ธุรกิจไทย 1 เดือนแรกออกสตาร์ท "ชะลอตัว" บีเจซี บิ๊กซี หวังรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพ เชื่อผู้ใหญ่ภาคการเมืองมุ่งพัฒนาประเทศ แนะเร่งกระตุ้นกำลังซื้อ อ้อนขอโอกาส "ห้างใหญ่" ร่วมคนละครึ่งพลัส ช่วยหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกใน กลุ่มบีเจซี เปิดเผยว่า ภายหลังการเลือกตั้งใหญ่เสร็จสิ้นลง ความคาดหวังต่อการเมืองไทยจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจให้มีความต่อเนื่องและมั่นคงมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาหลายมาตรการที่รัฐผลักดัน สามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยได้อย่างดี โดยเฉพาะกับภาคธุรกิจค้าปลีก
ทั้งนี้ หน้าตาคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ที่ยังไม่ออกมา แต่ภาคเอกชนมองว่าผู้ใหญ่ในภาคการเมืองมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศ และหวังให้มีมาตรการต่างๆเคลื่อนเศรษฐกิจต่อ ส่วนโครงการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย “คนละครึ่งพลัส” หากดำเนินการออกมา ต้องการให้ดึงภาคเอกชนค้าปลีกเข้ามีส่วนร่วม จากโครงการที่เพิ่งจบไปมีเพียงร้านค้าขนาดเล็กที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ
“อยากให้รัฐบาลพิจารณาให้โอกาสแก่ห้างค้าปลีกรายใหญ่มีส่วนร่วมในการผลักดัน กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยด้วย เพราะเราช่วยทางอ้อมได้ ห้างใหญ่ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนหลายรอบเช่นกัน อย่างบิ๊กซีมีสมาชิกกว่า 22 ล้านราย ลูกค้าที่มาประจำมาชอปปิงเฉลี่ย 10 ครั้งต่อปี จำนวนร่วม 10 ล้านราย หมุนเงินในระบบเศรษฐกิจให้เร็วขึ้น”
อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการเมืองที่มีเสถียรภาพมากขึ้น หากทุกอย่างมีความชัดเจน นโยบายต่างๆออกมา คาดการณ์กระตุ้นกำลังซื้อไตรมาส 2-3 ดีขึ้น จาก 1 เดือนแรกของปี 2569 การจับจ่ายใช้สอยไม่ดีนัก ส่วนหนึ่งเพราะตรุษจีนขยับมาอยู่เดือนกุมภาพันธ์ จากปีก่อนอยู่ในเดือนมกราคม
นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวว่า จากกำลังซื้อเดือนแรกที่ยังชะลอตัว จึงมีความหวังว่าการเมืองภายใต้การนำของรัฐบาลใหม่จะทำให้สถานการณ์กำลังซื้อดีขึ้น
“เดือนแรกธุรกิจของบริษัทเราที่อยู่ในเวียดนามขยายตัวดี แต่ในประเทศอาจยังลำบากอยู่”





