วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ชงดี’ โกยรายได้ทะลุ ‘100 ล้าน’ ส่งชาใต้ไม่ใส่สีปักหมุด ‘มาเลเซีย’ 2 สาขา มีแผนแตกแบรนด์เพิ่ม

‘ชงดี’ โกยรายได้ทะลุ ‘100 ล้าน’ ส่งชาใต้ไม่ใส่สีปักหมุด ‘มาเลเซีย’ 2 สาขา มีแผนแตกแบรนด์เพิ่ม

ในช่วงเวลาที่เมนูชาไทย ชานม หรือชาเย็น เต็มไปด้วยสีส้มเข้มเต็มท้องตลาด “ชงดี” เป็นแบรนด์แรกๆ ที่ยืนกรานจะขายชาสีธรรมชาติ ไม่ใส่สาร “Sunset Yellow” ไม่ต้องการให้ชาที่ร้านเป็นสีส้มเหมือนกับร้านอื่นๆ

แต่ผ่านไปเพียงไม่นานกระแสชาไทยไม่ส้มกลับเริ่มเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ “ชงดี” ได้รับรางวัล “Asean Records” และ “Asia Records” ในฐานะชาไทยไม่ใส่สี ชงแบบธรรมชาติ 100% จนถึงวันนี้ “โรงชาชงดี” หรือ “ชงดี” กำลังเดินทางสู่ขวบปีที่ 3 พร้อมกับการขยายสาขาด้วยตัวเองจำนวน 15 แห่ง โดยปีที่ผ่านมาทำรายได้เกินเป้าหลักร้อยล้านไปแล้ว

ปีนี้ “ชงดี” มีหมุดหมายสำคัญที่เป็น “Big Step” ไปอีกขั้น ต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา “ชงดี” ออกนอกประเทศอย่างเป็นทางการ ปักธง “มาเลเซีย” เป็นประเทศแรก ไปแบบมีพาร์ทเนอร์ด้วยรูปแบบ “Joint Venture” เปิดมาเพียงไม่นานก็เริ่มเห็นทิศทางบวก เดือนเมษายนกำลังจะเปิดสาขาที่ 2

และภายในปีนี้ “ก้อย-สุรีย์พร พูนศักดิ์ไพศาล” เจ้าของและหนึ่งในผู้ก่อตั้ง บอกว่า อยากขยายโรงชาชงดีไปอีก 1-2 ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีเป้าหมายไกลๆ ฝันอยากจะเป็นชาไทยระดับโลกอยู่เหมือนกัน

‘ชงดี’ โกยรายได้ทะลุ ‘100 ล้าน’ ส่งชาใต้ไม่ใส่สีปักหมุด ‘มาเลเซีย’ 2 สาขา มีแผนแตกแบรนด์เพิ่ม

พวงกุญแจ “น้องปาท่องโก๋” ดันยอดขายโตเท่าตัว รายได้ทะยาน 200%

“ก้อย” สรุปภาพรวมปีที่ผ่านมาให้ฟังก่อนว่า แม้เศรษฐกิจจะไม่ดี เป็นสิ่งที่คนทำธุรกิจต้องเจอกันถ้วนหน้า แต่ยอมรับว่า “ชงดี” มีจังหวะเวลาที่ดี ได้แคมเปญโปรโมชันมาช่วยชีวิตไว้ “น้องปาท่องโก๋” ดันยอดขายเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เธอเล่าย้อนไปยังจุดเริ่มต้นของน้องปาท่องโก๋ที่เกิดขึ้นได้ เพราะอยากทำของน่ารักๆ ให้กับลูกค้าในวันเปิดสาขาแฟลกชิปสโตร์ที่ “One bangkok”

เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ก่อนเปิดร้านชงดี สาขา One bangkok “ก้อย” คิดอยู่หลายอย่าง จะทำแก้วน้ำ ผ้าห่ม หรือเก้าอี้ ไว้แจกลูกค้าผู้โชคดี 500 คนแรก แต่สุดท้ายก็มาลงเอยที่ “น้องปาท่องโก๋” คิดว่า การหยิบปาท่องโก๋ขนมประจำร้านที่เสิร์ฟคู่ชาไทยทุกแก้วน่าจะเป็นภาพจำของแบรนด์ได้ดี ประกอบกับลูกเล่นของปาท่องโก๋ที่มาเป็นคู่ๆ เวลากินต้องฉีกออกจากกัน จึงปิ๊งไอเดียทำหมอนปาท่องโก๋แบบมีกาวแปะติดแยกออกจากกันได้

