วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ท่องเที่ยว ‘ตรุษจีน’ คึกคักสะพัด 4.2 หมื่นล้าน ‘ค้าปลีก’ ทุ่มงบบูสต์จับจ่ายไตรมาสแรก

ท่องเที่ยว ‘ตรุษจีน’ คึกคักสะพัด 4.2 หมื่นล้าน ‘ค้าปลีก’ ทุ่มงบบูสต์จับจ่ายไตรมาสแรก

ททท. ชี้สัญญาณบวกท่องเที่ยว "เทศกาลตรุษจีนปีม้า” กระแสเดินทางคึกคัก ดันเม็ดเงินสะพัดกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท จับตาอานิสงส์กรณีพิพาทจีน-ญี่ปุ่น หลังสายการบินจีนยกเลิกเที่ยวบิน 49 เส้นทางสู่ญี่ปุ่น ลุ้นยอดทัวริสต์จีนเปลี่ยนแผนเดินทางเข้าไทยแทน ด้านค้าปลีกยักษ์ใหญ่กลุ่มเซ็นทรัลอัดฉีดงบ 600 ล้านลุยบิ๊กแคมเปญ ระดมกลยุทธ์สร้างสีสัน ปลุกใช้จ่าย

“เทศกาลตรุษจีน” หนึ่งในช่วงเวลาสำคัญที่ผู้คนกลับมารวมตัวกับครอบครัวไหว้ขอพร จับจ่าย ใช้เวลา สร้างกิจกรรมร่วมกัน รวมทั้งเดินทางท่องเที่ยว เป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มีการใช้จ่ายสูงที่สุดแห่งปี เป็นเทศกาลที่ทรงอิทธิพลต่อเศรษฐกิจและวัฒนธรรมในระดับโลก รวมทั้งประเทศไทยที่มีคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก จึงเป็น "ไฮซีซัน" ทำเงินแห่งปีของบรรดาห้างร้านค้าปลีกที่ระดมสรรพกำลังเก็บเกี่ยวยอดขายสะสมตั้งแต่ไตรมาสแรก

โดยช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 ระหว่างวันที่ 13-22 ก.พ.2569 รวม 10 วัน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์สถานการณ์เดินทางท่องเที่ยวมีการขยายตัวต่อเนื่องจากทั้งตลาดในและต่างประเทศ สร้างรายได้รวม 42,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้รวม 37,415 ล้านบาท

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า เฉพาะตลาดต่างประเทศ คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยช่วงเทศกาลตรุษจีน 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% เทียบปี 2568 ที่มีจำนวน 1.13 ล้านคน คาดสร้างเม็ดเงิน 35,480 ล้านบาท เติบโต 14% เทียบกับปีที่ผ่านมาซึ่งทำรายได้ 31,160 ล้านบาท

ขณะที่ตลาดในประเทศ คาดมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางท่องเที่ยว 2.3 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3% เทียบปี 2568 ที่มีจำนวน 2.21 ล้านคน-ครั้ง โดยคาดว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศ 6,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เทียบปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 6,255 ล้านบาท

ท่องเที่ยว ‘ตรุษจีน’ คึกคักสะพัด 4.2 หมื่นล้าน ‘ค้าปลีก’ ทุ่มงบบูสต์จับจ่ายไตรมาสแรก

ลุ้น “จีนเที่ยวไทย” ฟื้นแตะ 6.7 ล้านคนปีนี้

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวต่อว่า ความคึกคักของตลาดชาวต่างชาติและคนไทยท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดย ททท.พร้อมผลักดันมาตรการและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดปี 2569 เพื่อสร้างรายได้และกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ

จากการทำงานร่วมกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) พบอัตราการจองตั๋วโดยสารล่วงหน้า (Forward Booking) ช่วงเทศกาลตรุษจีน “ดีมาก” จากปัจจัยบวกกระแสท่องเที่ยวตามรอยศิลปินคนดัง การจัดโปรชันชันส่งเสริมการขายร่วมกับสายการบิน และการทำแคมเปญ Thailand Summer Blast สนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) จากเมืองรองระดับ 2-3 ของจีนสู่จุดหมายปลายทางในไทยเริ่มเห็นอานิสงส์ชัดเจนแล้ว

