วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

ผ่านโยบายท่องเที่ยวพรรคการเมือง ชูวาระเร่งด่วน “ปราบทุนเทา-ไม่เอากาสิโน”

ผ่านโยบายท่องเที่ยวพรรคการเมือง  ชูวาระเร่งด่วน “ปราบทุนเทา-ไม่เอากาสิโน”

ผ่านโยบายท่องเที่ยวพรรคการเมืองใหญ่ “เพื่อไทย” ชี้สร้างมูลค่าเพิ่ม ชูอีเวนต์โลกปักหมุดไทย หนุนเที่ยวเมืองรอง “ประชาชน” ตี 5 โจทย์ท้าทาย รายได้กระจุกตัว ไทยไร้แหล่งท่องเที่ยวใหม่ดึงนักท่องเที่ยวเที่ยวซ้ำ กระทบขีดแข่งขัน “ทุนเทา-นอมินี” แย่งเม็ดเงิน 20-30% “ประชาธิปัตย์” ย้ำรัฐต้องทำหน้าที่ผลักดัน “ชี้ทาง เปิดทาง ไม่ขัดขวาง” เอกชน ระยะสั้นเร่งสางปัญหาความปลอดภัยให้ภาคท่องเที่ยว

“พรรคประชาชน-ประชาธิปัตย์” ประสานเสียงไม่เอา “กาสิโน-กัญชาเสรี” ขณะ “เพื่อไทย” แบ่งรับแบ่งสู้ ชี้โปรเจกต์ “เอนเทอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์” จิ๊กซอว์ดึงดูด “เวิลด์คลาส แอทแทรคชัน” มาไทย “แอตต้า” ชงวาระแห่งชาติ “รัฐบาลใหม่” บังคับใช้กฎหมายกำราบทุนเทา นอมินี สมาคมโรงแรมไทย วอนรัฐเปิดทาง “เอกชน” มีส่วนร่วมเคลื่อนนโยบาย

“อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย(จีดีพี) โดยมีสัดส่วนสูงถึง 12% ย้อนไปก่อนโควิด-19 ระบาด สร้างความมั่งคั่งทางจีดีพี 15-20%

ทว่า ในการเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. 2569 หลายพรรคการเมือง “ไร้นโยบายท่องเที่ยว” แต่สมาคมโรงแรมไทย (THA) และ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ขอจัดเวทีให้ “พรรคการเมือง” ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ มาประชันนโยบายผ่านหัวข้อ “ท่องเที่ยวไทย เอายังไงดี”

“เพื่อไทย” สานต่อนโยบาย ไทย “ฮับ” อีเวนต์ระดับโลก

สุรเกียรติ เทียนทอง ตัวแทนพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคมีนโยบายพัฒนา ส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเพื่อสร้างมูลค่าที่สูงขึ้น ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น การเพิ่มทักษะของคนทำงานในภาคบริการ “เรียนได้งบ จบได้งาน” ระหว่างทำงานหากไปอัปสกิลหรือรีสกิล จะได้รับเงินชดเชย 1 หมื่นบาท/เดือน

นอกจากนี้ ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ของอีเวนต์ระดับโลก ซึ่งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยที่มีนายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” และ “แพทองธาร ชินวัตร” ทำเรื่องนี้มาโดยตลอด

ผ่านโยบายท่องเที่ยวพรรคการเมือง  ชูวาระเร่งด่วน “ปราบทุนเทา-ไม่เอากาสิโน”

การมุ่งสู่ “เมดิคัล ฮับ” รวมถึงสุขภาพและความงาม ซึ่งไทยมีจุดแข็งเป็นแต้มต่อ ทั้งนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการเหล่านี้ จะพำนักยาว 7-10 วัน พาครอบครัวมาด้วย มีการใช้จ่ายสูง เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ ตลอดจนส่งเสริมให้ไทยเป็น “ฮับของการจัดงานแต่งงาน” จับกลุ่มเป้าหมายความหลากหลายทางเพศ(LGBTQ+) ที่มีกำลังซื้อสูง เป็นต้น

