วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘สทท.’ คาดทัวริสต์ต่างชาติแตะ 34 ล้านคนปีนี้ ดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวฯ Q1/69 ยังแย่กว่าปีก่อน

‘สทท.’ คาดทัวริสต์ต่างชาติแตะ 34 ล้านคนปีนี้  ดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวฯ Q1/69 ยังแย่กว่าปีก่อน

“สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (สทท.) รายงาน “ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาส 4/2568” อยู่ที่ระดับ 72 แม้จะดีขึ้นกว่าไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ระดับ 70 แต่ยังอยู่ในระดับ “ต่ำกว่าภาวะปกติ” เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562 ก่อนโควิด-19 ระบาด และลดลงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นฯ “คาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวไตรมาส 1/2569” อยู่ในระดับ 80 เป็นการคาดการณ์สถานการณ์ท่องเที่ยวที่ดีขึ้น แต่ยังแย่กว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หลังจากเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) และมีเทศกาลท่องเที่ยวหลายงาน นอกจากนี้ความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่นส่งผลบวกโดยอ้อมต่อประเทศไทย เพราะนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มที่ยกเลิกทริปไปเที่ยวญี่ปุ่น อาจหันมามองจุดหมายปลายทางใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีไทยและเวียดนามเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันยอดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยในปี 2569 ให้สูงขึ้น

ด้าน “ผลการดำเนินธุรกิจ” ในไตรมาส 4/2568 จากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นฯ พบว่า ภาพรวมธุรกิจส่วนใหญ่ 96% ยังคงดำเนินการเป็นปกติ และมีทิศทางที่ดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่วนปิดชั่วคราว มีเพียง 2% ส่วนใหญ่เป็นสถานบันเทิงและแหล่งท่องเที่ยวในภาคกลาง ขณะที่สัดส่วนการปิดถาวร มีเพียง 1% ส่วนใหญ่เป็นสถานบันเทิงและแหล่งท่องเที่ยวแบบมนุษย์สร้างขึ้น

แผนการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 1/2569 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะ “คงสภาพเดิม” มากกว่าการขยายตัวหรือปรับเปลี่ยนราคาอย่างรุนแรง

สำหรับ “กลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น” แม้ภาพรวมส่วนใหญ่จะคงที่ แต่มีบางกลุ่มธุรกิจในบางพื้นที่ที่มีแผนการปรับตัวชัดเจนกว่ากลุ่มอื่น โดยกลุ่มที่มีแผนจะจ้างงานเพิ่ม คือโรงแรมในกรุงเทพฯ รวมถึงร้านอาหาร ร้านนวดสปา และบริษัทนำเที่ยว ส่วนกลุ่มที่มีแผนจะปรับขึ้นราคาสินค้า พบว่าบริการขนส่งผู้โดยสาร (ภาคเหนือ), ร้านอาหาร (ภาคตะวันตก), และโรงแรม (ภาคเหนือกับภาคอีสาน) นอกจากนี้กลุ่มที่มีแผนจะปรับค่าแรงเพิ่มเล็กน้อย คือโรงแรม (ภาคตะวันออก), บริษัทนำเที่ยว (ภาคใต้) และร้านอาหาร (ภาคกลางกับภาคตะวันออก)

ด้านผลกระทบของ “การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาทต่อวัน” ต่อธุรกิจ 2 ประเภท คือโรงแรม (สถานที่พักแรม) และสถานบันเทิง ภาพรวมพบว่าทั้งสองธุรกิจมองว่า “การขึ้นค่าแรง” ส่งผลกระทบต่อกำไรในระดับ “น้อยถึงน้อยที่สุด” โดยโรงแรมกว่า 87% มองว่ากระทบน้อยถึงน้อยที่สุด, สถานบันเทิง 97% มองว่ากระทบน้อยถึงน้อยที่สุด โดยไม่มีรายใดมองว่ากระทบมากที่สุดเลย

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองธุรกิจมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในการรับมือด้านราคา โดย “โรงแรม” ส่วนใหญ่ 86% ยืนยันว่า “ไม่ขึ้นราคา” แม้ค่าแรงจะเพิ่มขึ้น ในขณะที่ “สถานบันเทิง” ส่วนใหญ่ 82% ยังลังเลและไม่ตัดสินใจเรื่องการปรับราคา ในขณะที่มีการทำผลสำรวจนี้ มีเพียง 16% ที่ระบุชัดเจนว่าไม่ขึ้นราคา

ปัจจัยที่ต้องระวังในไตรมาส 1/2569 คือ “การแย่งชิงพนักงาน” เนื่องจากมีเทศกาลใหญ่ติดๆ กัน 2 ไตรมาส (ไตรมาส 4/2568 ถึงไตรมาส 1/2569) พนักงานบริการอาจทำงานหนักจนล้า (Burnout) หรืออาจขาดแคลนในช่วงพีคของเทศกาลตรุษจีน

 

"สทท." คาดต่างชาติเที่ยวไทยปี 69 แตะ 34 ล้านคน

ทั้งนี้ สทท. ระบุด้วยว่า คาดการณ์ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ในปี 2569 จะมีจำนวน 34 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.1% เทียบกับปี 2568 และมีรายได้ตลาดต่างประเทศ 1.64 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% หลังจากปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.97 ล้านคน ลดลง 7.2% จากปี 2567 และมีรายได้ประมาณ 1.59 ล้านล้านบาท ลดลง 4.5%

