TrueVisions NOW ย้ำแพลตฟอร์มแห่งความบันเทิงภายในบ้าน พร้อมจุดยืนคอนเทนต์ไทยตรึงคนดู ทำให้คนดู 80-90% นึกถึงคอนเทนต์ไทยต้องนึกถึง TrueVisions NOW
ภาพจำ “ทรูวิชั่นส์” คือเจ้าแห่ง King Of Sports มาอย่างยาวนาน ทว่า ปี 2569 ไร้ King Of Content ใหญ่อย่างการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ(EPL) อย่างเป็นทางการ และจะยาวนาน 6 ฤดูกาล ย่อมกระเทือนฐานผู้ชม คอกีฬาบ้างไม่มากก็น้อย
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ การหาจุดยืนหรือ Positiong ใหม่ การปรับกระบวนท่าทางธุรกิจ เพื่อตรึงคนดู ฐานสมาชิก จึงเป็นไปในเชิงรุกมากขึ้น รวมถึงการปั้นแพลตฟอร์มรับชมคอนเทนต์ออนไลน์(โอทีที) “ทรูวิชั่นส์ นาว”(True Visions NOW) ท้าชิงในสมรภูมิด้วย
ปีที่ผ่านมา แม่ทัพคนสำคัญ องอาจ ประภากมล หัวหน้าสายงานทรูวิชั่นส์ และมีเดีย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) ประกาศเคลื่อนทัพธุรกิจของ True Visons NOW ให้เป็น Home of Entertainment ตัวจริง มาปี 2569 เสริมแกร่งต่อเนื่อง ด้วยการก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางความบันเทิงของคนไทยมาตรฐานเวิลด์คลาส” เพราะเชื่อว่า Insight ของผู้ชมชาวไทยที่เสพคอนเทนต์ อย่างไรเสียก็ชื่นชอบ “คอนเทนต์ไทย”
เมื่อ True Visions NOW “รู้ใจ” หรือ Insight ของคนไทยอย่างดี จึงชูแนวคิด “สนุกแบบไทย..is NOW : ไทยนี้รักสนุก อยากให้ดูไม่ขาด” เพื่อดำเนินธุรกิจในปี 2569 โดยจะเสริมคอนเทนต์ไทยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น
“ไทยนี้รักสนุก คนไทย 80% ยังเสพคอนเทนต์ไทย รายการบันเทิง กีฬา ฯ ทรูวิชั่นส์จึงตอบโจทย์ความต้องการตรงนี้เต็มที่ ขณะที่จุดยืนของทรูวิชั่นส์คือ King of Sports มานับสิบปี แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน เสพคอนเทนต์ไทยมากขึ้น”
นอกจากนี้ ยุคปัจจุบันคอนเทนต์มีมากมายมหาศาล ยิ่งลงลึกถึงบรรดาผู้บริโภคที่สร้างสรรค์เนื้อหาหรือ User-Generated Content(UGC) ทั้งเหล่าติ๊กต็อกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ ฯ ทั้งรีวิวต่างๆ ทำรายการอาหาร ท่องเที่ยว แต่งบ้าน ฯ คนไทยยิ่งได้เสพคอนเทนต์ไทยมากขึ้น และยังดูได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านมือถือด้วย จากอดีตข้อจำกัดดูผ่านทีวีที่บ้าน
“การสร้างคอนเทนต์เพิ่มขึ้นมหาศาล ไม่แค่ในประเทศไทย แต่ทั่วโลก ขณะที่กระแสความต้องการ ยังไงคอนเทนต์ไทยยังสำคัญสุดกับผู้บริโภค และ TrueVisions NOW เราคือผู้ให้บริการสตรีมมิงสัญชาติไทย จึงให้ความสำคัญในการตอบโจทย์คนดูกลุ่มเป้าหมาย”
สำหรับคอนเทนต์ไทยที่เสริมทัพ TrueVisions NOW ในปี 2569 ยังคงจัดเต็ม ทั้งผนึกผู้จัดกว่า 20 สตูดิโอชั้นนำ เพื่อผลิตออริจินัลคอนเทนต์กว่า 30 เรื่อง อัดแน่นด้วยภาพยนตร์ ซีรีส์ รายารไทยกว่า 500 เรื่อง อีกไฮไลต์คือการดึงรายการระดับตำนานกลับมาดึงคนดู เช่น True Academy Fantasia 2026 เริ่มออกอากาศสดในวันที่ 7 มิถุนายน 2569 รวมถึงรายการที่เกาะติด “คนไทยคนแรก" ไปพิชิตอวกาศอย่าง Race to Space Thaialnd ฯ