ทำภาพโปรโมตบนเพจเฟซบุ๊กไปไม่นาน จนถึงวันเปิดทำการก็ได้รับแจ้งจากห้างสรรพสินค้าว่า มีลูกค้ามาต่อแถวรอคิวเพื่อรับหมอนปาท่องโก๋เต็มทุกประตู ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที 500 ใบที่เตรียมไว้ก็หมดเกลี้ยงในพริบตา ตอนนั้น “ก้อย” รู้ทันทีว่า น้องปาท่องโก๋ที่เธอหมายมั่นปั้นมือดูจะมีศักยภาพทำต่อยอดได้อีกเยอะ

เดือนกรกฎาคมซึ่งตรงกับวันครบรอบ 2 ปี ร้านชงดี “ก้อย” หยิบน้องปาท่องโก๋ขึ้นมาทำการตลาดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ย่อส่วนมาในรูปแบบพวงกุญแจ ซื้อครบ 259 บาท ได้รับพวงกุญแจเสิร์ฟบนแก้วด้วยทุกออเดอร์ และหลังจากนั้นคาแรกเตอร์ดังกล่าวก็ยังสร้างทั้ง “Brand Awareness” และยอดขายที่จับต้องได้มาอีกเรื่อยๆ หยิบมาแต่งใส่หูกวางเรนเดียร์ หรือชุดสโนว์แมน ต้อนรับวันคริสต์มาสก็ยังเติบโต-กระตุ้นยอดขาย เมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า พบว่า ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัว พร้อมกับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่ไม่เคยกินชงดีมาก่อนด้วย

‘ชงดี’ โกยรายได้ทะลุ ‘100 ล้าน’ ส่งชาใต้ไม่ใส่สีปักหมุด ‘มาเลเซีย’ 2 สาขา มีแผนแตกแบรนด์เพิ่ม -ตุ๊กตาน้องปาท่องโก๋ เวอร์ชันสโนว์แมน รับเทศกาลคริสต์มาส-

“สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนมากๆ จากตุ๊กตาน้องปาท่องโก๋ คือลูกค้าใหม่ เทียบก่อนกับหลังมีน้องปาท่องโก๋ ปรากฏว่า ยอดขายพุ่งเยอะมาก โตขึ้นเท่าตัว ถามว่า ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากโปรโมชันทำให้เรากังวลบ้างหรือไม่ว่าลูกค้าจะติดโปรโมชัน ก็กังวลอยู่เหมือนกัน แต่เราก็คิดว่า สุดท้ายมันมีช่วงที่น้องขาดตอน เช่น เติมสต๊อกไม่ทัน หายไป 2-3 วันก็ยังมีลูกค้ามาซื้อปกติ ไม่มีพวงกุญแจก็ไม่เป็นไร ยอดขายเดือนที่ไม่ได้มีพวงกุญแจยังอยู่ในระดับที่เราแฮปปี้”

แม้จะมีคู่แข่งทั้งทางตรงและทางอ้อมเกิดขึ้นมากมาย แต่ “ก้อย” มองว่า “ชงดี” มีเอกลักษณ์ค่อนข้างชัดเจน กล้าพูดว่า เป็นชาไม่แต่งสี-ไม่แต่งกลิ่นเจ้าแรกๆ ในตลาด พิสูจน์ได้จากยอดขายเกินครึ่งของพอร์ตมาจากชาชงดี โดยปีที่ผ่านมาสามารถทำผลประกอบการได้ตรงตามเป้าที่ตั้งไว้ ผ่านพ้นหลักไมล์ “100 ล้าน” ไปเรียบร้อย โตจากปีก่อนหน้า 200% ขยายสาขาได้ตามเป้าจนมีครบ 15 แห่ง 