“ประกอบกับสถานการณ์เที่ยวบินเส้นทางจากจีนไปญี่ปุ่นถูกยกเลิกเพิ่ม ทำให้ไทยต้องช่วงชิงนักท่องเที่ยวจีนมาให้ได้ ซึ่งตรุษจีนเดือน ก.พ. จะมีการจัดกิจกรรมครั้งใหญ่ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อดึงนักท่องเที่ยวมาเลเซียมาเที่ยวมากขึ้น ขณะที่ย่านเยาวราชปีนี้จะไม่มีการจัดงานตรุษจีน แต่จะมีการประดับตกแต่งอย่างสวยงาม”

ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ตั้งเป้าหมายฟื้นตลาดนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยในปี 2569 ให้ได้ไม่น้อยกว่า 6.7 ล้านคน เท่ากับที่เคยทำได้ในปี 2567 หรือเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% เทียบกับจำนวน 4.47 ล้านคน ปี 2568 หลังเผชิญหลายเหตุการณ์ท้าทายกระทบความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว ทั้งเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหว การแข่งขันรุนแรงจากประเทศคู่แข่งในเอเชีย และกระแสเชิงลบบนโซเชียลมีเดียจีน กรณีนักแสดงชาวจีน ซิงซิง หายตัวไปบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา แต่ปัจจุบันบรรยากาศการเดินทางและความรู้สึก (Sentiment) ของชาวจีนที่มีต่อประเทศไทยถือว่าดีขึ้นมาแล้ว

ท่องเที่ยว ‘ตรุษจีน’ คึกคักสะพัด 4.2 หมื่นล้าน ‘ค้าปลีก’ ทุ่มงบบูสต์จับจ่ายไตรมาสแรก ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

 

จีนยกเลิกเที่ยวบินใน 49 เส้นทางสู่ญี่ปุ่น

กรณีสถานการณ์ที่ทางการจีนได้สั่งการยกเลิกเที่ยวบินปกติ 49 เส้นทางบินจากจีนไปญี่ปุ่น ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของจีนย้ำเตือนเรื่องการเดินทาง ขอให้พลเมืองจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน

ด้านข้อมูลจาก Flight Master แพลตฟอร์มการเดินทางของจีน ระบุว่าอัตราการยกเลิกเที่ยวบินระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับญี่ปุ่นพุ่งสูงถึง 47.2% ในเดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 7.8% เทียบเดือน ธ.ค. 2568 และเมื่อวันที่ 26 ม.ค. เที่ยวบินใน 49 เส้นทางที่กำหนดไว้สำหรับเดือน ก.พ. ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว

เที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเที่ยวบินระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง ต้าซิง กับท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ ในโอซาก้า ญี่ปุ่น 113 เที่ยวบิน เช่นเดียวกับเที่ยวบินระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติเซินเจิ้น เป่าอัน และท่าอากาศยานนิวชิโตเสะ ในฮอกไกโด อีก 13 เที่ยวบิน

สายการบินของจีนหลายแห่ง อาทิ แอร์ไชน่า ไชน่าอีสเทิร์น และไชน่าเซาท์เทิร์น ประกาศขยายเวลามาตรการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินและนโยบายการคืนเงินสำหรับการเดินทางที่เกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่นไปจนถึงวันที่ 24 ต.ค. 2569 (สิ้นสุดตารางบินฤดูร้อน) จากเดิมจะบังคับใช้ถึงวันที่ 28 มี.ค. 2599 (สิ้นสุดตารางบินฤดูหนาว)

 

“จีนเที่ยวญี่ปุ่น” ธ.ค. 68 ติดลบ 45%

นโยบายของสายการบินในจีนถูกประกาศครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ย. 2568 หลังจาก ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นกล่าวว่า หากจีนโจมตีไต้หวันอาจถือเป็น “สถานการณ์ที่คุกคามต่อความอยู่รอดของญี่ปุ่น” และอาจกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้ทางทหารจากทางโตเกียวได้ กลายเป็นกรณีพิพาทระหว่างสองประเทศมหาอำนาจในเอเชีย

