ไตรมาส 1 ไทยเบฟกวาดรายได้จากการขายรวม 86,703 ล้านบาท ลดลง 6% ธุรกิจสุรากลับมาเติบโต ขณะที่เบียร์ยังเจอโจทย์ท้าทายทั้งตลาดในไทย-เวียดนาม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความต้องการผู้บริโภคชะลอ ส่วนอาหารเผชิญแข่งขันท้าทายมากขึ้น
"ไทยเบฟเวอเรจ" อาณาจักรแสนล้านบาท และเป็นยักษ์ใหญ่เครื่องดื่มในเอเชีย ที่มีธุรกิจหลากหลายทั้งสุรา เบียร์ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และธุรกิจอาหาร มีสินค้าแบรนด์ดังทั้งรวงข้าว ช้าง เอส คริสตัล เคเอฟซี โออิชิ ฯ ตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง
เมื่อผลประกอบการของบริษัทออกมา ถือเป็นอีกองค์กรที่สะท้อนถึงสถานการณ์กำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างดี
ทั้งนี้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ระหว่างเดือนต.ค.-ธ.ค.68(ปีงบประมาณ ต.ค.68-ก.ย.69) ท่ามกลางความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เปราะบาง ทำให้ภาพรวมธุรกิจเผชิญยอดขายที่ลดลงเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ด้านกำไรก่อนหักภาษี(EBITDA) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเสาหลักอย่าง “สุรา-เบียร์” ที่ EBITDA อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ควบคู่กับการขยายตัวของกำไร
สำหรับไตรมาส 1 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 86,703 ล้านบาท ลดลง 6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และ EBITDA อยู่ที่ 16,745 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8%
เมื่อแยกรายธุรกิจ ธุรกิจสุรา มีรายได้จากการขาย 33,367 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 4.3% ด้าน EBITDA อยู่ที่ 8,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% เป็นผลจากการลงทุนในการสร้างแบรนด์ และทำตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจเบียร์ มีรายได้จากการขาย 30,923 ล้านบาท ลดลง 14.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะยอดขายเชิงปริมาณหดตัวลงถึง 9% เนื่องจากตลาดในประเทศชะลอตัว ส่วนเวียดนามมีผลกระทบจาก สภาพอากาศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน ทว่า EBITDA ขยายตัว 4.7% อยู่ที่ 4,641 ล้านบาท ซึ่งมีแรงหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบลดลง การผลิตมีประสิทธิภาพดีขึ้น
ด้านธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ มีรายได้จากการขาย 15,501 ล้านบาท ลดลง 8.6% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และการขายเชิงปริมาณลดลง 5.6% เป็นผลจากความต้องการของผู้บริโภคที่อยู่ในภาวะชะลอตัว ส่วน EBITDA อยู่ที่ 2,898 ล้านบาท ลดลงถึง 13.1% จากการลงทุนด้านแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้ เพิ่มความแข็งแกร่งของแบรนด์ ขณะที่ ธุรกิจอาหาร มีรายได้จากการขาย 5,621 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากธุรกิจอาหารมีเผชิญการแข่งขันที่ท้าทายมากขึ้น ส่วน EBITDA อยู่ที่ 590 ลดลง 10.9% จากการขยายสาขาเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว รวมถึงต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น
ส่วน ธุรกิจต่างประเทศ ยังคงสร้างผลงานอย่างแข็งแกร่ง