พรรคเพื่อไทยยังวางยุทธศาสตร์การพัฒนา “เมืองรอง” รวมถึงลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นรูปธรรมเชื่อมต่อการเดินทางเมืองหลัก เพื่อยกระดับเมืองรองที่มีศักยภาพก้าวเป็น “เมืองหลัก” ใน 10 ปี และจะสร้างสมดุลการค้า โดยเฉพาะการจองโรงแรม ที่พักต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์ (OTA) ข้ามชาติ ซึ่งโกยค่าธรรมเนียม “กำไร”(GP)สูง ที่สำคัญต้อง “สร้างความเชื่อมั่น” ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะสั้นและยาวเมื่อมาเที่ยวไทย

“แพลตฟอร์มออนไลน์ รัฐควรทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหรือ Affiliate เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง ให้ตลาดเกิดความสมดุล”

“ประชาธิปัตย์” เล็งสางกฎหมายที่ซับซ้อน “ลดต้นทุน” ธุรกิจเอกชน

วีระพงศ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ) มอง 4 เทรนด์มีอิทธิพลต่อท่องเที่ยวไทย ได้แก่ 1.การเที่ยวอย่างยั่งยืน 2.ดิจิทัล เทคโนโลยี ทรงพลังสร้างประโยชน์ต่อธุรกิจ 3.ลักษณะประชากรศาสตร์ และ 4.บริบทโลกแบ่งขั้ว (Decupling)

“4 เทรนด์มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ การกำหนดยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวของไทย”

ทั้งนี้ นโยบายท่องเที่ยวของพรรคประชาธิปัตย์ เน้นบทบาทของภาครัฐจะต้อง “ชี้ทาง เปิดทาง ไม่ขัดขวาง” ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน การพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหายใหม่ ๆ เล็งการ “สะสางกฎหมายใหม่” โดยเฉพาะที่มีความซับซ้อน ซึ่งเป็นต้นทุนของภาคธุรกิจ

ผ่านโยบายท่องเที่ยวพรรคการเมือง  ชูวาระเร่งด่วน “ปราบทุนเทา-ไม่เอากาสิโน”

“ประเทศไทยมีกฎหมายค่อนข้างมาก การบังคับใช้กฎหมายบางประการเป็นภาระต้นทุนธุรกิจภาคเอกชน จึงมีแนวทางการปฏิรูประบบราชการผ่านกฎหมายหรือ Super Act ที่มีความล้าสมัย ไม่ได้บังคับใช้ ไม่มีประโยชน์ เพื่อเอื้อให้ธุรกิจมีความคล่องตัว สะดวก ลดภาระการทำงานกับภาครัฐ”

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายแก้ปัญหาท่องเที่ยว ระยะสั้น เรื่องเร่งด่วน คือแก้ปัญหา ยกระดับความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวเมื่อมาเยี่ยมเยือนไทยทั้งปมสแกมเมอร์ ภัยพิบัติต่าง ๆ กระตุ้นท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซัน ทั้งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หนุนนักท่องเที่ยว LGBTQ+ การผลักดันระบบ Open Data เพื่อรู้ข้อมูลเชิงลึกของนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ได้เจาะ หรือมีโอกาสใหม่ ๆ ระยะกลาง สร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ จับนักท่องเที่ยวฮาลาล ที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมเที่ยวเมืองรอง สร้างแหล่งท่องเที่ยว Man Made ดึงนักเดินทาง ฯ

ระยะยาว มอบสิทธิประโยชน์ด้านภาษีเพื่อสร้างแรงกระตุ้นลงทุน ใช้วัสดุในประเทศเพื่อก่อสร้าง ใช้กลไกการค้าเสรี (FTA) เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมบริการให้เป็นพันธมิตรเข้ามาลงทุนในไทย เป็นต้น

“ประชาชน” ลั่นขจัด “ทุนเทา-นอมินี” ตั้งแต่ต้นทาง

สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ผู้สมัคร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และทีมเศรษฐกิจจากพรรคประชาชน เดินหน้าย้ำ 5 โจทย์ใหญ่ที่ท่องเที่ยวเผชิญ ได้แก่ 1.ท่องเที่ยวกระจุกตัวสูง 5 เมืองหลัก ทำรายได้กว่า 70% 2.นักท่องเที่ยวไม่กลับมาเที่ยวไทยซ้ำ เพราะ 5-10 ปี จุดหมายปลายทาง แหล่งท่องเที่ยวเหมือนเดิม 3.นอมินี “ทุนเทา” ชิงเม็ดเงินจากอุตสาหกรรม 20-30% ทำรัฐ เอกชนเหนื่อย