ข้อมูลล่าสุดจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) รายงานว่า เดือน ธ.ค. 2568 มีนักท่องเที่ยวจีนไปญี่ปุ่น 3.3 แสนคน ลดลง 45% เทียบเดือนเดียวกันของปี 2567 แต่ภาพรวมตลอดปี 2568 มีนักท่องเที่ยวจีนไปญี่ปุ่นรวม 9.09 ล้านคน เพิ่มขึ้น 30.3% เทียบปีก่อน มากเป็นอันดับ 2 ของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่นสูงสุด รองจากนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่มี 9.46 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.3% อันดับ 3 นักท่องเที่ยวไต้หวัน 6.76 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.9% อันดับ 4 นักท่องเที่ยวสหรัฐ 3.3 ล้านคน เพิ่มขึ้น 21.4% อันดับ 5 นักท่องเที่ยวฮ่องกง 2.51 ล้านคน ลดลง 6.2% อันดับ 6 นักท่องเที่ยวไทย 1.23 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.3%

 

ตั้งเป้าต่างชาติเที่ยวไทย 36.7 ล้านคนปีนี้

ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย สะสมตั้งแต่วันที่ 1-25 ม.ค. 2569 มีจำนวน 2.63 ล้านคน ติดลบ 9% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เมื่อดูตลาด 5 อันดับแรกที่เดินทางสูงสุด อันดับ 1 นักท่องเที่ยวจีน 3.01 แสนคน รองลงมาคือ มาเลเซีย 2.36 แสนคน รัสเซีย 2.23 แสนคน อินเดีย 1.89 แสนคน และเกาหลีใต้ 1.36 แสนคน

ขณะที่ตลอดปี 2568 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 32.97 ล้านคน ลดลง 7.23% เทียบปี 2567 สร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1.53 ล้านล้านบาท ลดลง 4.71% โดยตลาดนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามามากเป็นอันดับ 2 จำนวน 4.47 ล้านคน รองจากอันดับ 1 มาเลเซียที่มี 4.52 ล้านคน อันดับ 3 อินเดีย 2.48 ล้านคน อันดับ 4 รัสเซีย 1.89 ล้านคน อันดับ 5 เกาหลีใต้ 1.55 ล้านคน

นางสาวฐาปนีย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่าปี 2569 ตั้งเป้าสร้างรายได้รวมการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เทียบปี 2568 โดยจะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% สร้างรายได้ตลาดต่างประเทศ 2 ล้านล้านบาท นักท่องเที่ยวไทยตั้งเป้า 210 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 4% สร้างรายได้ตลาดในประเทศ 1 ล้านล้านบาท

ปี 2568 ไทยมีรายได้รวมการท่องเที่ยว 2.7 ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.97 ล้านคน ลดลง 7.23% เทียบกับปี 2567 นักท่องเที่ยวไทยเดินทางในประเทศ 202 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อน

 

เซ็นทรัลทุ่ม 600 ล้านบูสต์จับจ่ายตรุษจีน

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ กล่าวว่า เซ็นทรัลพัฒนา ผนึกกำลังกับ “เซ็นทรัล รีเทล” ทุ่มงบ 600 ล้านบาท เปิดแคมเปญ “The Great Chinese New Year2026” #มะเมียเฮงเฮงที่เซ็นทรัล ตั้งแต่วันที่30 ม.ค.-1 มี.ค.ที่ศูนย์การค้าและร้านค้าในเครือเซ็นทรัล รีเทล กว่า 3,000 แห่ง และ เอสพละนาด รัชดา ผ่านอีเวนต์และโปรโมชั่นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักช้อปยุคใหม่ทุกเจเนอเรชัน กระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว  

โดยเทศกาลตรุษจีนปีนี้ได้ออกแบบให้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเป็น “Complete Destination” ที่รวม ‘จับจ่าย-ไหว้-กิน-เที่ยว’ ไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างประสบการณ์ตรุษจีนที่ร่วมสมัย กระตุ้นการจับจ่ายในไตรมาสแรก คาดทราฟฟิกจะเพิ่มขึ้นราว 25-30%