รายการสด โดยเฉพาะ “กีฬา” ยังเป็น King Of Content แม้ไร้ “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” แต่ TrueVisions NOW หากีฬาชนิดอื่นๆมาเสริมแกร่งอย่างการถ่ายทอดสด “มวยไทย” มากที่สุดในประเทศ กับการชก 536 นัด จาก 9 รายการ รวมกันกว่า 2,144 คู่ ออกอากาศตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ ทั้งปี จาก 5 โปรโมเตอร์ยักษ์ใหญ่ เพชรยินดี, ส.สมหมาย, เกียรติเพชร, จิตเมืองนนท์ และ แม็กซ์มวยไทย ยังมีการถ่ายทอดสดลีกวอลเลย์บอลหญิงไทย และที่เพิ่งคว้าสิทธิ์หมาดๆคือ การแข่งขันกีฬา โอลิมปิกฤดูหนาว 2026 เป็นต้น ซึ่งหลายรายการเป็น “เอ็กซ์คลูสีพ”
“การแข่งขันสตรีมมิงด้วยคอนเทนต์เอ็กซ์คลูสีฟ..ธุรกิจนี้อยู่ที่กลยุทธ์นี้เท่านั้นจะดึงคนดู”
ส่วนกีฬา “ฟุตบอล” ที่เป็นขวัญใจมหาชน ยังคงมีอยู่ทั้ง ลาลีกาสเปน ยังมี UEFA Champions League ซึ่งบริษัทยังเตรียมพาผู้โชคดี 10 ราย ไปสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกที่ประเทศฮังการีด้วย ยังมี “เทนนิส” ที่อยู่ครบทุกรายการ
“กีฬา ยังเป็นดีเอ็นเอ ของ TrueVisions NOW แต่เราเสริมทัพด้วยรายการอื่นๆ เป็นความสนุกที่แตะต้องได้ ขยายจากกลุ่มเฉพาะหรือ Niche ไปสู่วงกว้าง แน่นอนว่า พรีเมียร์ลีกดี แต่รอบสุดท้ายหรือไฟนอลของการแข่งขัน UEFA Champions League หาตั๋วไม่ง่าย นี่เป็นอีกความบันเทิงที่เรามอบให้คนดู”
ปัจจุบันทรูวิชั่นส์ มีฐานสมาชิก 1.2 ล้านราย คอกีฬามีสัดส่วนราว 35% ยังคงเดิม ขณะที่สัดส่วนคอนเทนต์ ความบันเทิงไทย(รวมกีฬาไทย) มีสัดส้วน 40% ที่เหลือเป็นเกาหลี จีน ฝรั่ง ฯ และโดยรวมโฉมใหม่ แอปพลิเคชัน TrueVisions NOW ที่จะคิกออฟเดือนกุมภาพันธ์นี้กับการก้าวสู่จุดยืน “คอนเนต์ไทย” จะมีคลังคอนเทนต์เสิร์ฟคนดูกว่า 41,000 ชั่วโมง คอนเทนต์กีฬาถ่ายทอดสดกว่า 17,000 ชั่วโมง
สนามแพลตฟอร์มสตรีมมิง ถือว่าแข่งเดือด! ขณะที่ผู้บริโภคยินดีจ่ายให้กับสารพัดแอปที่มีคอนเทนต์ตอบจริตตัวเอง “องอาจ” มองว่า “ราคา” ที่ผู้บริโภคเปย์ไหว สายเสพความบันเทิงจะติ่งเกาหลี คอซีรีส์จีน แฟนคลับอนิเมะ ฯ อยู่ที่ไม่เกิน 200 บาท หรือ 199 บาทต่อเดือน เมื่อรวม “อำนาจจ่ายทุกแอป” ไม่เกิน 500 บาทต่อเดือน หากคอกีฬาจะจ่ายเพิ่มได้อีกเล็กน้อยไม่เกิน 700 บาทต่อเดือน
การปลุกปั้น TrueVisions NOW สู้ศึกสตรีมมิง ยังรั้งอันดับ 5 แน่นอนว่าเป้าหมายใหญ่คือขึ้น “เบอร์ 1” ซึ่ง “องอาจ” ยอมรับว่าต้องใช้เวลาอีกหลายปีถึงจะก้าวไปอยู่จุดนั้น ส่วนเป้าหมายปี 2569 ต้องการให้ตัวเลขผู้ใช้รายเดือน(MAU) เติบโตอัตรา 2 หรือ 3 หลัก
“ตอนนี้ TrueVisions NOW แข่งกับแพลตฟอร์มระดับโลก เราต้องหาจุดที่คนไทยหมู่มากยินดีจ่าย ในราคาไม่แพง”
