ภาคการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” เมื่อเทรนด์การเดินทางเปลี่ยนและประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอาเซียนต่างเร่งลงทุนและส่งเสริมการตลาดดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจับจ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเจอแรงกดดันในการเร่งปรับตัว ก่อนจะเสียตำแหน่งผู้นำด้านการท่องเที่ยวในเอเชียแปซิฟิก
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา “ประเทศไทย” นับเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก!
แต่เมื่อปี 2568 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 32.97 ล้านคน ติดลบ 7.23% จากปีก่อนหน้า
ขณะที่ “เวียดนาม” มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 21.16 ล้านคน โตแรง 20.4% จากปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้น การพัฒนาการเชื่อมต่อการเดินทางเชิงรุก และแรงหนุนของนักท่องเที่ยวจีน ทั้งยังน่าจับตาอย่างยิ่งถึงพัฒนาการแบบก้าวกระโดดของเวียดนาม ซึ่งเดินหน้าสร้างสนามบิน 12 แห่ง เร่งรถไฟความเร็วสูง และปั้นโครงการโรงแรมจำนวนมาก สะท้อนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการชิงส่วนแบ่งตลาดท่องเที่ยวระดับภูมิภาคและระดับโลก
ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกกิตติมศักดิ์และประธานที่ปรึกษาอาวุโส สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า หลังจากพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้งปี 2569 ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ในมุมเอกชนภาคการท่องเที่ยวต้องการเห็นรัฐบาลใหม่เร่งปรับโครงสร้างและยกระดับภาพลักษณ์ “ความปลอดภัย”
โดยเฉพาะการแก้ปัญหา “สแกมเมอร์” ต้องรีบกำจัดให้หมดไปเพื่อยกเครื่องอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เพราะที่ผ่านมาส่งผลต่อจิตวิทยาการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยตรง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่หายไปหลายล้านคนในปีที่แล้ว
นอกเหนือจากประเด็นความปลอดภัยซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการท่องเที่ยว อีกโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งเดินหน้าเพื่อสร้างการเติบโตเชิงรายได้คือการพัฒนาปรับปรุง “แหล่งท่องเที่ยว” และ “สิ่งอำนวยความสะดวก” เพราะตอนนี้ประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม ต่างเร่งลงทุนพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เพื่อแย่งชิงนักท่องเที่ยวแข่งกับไทย
ส่วนประเด็นการดึงสวนสนุก “ดิสนีย์แลนด์” มาปักหมุดในประเทศไทยเพื่อพลิกโฉมเพิ่มรายได้กว่าปีละ 100,000 ล้านบาท ตามที่ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวก่อนหน้านี้ มองว่าถ้าทำได้จริงก็นับเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องรอดูความชัดเจนเรื่องการลงทุนอีกที
“ด้านนโยบายการปราบสแกมเมอร์ ทลายทุนเทา ไม่เอากาสิโน ของพรรคภูมิใจไทย มีข่าวว่าคนไทยเองก็มีส่วนร่วมกับขบวนการช่นกัน เป็นภาพลักษณ์ที่สร้างความเสียหายมาก ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน และอีกจุดที่ต้องขอถามเพิ่มคือ ไม่เอากัญชาเสรี ด้วยหรือไม่ อยากให้มีความชัดเจนของนโยบายมากกว่านี้"
ทั้งนี้เพราะปัจจุบันมีร้านค้าตั้งอยู่ในเมืองท่องเที่ยวมากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจว่ายังมีนโยบายกัญชาเสรีในไทย และจะส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวหลายตลาดที่กังวลเรื่องนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ เช่น จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ ในยุโรป
สำหรับสเปคของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง “รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา” ภาคเอกชนต้องการผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เข้าใจปัญหาและรู้ว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร ขณะเดียวกันก็ต้องมีวิสัยทัศน์ชัดเจนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสิ่งอำนวยความสะดวก เพราะถ้าได้คนที่ไม่เข้าใจมาทำงาน นักท่องเที่ยวก็จะเดินทางเข้าไทยได้ไม่เต็มที่ ทั้งหมดก็เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ภาครัฐอยากได้
โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) วางเป้าหมายสร้างรายได้รวมการท่องเที่ยวปี 2569 ไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท จากเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติ 36.7 ล้านคน และนักท่องเที่ยวไทย 210 ล้านคน-ครั้ง
ด้าน บิล บาร์เนตต์ กรรมการผู้จัดการ C9 Hotelworks กล่าวในงาน Thailand Tourism Forum (TTF 2026) เมื่อปลายเดือน ม.ค. ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยกำลังอยู่บนจุดตัดสินเชิงกลยุทธ์ ที่วันนี้กลยุทธ์สำคัญกว่าการวัดกันที่ขนาด นี่ไม่ใช่ช่วงฟื้นตัวอีกต่อไป แต่เป็นช่วงชี้ชะตา! เพราะประเทศคู่แข่งกำลังทุ่มลงทุนมหาศาล และประเทศไทยไม่สามารถพึ่งความสำเร็จในอดีตได้อีกแล้ว การตัดสินใจในตอนนี้จะเป็นตัวกำหนดอีก 10 ปีข้างหน้า
นักลงทุนและผู้ประกอบการยังมองประเทศไทยเป็นปลายทางที่มีเสน่ห์และมีศักยภาพทั้งท่องเที่ยวและอยู่อาศัย อย่างไรก็ตามประเทศไทยจำเป็นต้องมีพลังผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในการสร้างสินค้าและประสบการณ์ที่ดึงดูดตลาดโลก
ภูมิ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการร่วม และหัวหน้าฝ่าย Central Group Capital รวมถึงหัวหน้าฝ่ายการลงทุนด้านโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ทางเลือก Central Pattana กล่าวในงาน TTF 2026 ว่า ในฐานะนักลงทุน ยังมองในเชิงบวกแต่ก็ต้องระมัดระวัง เพราะตอนนี้ความไม่แน่นอนระดับโลกยังมีอยู่ ทั้งประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคง ด้านภูมิภาคก็มีการแข่งขันมากขึ้น และเศรษฐกิจในประเทศก็ไม่เอื้อเท่าไร แต่ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งมีความลึกเชิงวัฒนธรรมและความหลากหลายที่สามารถต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์มูลค่าสูงได้มหาศาล
สำหรับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ เน้นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมองให้ไกลกว่าจุดหมาย “Big 5” อย่างภูเก็ต สมุย พัทยา เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่อย่างอีสาน ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ของผู้คน อาหารและวัฒนธรรม และนครศรีธรรมราชที่มีชายฝั่งธรรมชาติหลายร้อยกิโลเมตรซึ่งยังไม่ถูกพัฒนา