สาขาที่ขายดีที่สุด 3 อันดับแรก ยังเป็น “เซ็นทรัลลาดพร้าว” สาขาแรกสุดของชงดีและเป็นสาขาขายดีที่สุดตลอดกาล ตามมาด้วย “เซ็นทรัลเวิลด์” และ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” โดยนอกจากการขยายสาขาในประเทศตามจุดที่คาดว่า จะเป็นกลุ่มเป้าหมายของชงดี หลังจากนี้แบรนด์ขอพาชาไทยไปให้ต่างชาติรู้จักมากขึ้น โดยเริ่มที่ “มาเลเซีย” เป็นประเทศแรก

‘ชงดี’ โกยรายได้ทะลุ ‘100 ล้าน’ ส่งชาใต้ไม่ใส่สีปักหมุด ‘มาเลเซีย’ 2 สาขา มีแผนแตกแบรนด์เพิ่ม

-ก้อย-สุรีย์พร พูนศักดิ์ไพศาล เจ้าของและหนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงชาชงดี-

คิดออกต่างจังหวัด พา “ชงดี” ไปต่างประเทศ ฝันอยากเป็น “Global Brand”

สำหรับปีนี้ “ก้อย” ระบุว่า มีแผนขยายสาขารวมทั้งในและต่างประเทศราวๆ 10 สาขา โดยล่าสุดประเดิมที่ “มาเลเซีย” เป็นสาขานอกประเทศแห่งแรก เริ่มเปิดทำการไปเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจะเปิดอีกสาขาต้นเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ แง้มว่า มีแผนขยายไปอีก 1-2 ประเทศ ยังไม่ระบุว่าเป็นประเทศใด แต่คงเลือกใกล้ๆ กับไทยแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนในไทยเริ่มคิดถึงการออกต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่บ้างแล้ว

ที่เลือกไปต่างประเทศก่อนไปต่างจังหวัด “ก้อย” ให้เหตุผลว่า ต้องการยกระดับชาไทย มองว่า สินค้ามีคุณค่าพอที่จะพาไปต่างประเทศ อยากพาชาไทยไปให้ทั่วโลกได้ลิ้มรสในฐานะ “ซอฟต์พาวเวอร์” เลือกไปประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงก่อนเพราะมีวัฒนธรรมการกินคล้ายกัน โดยเฉพาะ “มาเลเซีย” ที่มีความชื่นชอบใกล้กับคนไทยมาก มีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือและข้าวมันไก่ของคนไทยไปเปิด พบว่า ทุกร้านขายดีหมด

การไปมาเลเซียครั้งนี้ไปในรูปแบบการร่วมทุนแบบ “Joint Venture” หรือ “JV” ส่วนประเทศอื่นจะเป็นรูปแบบเดียวกันหรือไม่ ต้องดูความถนัดในการบริหารจัดการอีกครั้ง “ก้อย” บอกว่า ความยากของชาแบบชงดี คือเป็นชาชงสด ไม่ได้มาในรูปแบบผง ฉะนั้น ทุกที่ที่ไปต้องไปพร้อมกับการสร้างครัวกลางใหม่ จากนั้น จึงเสาะหาวัตถุดิบมาเสริมทัพ การขยายชงดีในรูปแบบแฟรนไชส์จึงเกิดขึ้นได้ยากมาก ยังเป็นห่วงว่า แบรนด์จะไม่ได้คุณภาพเหมือนที่ดูแลเองกับมือ

‘ชงดี’ โกยรายได้ทะลุ ‘100 ล้าน’ ส่งชาใต้ไม่ใส่สีปักหมุด ‘มาเลเซีย’ 2 สาขา มีแผนแตกแบรนด์เพิ่ม

“แผนไปต่างประเทศเริ่มจากมีคนมาติดต่อให้ไปขยายที่นั่นที่นี่ ที่เซ็นทรัลเวิลด์มีคนมาเลเซียมาทักบ่อยมากว่า เอาไปขยายที่ประเทศเขามั้ย บ่อยจนเราเริ่มเอ๊ะ หรือว่ารสชาติเราถูกจริตคนมาเลเซียก็เลยบินไปดูประเทศเขา ในแง่การบริหารจัดการ การขนส่ง ก็เหมาะที่จะเริ่มเป็นประเทศแรก จริตการกินของคนมาเลเซียแทบจะเหมือนเรา วัตถุดิบพวกน้ำตาลโตนด ใบเตย น้ำตาลมะพร้าว นมข้น ค่อนข้างใกล้กัน”