“รัฐ เอกชนไทย เราไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ ทั้งที่ลงทุน ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย เสียภาษีให้ประเทศ แทนที่จะแข่งขันได้ กลับเจอต้นทุนทางการเงินที่สกปรกมาฟอกเงิน สร้างโรงแรม แล้วยังมาตัดราคา”

อย่างไรก็ตาม หากพรรคประชาชนได้เป็น “รัฐบาลบริหารประเทศ” จะขจัดปัญหาต่างๆ เช่น ทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำภายใน 100 วัน จัดการ “ต้นทาง” คือตรวจสอบ “บริษัทบัญชี” และ “บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย”

ผ่านโยบายท่องเที่ยวพรรคการเมือง  ชูวาระเร่งด่วน “ปราบทุนเทา-ไม่เอากาสิโน”

“ผู้ประกอบการไทยเทา นักการเมืองไทยเทา ข้าราชการไทยเทา เราไม่เอา ไม่ปล่อยไว้”

4.การบริหารจัดการแพลตฟอร์ม OTA ซึ่งไม่เห็นด้วยที่ “รัฐจะทำเอง” เพราะส่วนใหญ่ “เจ๊ง” แต่มองการต่อยอด “TAGTHAi" (ทักทาย) แพลตฟอร์มท่องเที่ยวไทยครบวงจรที่ธนาคารกสิกรไทย (KBTG) ร่วมพัฒนา และมองการบังคับใช้กฎหมายหรือพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้าเข้าไปจัดการ และ 5.การปฏิรูปงบประมาณ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มีงบประมาณ 7,000 ล้านบาท/ปี เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว รวมถึงการปรับโครงสร้างคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (บอร์ด) ต้องเปลี่ยนคนนั่งหัวโต๊ะหรือ “นายกรัฐมนตรี” เนื่องจากมีภารกิจมากเกินไป

“วาระเร่งด่วนที่สุด คือการจัดการทุนเทา นอมินีให้ได้ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลจัดการได้ในทางคดี 11 รายเท่านั้น น้อยมาก 2-3 ปีมานี้เคสนอมินีเพิ่มสูงขึ้น คอนโดมิเนียมปล่อยเช่าผิดกฎหมาย หากมี 1 หมื่นห้อง ปล่อยเช่าราคา 3,000 บาทต่อคืน ระยะเวลา 1 ปีเงินหายจากอุตสาหกรรมหมื่นล้านบาท”

“เพื่อไทย” แบ่งรับแบ่งสู้ “กาสิโน”

อย่างไรก็ตาม สมาชิกของ THA และแอตต้า ได้โยนคำถาม “คานิโน-กัญชาเสรี” คำตอบจาก พรรคประชาชนและประชาธิปัตย์คือ “ไม่เอา” ขณะที่ “พรรคเพื่อไทย” เลือกให้เหตุผลของการริเริ่มโครงการเอนเทอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ หรือกาสิโน เพราะต้องการดึงแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกให้มาปักหมุดที่ไทย รวมถึงมีรายได้ จะนำไปอุดหนุนค่าตั๋ว โดยยกตัวอย่าง ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ ราคาถูกสุดในโลก เพราะมีเงินจากกาสิโนไปอุดหนุน

ผ่านโยบายท่องเที่ยวพรรคการเมือง  ชูวาระเร่งด่วน “ปราบทุนเทา-ไม่เอากาสิโน”

เอกชน จี้รัฐบังคับใช้กฎหมาย ยก “ปราบทุนเทา” วาระแห่งชาติ

ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) กล่าวว่า ปัญหาทุนเทา นอมินี ทัวร์ศูนย์เหรียญ สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างมาก จึงต้องการให้รัฐบาลใหม่ หน่วยงานรัฐบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว และควรเป็นวาระแห่งชาติ

“รัฐต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเที่ยงตรง เข้มงวด ไม่เช่นนั้นจะทำให้ผู้ประกอบการที่ทำดีเหนื่อย และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะตามคู่แข่งไม่ทัน”

เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า อยากให้ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายของภาครัฐมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาไม่มีตัวแทนของผู้ประกอบการอยู่ในบอร์ดเลย นอกจากนี้ ต้องการให้พัฒนาแพลตฟอร์ม OTA แห่งชาติ เพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวไทยที่สร้างรายได้ในประเทศ 1.1 ล้านล้านบาท