วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘เอพริล เบเกอรี่’ ปั้นแบรนด์เสริมแกร่งอาณาจักร เล็ง IPO ปี 70 ระดมทุนซื้อโรงงาน ขยายกิจการ

‘เอพริล เบเกอรี่’ ปั้นแบรนด์เสริมแกร่งอาณาจักร   เล็ง IPO ปี 70 ระดมทุนซื้อโรงงาน ขยายกิจการ

"เอพริล เบเกอรี่” (April’s Bakery) เดินหน้าลงทุน 200 ล้านบาท ซื้อโรงงานเพิ่มกำลังการผลิตเบเกอรี รีแบรนด์ใหญ่รอบ 15 ปี สานอาณาจักรสู่ "เชน" เบเกอรีชั้นนำเมืองไทย ปี 70 เล็ง IPO ระดมทุนเพิ่ม

ปี 2568 อาจเป็นปีที่โหดหินสำหรับหลายธุรกิจ ทำให้ยอดขายพลาดเป้า ทว่า "เอพริล เบเกอรี่” (April’s Bakery) ต้นตำรับพายหมูแดงสูตรฮ่องกงเจ้าแรกในประเทศไทย กลับสร้างยอดขายโตเป็นประวัติการณ์ 1,300 ล้านบาท เติบโตราว 200% จากปี 2567 ยอดขายราว 630 ล้านบาท

นอกจากนี้ เป้าหมาบยอดขาย 1,300 ล้านบาท ยังสำเร็จเร็วกว่าที่ตั้งไว้ ซึ่งเดิมจะเกิดขึ้นในปี 2570 และเป็นปีที่บริษัทจะเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอเอ(MAI) เพื่อระดมทุนขยายกิจการ

‘เอพริล เบเกอรี่’ ปั้นแบรนด์เสริมแกร่งอาณาจักร   เล็ง IPO ปี 70 ระดมทุนซื้อโรงงาน ขยายกิจการ

กนกกัญจน์ มธุรพร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ฉายภาพว่า หากสรุปความสำเร็จของยอดขายปี 2568 ซึ่งเติบโตราว 200% ทุบสถิติสูงสุดในรอบ 15 ปี จากปกติจะโตไม่หวือหวานัก หรือหากร้อนแรงสุดเห็น 100% มีบ้าง การที่ยอดขายโตแรง เพราะมีสินค้าในกระแสอย่าง “ช็อกโกแลตดูไบพิตตาชิโอ้” ขายดีข้ามปี หลังเปิดตัวเดือนพฤศจิกายน 2567 จากปกติสินค้าใหม่จะอยู่บนเชลฟ์ราว 3-4 เดือนเท่านั้น

“เบเกอรีของเอพริล เบเกอรี่ที่จำหน่ายในเซเว่นอีเลฟเว่นปกติจะมี 5-15 รายการ ปรับเปลี่ยนหมุนเวียน ออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง 1-2 รายการต่อเดือน แต่ปีก่อนช็อกโกแลตดูไบพิตตาชิโอ้ขายดีมากถึง 7 หมื่นชิ้นต่อวัน จาก 1 หมื่นชิ้นต่อวันถือเป็นท็อปสินค้าขายดีแล้ว และยังขายดีนานถึงปีครึ่งด้วย”

แนวทางขับเคลื่อนธุรกิจปี 2569 บริษัทขยับตัวใหญ่หลายด้าน โดยเฉพาะ “รีแบรนด์” ในรอบ 15 ปี สร้างภาพลักษณ์ใหม่ มีความทันสมัย พร้อมทำร้านต้นแบบ “เอพริล เบเกอรี่” ที่ย่านบรรทัดทอง เป็นคาเฟ่มีเบเกอรี่และเครื่องดื่มเสิร์ฟลูกค้า มีการอบขนมสดให้ลูกค้าได้เห็น ยังเป็น “ครัวกลาง” เพื่อส่งเบเกอรีอบไปร้านคีออสสาขาต่างๆราว 40 สาขา

‘เอพริล เบเกอรี่’ ปั้นแบรนด์เสริมแกร่งอาณาจักร   เล็ง IPO ปี 70 ระดมทุนซื้อโรงงาน ขยายกิจการ

นอกจากนี้ ยังมีการซื้อโรงงานเพิ่ม 1 แห่งในย่านสุขสวัสดิ์ ซึ่งมีพื้นที่ติดโรงงานเดิม เพิ่มกำลังการผลิตเบเกอรีอีก 5 หมื่นชิ้นต่อวัน จากเดิมมีโรงงาน 6 อาคาร กำลังผลิต 1.6 ล้านชิ้นต่อวัน

“โรงงานใหม่ยังอยู่ในการเจรจาซื้อกิจการ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตเบเกอรีเพิ่มรองรับการเติบโตในอนาคต จากปัจจุบันโรงงานที่มีใช้กำลังการผลิตราว 50%”