เซ็นทรัลพัฒนา คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติหลักมาเยือนช่วงเทศกาลตรุษจีน คือ จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง และไต้หวัน โดยศูนย์การค้ากลุ่ม Tourist Malls ที่เป็น Top Destination ของนักท่องเที่ยวจีน คือ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พาร์ค, เซ็นทรัล วิลเลจ เอาท์เล็ต, พระราม9, ภูเก็ต, พัทยา, เชียงใหม่ และเชียงใหม่ แอร์พอร์ต 

พร้อมกันนี้ จับมือกับ “BEAUTRIUM” จัดแคมเปญบนแพลตฟอร์ม Xiaohongshu Chinese Lifestyle อันดับ1 และ E-Wallet ต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ช่วงเทศกาลตรุษจีนในเมืองไทยให้กับนักท่องเที่ยวจีน

 

“ตรุษจีน” ดันจีดีพีไตรมาสแรก

นางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตรุษจีนเป็นเทศกาลที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกเป็นอย่างมาก ผ่านการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้า บริการ การท่องเที่ยว ตลอดจนการจับจ่ายซื้อของไหว้ต่างๆ โดยเทศกาลตรุษจีนปี 2568 ที่ผ่านมา ตัวเลขจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยระบุว่า มีเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจไทยพุ่งสูงกว่า 51,000 ล้านบาท ขยายตัว 4.5% สูงสุดในรอบ 5 ปี

“สอดรับสัญญาณบวกในปีนี้ที่ ททท. ตั้งเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยถึง 6.7 ล้านคน ปัจจัยหนุนเหล่านี้ทำให้เรามั่นใจว่าตรุษจีนปีนี้จะเป็นกลไกหลักที่ช่วยดัน GDPไตรมาสแรกให้ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง”

เซ็นทรัล รีเทล จึงผนึกกำลังเซ็นทรัลพัฒนา ในแคมเปญ “The Great Chinese New Year 2026” เพื่อเป็นเครื่องยนต์หลักเร่งกำลังซื้อ ผ่าน Power of Ecosystem เชื่อมออฟไลน์และออนไลน์อย่างไร้รอยต่อ และMulti-Category ครอบคลุมธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งกว่า 3,000 สาขาของเซ็นทรัล รีเทล ใน 62 จังหวัดทั่วประเทศ อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, โรบินสัน, ซูเปอร์สปอร์ต, เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป, ท็อปส์, โก โฮลเซลล์, ไทวัสดุ, เพาเวอร์บาย, บีทูเอส, ออฟฟิศเมท และศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ระดมสินค้าและบริการ พร้อมกิจกรรม โปรโมชันสุดคุ้ม ตอบโจทย์ลูกค้าด้วยกลยุทธ์ 3C “CELEBRATE-CHANGE-CHANCE” 

 

เซ็นทรัลชิดลมแลนด์มาร์กเช็คอิน

นางสาวรวิศรา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริหารกลุ่มการตลาด กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า ตรุษจีน ช่วงเวลาสำคัญทั้งในเชิงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ จึงออกแบบประสบการณ์ชอปปิง และกิจกรรมส่งเสริมมงคลตอบโจทย์ทั้งการจับจ่ายและแรงบันดาลใจในช่วงเริ่มปีใหม่ ภายใต้สัญลักษณ์ “ปีม้าไฟที่ทรงพลัง แข็งแกร่ง และสง่างาม” เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกถึงความสดชื่น เกิดแรงบันดาลใจ และมีความมั่นใจในการเริ่มต้นปีแห่งโอกาสได้ที่ห้างเซ็นทรัลและโรบินสันทุกสาขาทั่วประเทศ

"ไฮไลต์ในปีนี้คือแลนด์มาร์กเช็คอินตามนักษัตรปีม้าที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม ซึ่งเป็นตัวแทนของความแข็งแกร่ง อิสรภาพ ความมุ่งมั่น และความสง่างาม พร้อมสร้างบรรยากาศดึงดูดให้ลูกค้าหยุดถ่ายรูปและแชร์โมเมนต์พิเศษ”