ประเด็นการ “ไร้พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” ยังคงถูกถามไถ่ “องอาจ” ชาติเอเชียห้ำหั่นกันประมูลซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดกีฬาจน “ราคาพุ่งสูงมาก” เทียบกับหลายๆตลาด ไม่เว้นกระทั่งพรีเมียร์ ลีก อังกฤษที่หลุดมือไปอยู่อีกราย รวมถึง “ฟุตบอลโลก 2026” หรือแม้กระทั่ง “โอลิมปิก” และ “ฟุตบอลยูโร” จึงต้องมี “ภาครัฐ” ผนึกกำลังช่วยซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดมาให้คนไทยได้ดู
“ในเชิงธุรกิจ ไม่สามารถจ่ายต้นทุนได้ไหว กีฬาระดับโลกล้วนตั้งราคาให้แต่ละประเทศซื้อ แต่เทรนด์ตอนนี้ ฟรีทีวีซื้อไม่ไหว ถึงขั้นที่..ธุรกิจอย่างเรา(ทรูวิชันส์)ก็ซื้อไม่ไหว”
ส่วนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไทยเป็นประเทศที่ยื่นเสนอ “ราคาสูงกว่าตลาด” เทียบประเทศในเอเชียราคาค่อนข้างนิ่ง เพราะคนที่เคยลงแข่งขันประมูลรู้ว่าไม่ควรแข่งด้วยการใช้ “ราคาเป็นที่ตั้ง” และจากประสบการณ์ของทรูวิชั่นส์ที่เป็นเจ้าแห่งกีฬาหรือ King Of Sports มายาวนาน รู้ว่ารายการกีฬาไหนมีผู้ชมเท่าไหร่ และราคาควรเป็นเท่าไหร หากจ่ายมากกว่าที่ประมาณการณ์ไว้จะ “ไม่คุ้มทุน” ปีที่ผ่านมาจึงมีการปรับคอนเทนต์(optimize)ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
ยากที่ราคาจะกลับมาที่เดิม ยาก.. เพราะว่า คนที่ทำธุรกิจ เป็นคนขาย จะบอกว่าเค้าลงทุน เช่น 100 นึง ได้ 10 บาทจากกเอเชีย 25 จากเมกา ตะวันออกลางเท่านี้ รวมแล้ว 100 บาท มีกำไรนิดหน่อยอยู่ๆ เอเชียบอก หาได้ 15 บาท จะกลับไปที่ 10 บาท ตัวเลขรวมเค้าไม่ได้ หลักการ แต่เค้าจะกลับมาไม่ใช่ imposinble แต่ว่ายาก
“หนึ่งในการ optimize คือขยายคอนเทนต์กีฬาจาก Niche ไปสู่กีฬาที่มีกลุ่มคนดูขนาดใหญ่ หรือ Mass เช่น ซื้อรายการสนุกเกอร์เพิ่ม วอลเลย์บอล เพราะราคาที่คนดูยอมจ่ายสมัยนี้ไม่แพง กีฬาบางอย่างเรารู้ว่าจ่ายเท่านี้ไม่คุ้มทุน”
อย่างไรก็ตาม ราคาคอนเทนต์กีฬาที่พุ่งขึ้น ยาก! ที่จะกลับลงมาเหมือนในอดีต เพราะคนทำธุรกิจ หรือผู้ขาย จะแจงสี่เบี้ย “การลงทุน” เมื่อขายในประเทศต่างๆ เช่น เอเชียทำเงิน 10% อเมริกา 25% รวมทุกทวีปได้ 100% แล้วมี “กำไร” ย่อมไม่กลับไปจุดเดิม
“หลักการตามเป็นไปตามข้างต้น แต่เขาจะลดราคากลับมาจุดเดิมไหม..ไม่ใช่ Impossible แต่ว่ายาก!"
อีกหลายปี พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะเปิดประมูลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดอีกครั้ง ทรูวิชั่นส์ ยังสนใจหรือไม่ “องอาจ” มองการติบโจทย์โมเดลธุรกิจเป็นสำคัญ เพราะราคาที่คู่แข่งคว้าไป ไม่ได้ถูกแต่อย่างใด อีกทั้งตลาดมีคนดูจำนวนเท่าไหร่ประเมินได้ ดังนั้นได้ King Of Content อย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษมาครองต้องทำให้ธุรกิจ “ไม่ขาดทุน"