เมื่อถามว่า คิดวางแผนถึงการเป็น “Regional Brand” หรือ “Global Brand” หรือไม่ ก้อยบอกว่า ลึกๆ ก็อยากไปให้ถึงตรงนั้นเหมือนกัน แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา ไปด้วยคุณภาพ ด้วยรสชาติที่เหมือนกับกินที่เมืองไทย จริงๆ มีหลายประเทศติดต่อเข้ามา มีโอกาสอีกมาก

แต่พอได้ลองไป “มาเลเซีย” ประเทศแรก ก็พบว่า ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ทุกอย่างต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่มีผลกับแบรนดิ้ง อาทิ ใบเตยที่ต่างประเทศคั้นออกมาแล้วได้สีที่แตกต่างจากสาขาในไทย ทุกอย่างมีผลสะท้อนถึงกันหมด จึงอยากไปแบบรอบคอบ ไม่ต้องเร่งรีบ โฟกัสทีละอย่าง

“ตอนนี้ยังไม่มีแผนทำแฟรนไชส์ อยากช้าแต่ชัวร์ 2 ปี กับ 15 สาขาก็เป็นตัวเลขที่เรามั่นใจประมาณหนึ่ง การไปต่างจังหวัดต้องมีครัวกลาง เพราะต้องการคุมคุณภาพทุกแก้ว ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกที่ว่า กินสาขานี้ไม่อร่อยเหมือนอีกสาขา อยากเสิร์ฟสิ่งที่อร่อย โมเดลเราจึงเป็นแบบนี้”

‘ชงดี’ โกยรายได้ทะลุ ‘100 ล้าน’ ส่งชาใต้ไม่ใส่สีปักหมุด ‘มาเลเซีย’ 2 สาขา มีแผนแตกแบรนด์เพิ่ม

เตรียมเปิดแบรนด์ใหม่ แยกน้ำเต้าหู้ออกมาขาย จาก “ชงดี” สู่ “ชั้นดี”

นอกจากแผนขยายสาขาชงดีให้ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด และต่างประเทศ เดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ “ก้อย” มีแผนแตกแบรนด์ใหม่ภายใต้ “ชงดีกรุ๊ป” ปักหมุดเปิดสาขาแรกที่ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว บนพื้นที่ 20 ตารางเมตร โดยจะเป็นการหยิบโปรดักต์ “Hidden Gem” ของชงดี ออกมาขยายไลน์โปรดักต์ให้หลากหลายมากขึ้น ในชื่อ “ชั้นดี”

“ชั้นดี” เป็นร้านน้ำเต้าหู้ใบเตย ซึ่งติดอันดับสินค้าขายดี Top 5 ทุกสาขาของชงดีอยู่แล้ว มองเห็นโอกาสที่จะหยิบมาเปิดแบรนด์ใหม่โดยเฉพาะ และจะทำราคาให้เข้าถึงง่ายมากขึ้น เริ่มต้นที่แก้วละ 75 บาท มีเกือบๆ 30 เมนู เบื้องต้นหน้าร้านป็อปอัปสาขานี้มีระยะสัญญาราว 6 เดือน จากนั้นค่อยมาดูกันต่อว่า ผลตอบรับเป็นอย่างไร เหมือนเมื่อครั้งที่ “ชงดี” เปิดตัวที่เซ็นทรัลลาดพร้าว

“ก้อย” เชื่อว่า รสชาติน้ำเต้าหู้ที่ชงดีแตกต่าง มีคาแรกเตอร์สินค้าโฮมเมดชัดเจน มีกลิ่นหอมใบเตยที่ไม่เหมือนใคร แม้เศรษฐกิจปีนี้และปีหน้าจะยังไม่สู้ดีนัก แต่ “ก้อย” ไม่อยากรีรอ ถ้ารอเศรษฐกิจดีแล้วค่อยขยายสาขา-เปิดแบรนด์ใหม่ ก็ไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหน เลือกทำในสิ่งที่คิดว่า มีโอกาสจึงลงทุนเป็นคำตอบที่ดีกว่า

หลังจากนี้คงไม่ใช่แค่สมรภูมิชาที่ดุเดือด จับตา “น้ำเต้าหู้” ผู้เล่นเก่าในสนามใหม่ให้ดี พร้อมกับการพาแบรนด์ชาไทยไม่ใส่สีไปเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาค-โลก ในอนาคตอันใกล้นี้