross-selling ซึ่งคาดว่าจะทยอยสะท้อนผลในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า

10 ปี บิ๊กมูฟ ‘บิ๊กซี’  ‘อัศวิน-ฐาปณี’ เคลื่อนค้าปลีกรอบใหม่ เล็ง 3 ตลาดหุ้น IPO

ด้านกระแสเงินสด MMVN มี EBITDA ประมาณ 1.2 พันล้านบาทต่อปี และไม่มีภาระหนี้เดิม แม้จะมีแผนลงทุนเพื่อขยายสาขาเฉลี่ยปีละ 500–1,000 ล้านบาท แต่สามารถรองรับได้ด้วยกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน โดยไม่สร้างภาระเชิงโครงสร้างต่อฐานะการเงินของบีเจซี

สำหรับแผนการเติบโตในระยะ 5 ปีข้างหน้า MMVN ตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ประมาณ 24 สาขา ครอบคลุมหลายรูปแบบธุรกิจ ทั้ง Cash & Carry, Depot, Food Service และ Supercenter โดยใช้งบลงทุนต่อสาขาประมาณ 200–600 ล้านบาท และยึดหลักการพิจารณาผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROIC) เป็นหัวใจสำคัญ เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและคุณภาพการเติบโตในระยะยาว

“การเข้าซื้อ MM Mega Market Vietnam ในครั้งนี้ เป็นการเข้าถือครองแพลตฟอร์มค้าปลีก–ค้าส่ง ที่มีคุณภาพสูง พร้อมเติบโตไปกับโครงสร้างเศรษฐกิจเวียดนามยุคใหม่ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผู้ถือหุ้นได้ทันที”