วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

‘บิ๊กคอร์ป’ ห่วงธุรกิจปี 69 ‘แรงกดดัน’ รายล้อม ทั้ง ศก.โลก-ไทย กำลังซื้อชะลอ

‘บิ๊กคอร์ป’ ห่วงธุรกิจปี 69  ‘แรงกดดัน’ รายล้อม ทั้ง ศก.โลก-ไทย กำลังซื้อชะลอ

นับถอยหลัง “ส่งท้ายปีเก่า” ต้อนรับ “ปีใหม่” ธุรกิจปี 2568 รับแรงกระแทกรอบทิศจากในและนอกประเทศ เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ก่อหวอดขยายวง

ด้านเศรษฐกิจไทยเครื่องยนต์อ่อนแรง กำลังซื้อเปราะบาง หนี้ครัวเรือนสูง ซ้ำเติมด้วยปัญหาขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา และ “การเมือง” ที่เปลี่ยนผู้นำบริหารชาติบ้านเมืองอีกระลอก

ปี 2568 แม่ทัพธุรกิจหลายบริษัทให้นิยามเป็นปีที่เจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะปัจจัยลบล้อมไว้มากจริงๆ ส่วนปีหน้า กรุงเทพธุรกิจ สัมภาษณ์แม่ทัพ-ขุนพล “บิ๊กคอร์ป” ยังคาดการณ์ “ชะล่าใจไม่ได้” เพราะ “แรงกดดัน” มีสูง

‘บิ๊กคอร์ป’ ห่วงธุรกิจปี 69  ‘แรงกดดัน’ รายล้อม ทั้ง ศก.โลก-ไทย กำลังซื้อชะลอ

โรอาน โค - อานุภาพ คงมาลัย

อานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ฉายภาพว่า ปี 2569 เป็นปีที่ธุรกิจเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย เช่น การฟื้นตัวของกำลังซื้อที่อยู่ในโหมด “ค่อยเป็นค่อยไป” ด้านภาระหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ความไม่แน่นอนจากภาวะเศรษฐกิจโลก และ “สถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ”

ปัจจัยดังกล่าวล้วนส่งผลให้ “ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย” มากขึ้น แนวโน้มพิจารณาการตัดสินใจซื้อ “รอบคอบ” และ “มีเหตุผลมากขึ้น”

ทั้งนี้ MR. D.I.Y. ชูจุดแข็งโมเดลการขับเคลื่อนธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะ 3 แกนหลักทั้ง ความคุ้มค่า ความหลากหลายของสินค้า และความสะดวกในการเข้าถึง

‘บิ๊กคอร์ป’ ห่วงธุรกิจปี 69  ‘แรงกดดัน’ รายล้อม ทั้ง ศก.โลก-ไทย กำลังซื้อชะลอ

โรอาน โค กรรมการ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ปี 2569 ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคมีแนวโน้ม “เติบโตในอัตราที่ชะลอตัว” จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ทั้งนี้ สินค้าจำเป็นจะเติบโตปีหน้า คือหมวดที่แสดงคุณค่า ประโยชน์และความคุ้มค่า สอดคล้องกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้อย่างชัดเจน เช่น กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและฟังก์ชันนอล อาหารสะดวกซื้อ อาหารพร้อมทาน(RTE) อาหารพร้อมปรุง(RTC)

“ปี 2568 ถือเป็นปีที่ค่อนข้างท้าทาย จากหลายปัจจัยทั้งด้านเศรษฐกิจและสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อายิโนะโมะโต๊ะจึงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบมากขึ้น ส่วนปี 2569 สภาพตลาดสินค้าจำเป็นมีการแข่งขันสูง และเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ยังมีโอกาสสำหรับแบรนด์ที่สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในมิติของสุขภาพ ความสะดวก และการบริโภคอย่างมีเป้าหมาย”

พันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป“มาม่า” มองบทสรุปปี 2568 ธุรกิจเผชิญความโหดกว่าโควิด แย่กว่าที่คาด หนักกว่าที่คิด โดยไม่สามารถโทษใครได้ เนื่องจากปัจจัยลบรุมเร้าตั้งแต่ต้นปีจนส่งท้ายปี ย้อนดูผลประกอบการบริษัท ต้นปี “กล้า” ตั้งเป้ายอดขายเติบโต เพราะแนวโน้มวัตถุดิบปรับตัวลง แต่กลับเจอความท้าทายทุกเดือนจนทำให้เข้าใจสถานการณ์หรือ “ชาชิน”

‘บิ๊กคอร์ป’ ห่วงธุรกิจปี 69  ‘แรงกดดัน’ รายล้อม ทั้ง ศก.โลก-ไทย กำลังซื้อชะลอ

ธุรกิจบะหมี่ฯ ปี 2569 จะโต “ความอร่อย” ของสินค้าคือหัวใจสำคัญ เสริมด้วยการ “เข้าใจผู้บริโภค” เทสต์ตลาดให้ถูก อย่าเชื่อเทสต์ตัวเอง ออกสินค้าใหม่คะแนนต้องผ่านด่าน 85-86 ขึ้นไป บะหมี่ฯพรีเมียมยังมีโอกาส กระตุ้นการซื้อของผู้บริโภคด้วยความ “อยาก” มากกว่าความจำเป็น

“ปัจจุบันผู้บริโภคมีเวลาใช้เงินเยอะ เยอะกว่าเงินในกระเป๋า(ช้อปออนไลน์ อีคอมเมิร์ซที่ดึงเงิน-การซื้อ 24 ชั่วโมง) ปีหน้าหวังว่ากำลังซื้อจะดี ในช่วงการเลือกตั้ง”

วิโรจน์ วชิรเดชกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานธุรกิจในประเทศ บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้งจำกัด(มหาชน) ฉายภาพว่า ปี 2569 ธุรกิจยังไม่เห็นแสงสว่างมากนัก เพราะภาพใหญ่โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจไทยไม่เปลี่ยน พึ่งพากับอุตสาหกรรมเดิมๆ อุตสาหกรรมแห่งอนาคตไม่มี การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ(FDI) มีการยื่นขอส่งเสริมการลงทุนไว้ แต่ยัง “ค้างท่อค่อนข้างมาก” ต้องผลักดันให้ลงทุนเร็วขึ้น เพราะการลงทุนใช้เวลา เม็ดเงินใหม่ๆฟื้นเศรษฐกิจจึงยังไม่มี ยังมีปัจจัยลบสแกมเมอร์ดึงเงินผู้บริโภค

‘บิ๊กคอร์ป’ ห่วงธุรกิจปี 69  ‘แรงกดดัน’ รายล้อม ทั้ง ศก.โลก-ไทย กำลังซื้อชะลอ พันธ์ พะเนียงเวทย์ - วิโรจน์ วชิรเดชกุล

ปีหน้าการทำตลาด แบรนด์ต้องชู “ความคุ้มค่า” การเพิ่มปริมาณสินค้า ราคาเท่าเดิม การโยกเม็ดเงินการตลาดไปใช้ในช่องทางที่จะเติบโต มีค่าใช้จ่ายน้อย การบริหารต้นทุน บริหารความเสี่ยงเพื่อ “สร้างกำไร” ยังเป็นสิ่งสำคัญ

“ตลาดขนมขบเคี้ยวหรือสแน็กจะผลักดันให้เติบโต 3% 5% หรือ 7% ขึ้นอยู่กับการกระตุ้นตลาด อย่างปี 2568 การวิจัยตลาดพบว่าผู้บริโภคชอบเห็นสินค้าซองใหญ่ ปริมาณมาก เพราะคุ้มค่า สินค้าบริษัทบางหมวด เช่น เบนโตะ โลัตส จึงเพิ่มปริมาณ 20-25% เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า นี่คือสูตรรักษายอดขาย ซึ่งฝ่ามรสุมธุรกิจปีนี้ไม่ง่าย”