บริษัทยังเดินหน้าสร้างคาเฟ่โกโก้ แฟคทอรี่ ที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังทำการเพาะปลูกโกโก้บนเนื้อที่ 10 ไร่ เพื่อเป็นวัตถุดิบผลิตสินค้า มีการเปิดคาเฟ่มัจฉะรองรับลูกค้าราว 20 ที่นั่ง ย่านพระราม 2 จำหน่ายเครื่องดื่มมัจฉะราคา 200-300 บาท และสร้างแบรนด์ใหม่ “เดลี่จอย” รังสรรค์อาหารและเบเกอรีเพื่อตอบไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวกในการทานอาหาร โดยมีร้านอยู่บนสถานีรถไฟฟ้า 3 สาขา ได้แก่ บีทีเอสสยาม อารีย์ ทองหล่อ และจะเปิดที่ศาลาแดง เดือนมีนาคมนี้ โดยการขยายธุรกิจดังกล่าวจะใช้เงินลงทุนราว 200 ล้านบาท

‘เอพริล เบเกอรี่’ ปั้นแบรนด์เสริมแกร่งอาณาจักร   เล็ง IPO ปี 70 ระดมทุนซื้อโรงงาน ขยายกิจการ

ปี 2569 บริษัทยังขยายตลาดสู่ต่างประเทศ นำร่องรับจ้างผลิต(โออีเอ็ม)เบเกอรีให้กับลูกค้าเครือข่ายคาเฟ่ เบเกอรี(เชน)ชั้นนำของประเทศไต้หวัน และเกาหลีใต้รวม 7 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยเป้าหมาย 1 ปีแรกคาดว่าจะสร้างยอดขายราว 100 ล้านบาท ส่วนสหรัฐฯยังเป็นการส่งขนมเปี๊ยะยักษ์ไปจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจในประเทศดังกล่าว

จากการทำตลาดเชิงรุกปี 2569 บริษัทยังตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโต 30% แม้ 1 เดือนแรก ธุรกิจออกตัวจะเผชิญความท้าทายด้านกำลังซื้อ เนื่องจากยอดขายเทียบช่วงเดียวกันปีก่อนหดตัวลง 5% แต่การทำตลาดปีนี้ยังคงเกาะเทรนด์เบเกอรีดังทั่วโลก มารังสรรค์เป็นเมนูใหม่เสิร์ฟลูกค้า รวมถึงการรีแบรนด์จะผลักดันการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

กนกกัญจน์ กล่าวอีกว่า การเติบโตของบริษัทตนเองบริหารกิจการด้วยตัวเองมาตลอด 15 ปี และการเบ่งอาณาจักรเบเกอรีในอนาคต ต้องการ “พันธมิตร” มาเสริมแกร่งรอบด้าน ทั้งระบบการทำงาน การบริหารงานอย่างมืออาชีพ การตลาด ฯ จึงเปิดกว้างการร่วมทุน โดยตนเองยังต้องการ “ถือหุ้นใหญ่”

‘เอพริล เบเกอรี่’ ปั้นแบรนด์เสริมแกร่งอาณาจักร   เล็ง IPO ปี 70 ระดมทุนซื้อโรงงาน ขยายกิจการ

นอกจากนี้ ในปี 2570 ต้องการผลักดันบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ เพื่อระดมทุนขยายกิจการ โดยเฉพาะการซื้อโรงงานเพิ่ม การซื้อเครื่องจักรเพื่อผลิตสินค้า ทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพ การผลิตมีระบบ มีความคล่องตัวขึ้น ที่สำคัญช่วยเพิ่มศักยภาพการ “ทำกำไร” จากปัจจุบันการผลิตยังใช้แรงงาน 1,200 คน และคิดเป็นต้นทุนที่สูง เฉพาะเงินเดือนจ่ายที่ 20 ล้านบาทต่อเดือน

“การระดมเงินทุนเท่าใด ยังไม่ประเมิน แต่ในส่วนของการขยายธุรกิจที่มองไว้ ซื้อโรงงานอาจใช้เงินราว 200-300 ล้านบาท การย้ายโรงงานไปพื้นที่อื่นยังไม่คิด เนื่องจากมีความรักต่อพนักงาน ซึ่งทำงานกับบริษัทมานาน ส่วนใหญ่ยังอยู่ในพื้นที่เดิม”

สำหรับภาพรวมตลาดเบเกอรีปี 2569 คาดมีมูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม เอพริล เบเกอรี่ ก้าวสู่ปีที่ 16 ยังโตแข็งแกร่ง ทว่า ในปีที่ 20 บริษัทคาดว่ารายได้ทะยานเกิน 2,500 ล้านบาท ในอนาคตต้องการสร้างแบรนด์ “เอพริล เบเกอรี่” ให้แกร่งยิ่งขึ้น และทำรายได้สัดส่วน 50% จากปัจจุบันโฟกัสโรงงาน การผลิต และรายได้ส่วนใหญ่มาจากช่องทางร้านสะดวกซื้อ 80%

‘เอพริล เบเกอรี่’ ปั้นแบรนด์เสริมแกร่งอาณาจักร   เล็ง IPO ปี 70 ระดมทุนซื้อโรงงาน ขยายกิจการ

“เอพริล เบเกอรี่ต้องการเป็นเชนเบเกอรีชั้นนำของเมืองไทย ที่มีหน้าร้านทำขนมอบเหมือนร้านทาร์ตไข่ชื่อดัง หรือร้านซาลาเปาชื่อดัง ที่ทำอบสดใหม่ทุกวันหน้าร้าน มีสาขาจำนวนมากสามารถทำรายได้ระดับพันล้านบาท เสริมแกร่งอีกด้านที่มียอดขายจากเซเว่นอีเลฟเว่นระดับพันล้านบาท”