ค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวไทยปี 2568 เฉลี่ย 3,906 บาทต่อคนต่อทริป เป็นแนวโน้มที่ลดลงจากปี 2567 มีจำนวนคืนพำนักเฉลี่ย 2.4 คืนต่อทริป ส่วนค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2568 เฉลี่ย 48,363 บาทต่อคนต่อทริป เป็นแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2567 มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 9.7 คืนต่อทริป

‘สทท.’ คาดทัวริสต์ต่างชาติแตะ 34 ล้านคนปีนี้  ดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวฯ Q1/69 ยังแย่กว่าปีก่อน

 

ททท. ชี้ "ไวรัสนิปาห์" ยังไม่กระทบท่องเที่ยวไทย

ด้านสถานการณ์การระบาดของ “ไวรัสนิปาห์” (NIPAH) ในพื้นที่รัฐเบงกอลตะวันตกของ “อินเดีย” ซึ่งได้ทำการล็อกดาวน์ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไม่ให้ขยายวงกว้าง ตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. 2569 ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่อาจจะส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยากับนักท่องเที่ยวกลุ่มที่มีความกังวลและตื่นตระหนกจากข่าวสารที่เผยแพร่ออกไปในวงกว้าง

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลสถิติ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าประเทศไทยรายวัน โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในระบบ TATIC (ณ วันที่ 26 ม.ค.) พบว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ยังไม่ส่งผลกระทบชัดเจนต่อสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ

โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติภาพรวม ระหว่างวันที่ 1-25 ม.ค. พบว่ามีอัตราการหดตัวเฉลี่ย 10% หรือมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยสะสม 2.62 ล้านคน จากจำนวน 2.92 ล้านคนในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา มีสาเหตุจากการหดตัวของตลาดหลักในเอเชียตะวันออก ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ลดลง 32% อาเซียน ลดลง 20% และโอเชียเนีย ลดลง 7% จากผลกระทบของสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณ “ชายแดนไทย-กัมพูชา” และ “วิกฤติน้ำท่วมภาคใต้” (อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา) ในช่วงปลายปี 2568 ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องโดยตรงกับตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ซึ่งนิยมเดินทางผ่านด่านทางบกเป็นหลัก ประกอบกับพื้นที่ท่องเที่ยวในเมืองหาดใหญ่บางส่วนยังฟื้นตัวกลับมาได้ไม่เต็มที่

“สถานการณ์ระบาดไวรัสนิปาห์ จึงมิใช่ปัจจัยลบสำคัญที่ส่งผลให้ตลาดต่างประเทศหดตัวลง”

‘สทท.’ คาดทัวริสต์ต่างชาติแตะ 34 ล้านคนปีนี้  ดัชนีเชื่อมั่นท่องเที่ยวฯ Q1/69 ยังแย่กว่าปีก่อน ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

 

"อินเดีย" เที่ยวไทย เดือน ม.ค.69 คาด 2 แสนคน

เฉพาะสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาด “อินเดีย” เดินทางเข้าไทย ระหว่างวันที่ 1-25 ม.ค.2569 มีจำนวนสะสม 1.89 แสนคน เพิ่มขึ้น 20% เทียบช่วงเดียวกันของปี 2568 และเมื่อพิจารณาสถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงก่อน-หลังเกิดเหตุ พบว่ายังไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียในช่วงสัปดาห์ที่เกิดเหตุฯ (วันที่ 20-26 ม.ค.) ยังคงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 35% เทียบช่วงเดียวกันปี 2568

สำหรับการเดินทางทางอากาศของตลาดอินเดียยังคงมีทิศทางเป็นบวก โดย 3 อันดับแรกของท่าอากาศยานในไทยที่มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้ามากที่สุด ได้แก่ ท่าอากาศยานดอนเมือง มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 15% ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพิ่มขึ้น 33% และท่าอากาศยานภูเก็ต เพิ่มขึ้น 51% ตามลำดับ

“คาดว่าแนวโน้มทั้งเดือน ม.ค. 2569 จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดอินเดียเข้าไทยอยู่ที่ประมาณ 2 แสนคน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 8% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา”

ด้านสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดอื่นๆ ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้ในภาพรวมจะยังไม่ได้รับผลกระทบชัดเจน แต่การนำเสนอข่าวหรือประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ไวรัสนิปาห์ในสื่อหลักและโซเชียลมีเดียของต่างประเทศ อาจจะส่งผลกระทบเชิงจิตวิทยาและความเชื่อมั่น โดยเฉพาะกลุ่มตลาดที่มีค่อนข้างอ่อนไหวสูงและวิตกกังวลต่อความปลอดภัย อาทิ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น อาจชะลอการเดินทางเพื่อรอดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม การออกมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ประเทศต้นทางอย่างทันท่วงที รวมทั้งการวางแนวทางคัดกรองนักท่องเที่ยวอินเดียจากพื้นที่ดังกล่าวมายังประเทศไทย โดยเฉพาะท่าอากาศยานหลัก (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ ภูเก็ต) อาจช่วยลดทอนความรุนแรงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่กำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยว