การประชุมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโลก(GTEF) ครั้งที่ 11 มณฑลเฮยหลงเจียง 2025 ณ เมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียง ชูแนวคิด “พลังการผลิตคุณภาพใหม่: ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโลก”
สำหรับการประชุมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโลกโดยรัฐบาลประชาชนมณฑลเฮยหลงเจียง และศูนย์วิจัยเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโลก มีรัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊าเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง และจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับองค์การการท่องเที่ยวแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) หน่วยงานผู้ดำเนินการ ได้แก่ กรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมณฑลเฮยหลงเจียง และรัฐบาลประชาชนเทศบาลนครฮาร์บิน พร้อมทั้งสภาหอการค้าการท่องเที่ยวจีน
นายเหอ โฮ่วหัว รองประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีน (CPPCC) และประธานการประชุมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโลก (GTEF) เปิดเผยว่า การย้ายสถานที่จัดงานจากมาเก๊ามาสู่มณฑลเฮยหลงเจียง ถือเป็นการยกระดับเชิงยุทธศาสตร์ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ภายใต้แนวคิด “กำลังผลิตคุณภาพใหม่” หรือ New Quality Productive Forces มีความสอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับทิศทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่
ทั้งนี้ มณฑลเฮยหลงเจียงไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นทางยุทธศาสตร์สำหรับการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญนี้ แต่ยังเป็น “ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์” ที่นวัตกรรมใหม่ๆ กำลังเริ่มผลิดอกออกผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยวิสัยทัศน์และข้อตกลงความร่วมมือต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการประชุมในครั้งนี้ จะกลายเป็นแรงผลักดันที่เข้มแข็งและยั่งยืนให้กับการพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูง ทั้งในประเทศจีนและในระดับโลกต่อไป
นายสวี่ ฉิน เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเฮยหลงเจียง กล่าวว่า การประชุมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโลกถือเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวระดับสากลที่มีอิทธิพลอย่างกว้างขวาง และมีบทบาทสำคัญยิ่งในการผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมณฑลเฮยหลงเจียงซึ่งมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น ทั้งสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาที่ยอดเยี่ยมและมรดกทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง รวมถึงมีทัศนียภาพที่ตระการตา ล้วนส่งผลให้มณฑลแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของเหล่านักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่ความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อบ่มเพาะ “กำลังผลิตคุณภาพใหม่” ในอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว พร้อมสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ของการบูรณาการระหว่างวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นจริง ตลอดจนมุ่งสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการเปิดกว้างภาคการท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้แก่ประเทศด้านการท่องเที่ยว ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติอย่างต่อเนื่อง
นายซูรับ โปโลลิคาชวิลี เลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) กล่าวว่า ความสำคัญของงานในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของ GTEF ที่ได้ขยายขอบเขตการจัดงานออกจากมาเก๊าเป็นครั้งแรก ซึ่งเมืองฮาร์บินถือเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการเริ่มต้นบทใหม่นี้ ด้วยเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านการเปลี่ยนแปลงเชิงสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความเชื่อมั่นที่สามารถสะกดจินตนาการของคนทั้งโลกไว้ได้ โดย
“เรายังคงมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับประเทศจีนรวมถึงประเทศสมาชิกทั้งหมด เพื่อสร้างอนาคตที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเป็นแรงขับเคลื่อนความมั่งคั่งร่วมกัน สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน และเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน”
นายไท่ กิม อิป ผู้แทนหัวหน้าคณะผู้บริหารเขตบริหารพิเศษมาเก๊า เลขาธิการด้านเศรษฐกิจและการคลังของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊า และประธานบริหาร GTEF กล่าวว่า มาเก๊ายังคงเดินหน้าใช้ความได้เปรียบจากการได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากมาตุภูมิ และความเชื่อมโยงที่ใกล้ชิดกับประชาคมโลก โดยมุ่งเน้นที่การวางรากฐานตามยุทธศาสตร์ “หนึ่งศูนย์กลาง หนึ่งแพลตฟอร์ม หนึ่งฐาน” หรือ One Centre, One Platform, One Base พร้อมขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ ‘1+4’ เพื่อสร้างความหลากหลายทางอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยให้มาเก๊ามีรากฐานที่มั่นคงยิ่งขึ้นสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน"
“ในฐานะที่ GTEF เป็นแบรนด์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับโลกที่มีต้นกำเนิดจากมาเก๊า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาเราได้ใช้บทบาทของมาเก๊าในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศอย่างเต็มศักยภาพ การจัดงานนอกมาเก๊าเป็นครั้งแรก ณ เมืองฮาร์บินในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลและความมีชีวิตชีวาที่แผ่ขยายออกไปของเวทีการประชุมนี้ อีกทั้งยังเป็นการเน้นย้ำถึงศักยภาพอันมหาศาลของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศจีนอีกด้วย”
นายหลัว ไหลจวิน รองประธานสมาพันธ์อุตสาหกรรมและการพาณิชย์ทั่วประเทศจีน (ACFIC) กล่าวว่า การย้ายสถานที่จัดงานจากชายฝั่งทางตอนใต้สู่ทุ่งหิมะทางตอนเหนือในครั้งนี้ เป็นการรวมตัวกันของภูมิปัญญาระดับโลกและจุดแข็งของประเทศจีน เพื่อร่วมกันสำรวจเส้นทางแห่งการพัฒนาที่สำคัญและทันต่อสถานการณ์ อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวถือเป็นฟันเฟืองที่เชื่อมโยงการเติบโตทางเศรษฐกิจเข้ากับความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง เราพร้อมที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกและเศรษฐกิจของมณฑลเฮยหลงเจียง
นางกลอเรีย เกวารา รักษาการประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) กล่าวว่า แนวโน้มภาคการท่องเที่ยวของจีนแสดงให้เห็นถึงแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยนำเสนอประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านวัฒนธรรมที่มั่งคั่ง เมืองที่ทันสมัย ทัศนียภาพทางธรรมชาติที่งดงาม และโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างก้าวไกล โดยเฉพาะเมืองฮาร์บินที่เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมในการเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติให้กลายเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่ควรค่าแก่การนำไปปรับใช้ในระดับสากล
นางแพนซี โฮ รองประธานและเลขาธิการ GTEF กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา มาเก๊าได้ทำหน้าที่เป็นรากฐานอันสำคัญของการท่องเที่ยว และกำลังเปิดบทใหม่แห่งการเชื่อมโยงด้วยการสร้างแพลตฟอร์ม “ประตูคู่ขนาน” (Twin Gateway) ซึ่งเป็นการประสานบทบาทของมาเก๊าในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างตะวันออกและตะวันตก เข้ากับตำแหน่งยุทธศาสตร์ของมณฑลเฮยหลงเจียงในฐานะประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ
“สิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถเชื่อมโยงประเทศจีนเข้ากับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าที่เคย พร้อมทั้งบรรลุพันธกิจในการเป็นสะพานเชื่อมเพื่อความร่วมมือข้ามพรมแดนและการสร้างความคึกคักทางเศรษฐกิจ”
สำหรับ GTEF ได้บรรจุให้เป็นหนึ่งในแผนงานสำคัญภายใต้ "แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ของจีน สะท้อนความสำคัญของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดย GTEF เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2554 ณ มาเก๊า และได้จัดงานอย่างต่อเนื่องอย่างประสบความสำเร็จมาแล้วถึง 10 ครั้ง สามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 14,000 คน จากกว่า 90 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ล่าสุดการจัดงานมีผู้เข้าร่วมกว่า 1,500 คน จากกว่า 30 ประเทศและภูมิภาคครอบคลุมพื้นที่ 4 ทวีปทั่วโลก ซึ่งล้วนเป็นผู้นำทางความคิดและผู้กำหนดนโยบายระดับสูง เช่น เลขาธิการและผู้แทนระดับสูงจากองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Tourism พร้อมด้วยรัฐมนตรีและรองรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจากนานาประเทศ
หน่วยงานสนับสนุนประกอบด้วย กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สหพันธ์อุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมแห่งประเทศจีน สำนักงานกิจการฮ่องกงและมาเก๊าแห่งคณะรัฐมนตรี สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) สมาคมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (PATA) สหพันธ์เมืองท่องเที่ยวโลก (WTCF) คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวยุโรป (ETC) พันธมิตรการท่องเที่ยวโลก (WTA) พันธมิตรการท่องเที่ยวภูเขานานาชาติ (IMTA) หอการค้าสตรีจีน สำนักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า สถาบันส่งเสริมการค้าและการลงทุนมาเก๊า และสมาคมวิสาหกิจจีนในมาเก๊า
พิธีเปิดการประชุมจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่โดยได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติและผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,500 ท่าน จากกว่า 30 ประเทศและภูมิภาคครอบคลุมพื้นที่ 4 ทวีปทั่วโลก ภายในงานเป็นการรวมตัวกันของผู้นำทางความคิดและผู้กำหนดนโยบายระดับสูง นำโดยเลขาธิการและผู้แทนระดับสูงจากองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ UN Tourism พร้อมด้วยรัฐมนตรีและรองรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจากนานาประเทศ อาทิ ซิมบับเว บราซิล อินโดนีเซีย อิหร่าน อิตาลี และรัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊า นอกจากนี้ยังมีผู้อำนวยการใหญ่จากหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของชิลี มาเลเซีย ฝรั่งเศส และสเปน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ร่วมกับตัวแทนจากสมาคมอุตสาหกรรมระดับนานาชาติอย่างคับคั่ง ในส่วนของรัฐบาลจีน มีคณะผู้แทนระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว กระทรวงการคลัง สำนักงานกิจการฮ่องกงและมาเก๊า และสมาพันธ์อุตสาหกรรมและการพาณิชย์ทั่วประเทศจีนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง พร้อมด้วยผู้นำจาก 14 มณฑล เขตปกครองตนเอง และเทศบาลนคร ตลอดจนผู้แทนจากเมืองและเขตปกครองในสังกัดอีกกว่า 44 แห่ง ความร่วมมือในครั้งนี้ยังครอบคลุมไปถึงภาคเอกชน โดยมีเจ้าของกิจการและผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงสื่อมวลชนระดับชาติและท้องถิ่นที่ร่วมนำเสนอความสำเร็จของการประชุมในครั้งนี้
ในช่วงเช้าของพิธีเปิดการประชุม นายเหอ โฮ่วหัว (Edmund Ho Hau-wah) รองประธานสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งชาติจีน (CPPCC) และประธานการประชุมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโลก (GTEF) ได้ให้เกียรติกล่าวสุนทรพจน์เปิดงานอย่างเป็นทางการ จากนั้น นายสวี่ ฉิน (Xu Qin) เลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเฮยหลงเจียง ได้กล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับผู้เข้าร่วมงานอย่างอบอุ่น นอกจากนี้ นายซูรับ โปโลลิคาชวิลี (Zurab Pololikashvili) เลขาธิการองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) ยังได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมถึงทิศทางอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลก โดยมี นางเหลียง ฮุ่ยหลิง (Liang Huiling) ผู้ว่าการมณฑลเฮยหลงเจียง และนางแพนซี โฮ (Pansy Ho) รองประธานและเลขาธิการ GTEF ร่วมเป็นพิธีกรดำเนินรายการในพิธีสำคัญครั้งนี้
ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต้อนรับ นายสวี่ ฉิน (Xu Qin) ได้กล่าวเน้นย้ำว่า การประชุมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโลกถือเป็นแพลตฟอร์มความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวระดับสากลที่มีอิทธิพลอย่างกว้างขวาง และมีบทบาทสำคัญยิ่งในการผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมณฑลเฮยหลงเจียงซึ่งมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น ทั้งสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาที่ยอดเยี่ยมและมรดกทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง รวมถึงมีทัศนียภาพที่ตระการตา ล้วนส่งผลให้มณฑลแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของเหล่านักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ นายสวี่ ฉิน ยังได้ระบุถึงความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อบ่มเพาะ “กำลังผลิตคุณภาพใหม่” ในอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว พร้อมสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ของการบูรณาการระหว่างวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นจริง ตลอดจนมุ่งสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการเปิดกว้างภาคการท่องเที่ยว เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่มีคุณภาพสูงและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้แก่ประเทศด้านการท่องเที่ยว ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติสืบไป
นายเหอ โฮ่วหัว (Edmund Ho Hau-wah) ได้กล่าวว่า การย้ายสถานที่จัดงานจากมาเก๊ามาสู่มณฑลเฮยหลงเจียงในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับเชิงยุทธศาสตร์ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล โดยหัวข้อหลักอย่าง “กำลังผลิตคุณภาพใหม่” (New Quality Productive Forces) นั้นมีความสอดคล้องอย่างใกล้ชิดกับทิศทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาระบบอุตสาหกรรมสมัยใหม่ นอกจากนี้ นายเหอ โฮ่วหัว ยังระบุด้วยว่า มณฑลเฮยหลงเจียงไม่เพียงแต่เป็นจุดเริ่มต้นทางยุทธศาสตร์สำหรับการขับเคลื่อนประเด็นสำคัญนี้ แต่ยังเป็น “ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์” ที่นวัตกรรมใหม่ๆ กำลังเริ่มผลิดอกออกผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยวิสัยทัศน์และข้อตกลงความร่วมมือต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการประชุมในครั้งนี้ จะกลายเป็นแรงผลักดันที่เข้มแข็งและยั่งยืนให้กับการพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูง ทั้งในประเทศจีนและในระดับโลกสืบไป
นายซูรับ โปโลลิคาชวิลี (Zurab Pololikashvili) ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของงานในครั้งนี้ว่า "วันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของ GTEF ที่ได้ขยายขอบเขตการจัดงานออกจากมาเก๊าเป็นครั้งแรก ซึ่งเมืองฮาร์บินถือเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการเริ่มต้นบทใหม่นี้ ด้วยเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านการเปลี่ยนแปลงเชิงสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความเชื่อมั่นที่สามารถสะกดจินตนาการของคนทั้งโลกไว้ได้ องค์การการท่องเที่ยวโลก (UN Tourism) มีความภาคภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรกับ GTEF มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง และเรายังคงมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับประเทศจีนรวมถึงประเทศสมาชิกทั้งหมด เพื่อสร้างอนาคตที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเป็นแรงขับเคลื่อนความมั่งคั่งร่วมกัน สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน และเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
นายไท่ กิม อิป (Tai Kin Ip) ผู้แทนหัวหน้าคณะผู้บริหารเขตบริหารพิเศษมาเก๊า เลขาธิการด้านเศรษฐกิจและการคลังของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊า และประธานบริหาร GTEF ได้กล่าวข้อสังเกตว่า “มาเก๊ายังคงเดินหน้าใช้ความได้เปรียบจากการได้รับการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากมาตุภูมิ และความเชื่อมโยงที่ใกล้ชิดกับประชาคมโลก โดยมุ่งเน้นที่การวางรากฐานตามยุทธศาสตร์ ‘หนึ่งศูนย์กลาง หนึ่งแพลตฟอร์ม หนึ่งฐาน’ (One Centre, One Platform, One Base) พร้อมขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ ‘1+4’ เพื่อสร้างความหลากหลายทางอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยให้มาเก๊ามีรากฐานที่มั่นคงยิ่งขึ้นสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน” นอกจากนี้ นายไท่ กิม อิป ยังได้ระบุเสริมว่า “ในฐานะที่ GTEF เป็นแบรนด์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับโลกที่มีต้นกำเนิดจากมาเก๊า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมาเราได้ใช้บทบาทของมาเก๊าในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศอย่างเต็มศักยภาพ การจัดงานนอกมาเก๊าเป็นครั้งแรก ณ เมืองฮาร์บินในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลและความมีชีวิตชีวาที่แผ่ขยายออกไปของเวทีการประชุมนี้ อีกทั้งยังเป็นการเน้นย้ำถึงศักยภาพอันมหาศาลของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศจีนอีกด้วย”
นายหลัว ไหลจวิน (Luo Laijun) รองประธานสมาพันธ์อุตสาหกรรมและการพาณิชย์ทั่วประเทศจีน (ACFIC) ได้กล่าวระบุว่า “การเคลื่อนย้ายสถานที่จัดงานจากชายฝั่งทางตอนใต้สู่ทุ่งหิมะทางตอนเหนือในครั้งนี้ เป็นการรวมตัวกันของภูมิปัญญาระดับโลกและจุดแข็งของประเทศจีน เพื่อร่วมกันสำรวจเส้นทางแห่งการพัฒนาที่สำคัญและทันต่อสถานการณ์ อุตสาหกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวถือเป็นฟันเฟืองที่เชื่อมโยงการเติบโตทางเศรษฐกิจเข้ากับความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง เราพร้อมที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกและเศรษฐกิจของมณฑลเฮยหลงเจียง”
นายหลง หย่งถู (Long Yongtu) ประธานกิตติมศักดิ์ของ GTEF ได้ให้ความเห็นว่า “ท่ามกลางกระแสการปฏิวัติทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมระลอกใหม่ เศรษฐกิจการท่องเที่ยวจำเป็นต้องเร่งการพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปและยกระดับความเป็นอยู่ที่ดี ความพยายามของเราในยุคใหม่นี้จะส่งมอบประโยชน์อันมีค่าต่อสวัสดิภาพของมวลมนุษยชาติ ความสามัคคีในสังคม ตลอดจนสันติภาพและความมั่งคั่งของโลก”
นางกลอเรีย เกวารา (Gloria Guevara) รักษาการประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มการท่องเที่ยวโลกและทิศทางของประเทศจีน โดยระบุว่า “ภาคการท่องเที่ยวของจีนแสดงให้เห็นถึงแรงขับเคลื่อนการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยนำเสนอประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านวัฒนธรรมที่มั่งคั่ง เมืองที่ทันสมัย ทัศนียภาพทางธรรมชาติที่งดงาม และโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาอย่างก้าวไกล โดยเฉพาะเมืองฮาร์บินที่เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมในการเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติให้กลายเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่ควรค่าแก่การนำไปปรับใช้ในระดับสากล”
นางแพนซี โฮ (Pansy Ho) รองประธานและเลขาธิการ GTEF ได้กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา มาเก๊าได้ทำหน้าที่เป็นรากฐานอันสำคัญของเรา และในวันนี้ เรากำลังเปิดบทใหม่แห่งการเชื่อมโยงด้วยการสร้างแพลตฟอร์ม ‘ประตูคู่ขนาน’ (Twin Gateway) ซึ่งเป็นการประสานบทบาทของมาเก๊าในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างตะวันออกและตะวันตก เข้ากับตำแหน่งยุทธศาสตร์ของมณฑลเฮยหลงเจียงในฐานะประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ สิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถเชื่อมโยงประเทศจีนเข้ากับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าที่เคย พร้อมทั้งบรรลุพันธกิจในการเป็นสะพานเชื่อมเพื่อความร่วมมือข้ามพรมแดนและการสร้างความคึกคักทางเศรษฐกิจ”
ในระหว่างพิธีเปิด องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่ เมืองฮาร์บิน เพื่อยกย่องในฐานะผู้นำระดับโลกที่มีความเป็นเลิศด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวหิมะและน้ำแข็ง โดยเมืองฮาร์บินได้รับความสนใจจากทั่วโลกผ่านกิจกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น งานเทศกาลน้ำแข็ง (Harbin Ice and Snow World) และงานนิทรรศการศิลปะประติมากรรมน้ำแข็งนานาชาติที่เกาะพระอาทิตย์ (Sun Island International Snow Sculpture Art Expo) อีกทั้งความสำเร็จนี้สะท้อนถึงศักยภาพของฮาร์บินในการเปลี่ยน “ทรัพยากรที่เหน็บหนาว” (Cold Resources) ให้กลายเป็น “เศรษฐกิจที่ร้อนแรง” (Hot Economy) จนก้าวขึ้นเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านการท่องเที่ยวหิมะและน้ำแข็ง และเป็นหน้าต่างสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมในระดับสากล
GTEF เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 2012 ณ มาเก๊า และได้จัดงานอย่างต่อเนื่องอย่างประสบความสำเร็จมาแล้วถึง 10 ครั้ง โดยสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 14,000 คน จากกว่า 90 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก นอกจากนี้ เวทีการประชุมดังกล่าวยังได้สร้างความร่วมมือกับ 44 ประเทศ รวมถึง 13 มณฑลและเมืองในประเทศจีน เพื่อร่วมกันประชาสัมพันธ์แบรนด์ด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว จนก้าวขึ้นมาเป็น ‘สะพานเชื่อม’ ที่สำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมโยงประเทศจีนเข้ากับประชาคมโลก





