มอง‘ค้าปลีก-ค้าส่งและบริการ’ ปี 2569 ไตรมาสแรก...โตต่ำ หลังจากนั้น...ยากที่จะคาดเดา! (จบ)

มอง‘ค้าปลีก-ค้าส่งและบริการ’ ปี 2569 ไตรมาสแรก...โตต่ำ หลังจากนั้น...ยากที่จะคาดเดา! (จบ)

บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิได้ผูกพันเป็นความเห็นขององค์กรที่สังกัด

ค้าปลีก-ส่งและบริการ หลังไตรมาส 1 : ยากที่จะคาดเดา

มองไปในปี 2569 คาดธุรกิจค้าปลีกค้าส่งและบริการไทยในไตรมาสแรกของปี 2569 จะขยายตัวในอัตราเพียง 0.5-1% ห่างไกลจากอัตราการขยายตัวในไตรมาส 4/2568 ราว 3% อย่างไรก็ตาม ประมาณการเติบโตทั้งปี 2569 ค่อนข้างลำบาก การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนทางการเมืองจะเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ที่อาจส่งผลให้ภาค “ค้าปลีก-ค้าส่งและบริการ” อาจเติบโตติดลบได้

ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อความผันผวน “ยากที่จะคาดเดา”

1.เลือกตั้งเดือน ก.พ.ได้จริงหรือ?  หากสงครามพิพากษ์ระหว่างไทย-กัมพูชายืดเยื้อ การเลือกตั้งอาจไม่สามารถดำเนินการได้ ราวเดือน ก.พ.2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีอำนาจตามกฎหมาย สามารถเลื่อนเลือกตั้งได้ หากพื้นที่อีสานใต้และฝั่งตะวันออก ยังสู้รบติดพันกับกัมพูชาอยู่ หรือต่อให้เจรจาหยุดยิงไปแล้ว ต้องเสียเวลาเก็บกู้ระเบิดที่กัมพูชายิงเข้ามาเป็นห่าฝนซึ่งอาจเป็นอันตรายกับหน่วยเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต.ก็อาจเลื่อนการเลือกตั้งไปได้เรื่อยๆ เพราะการเลือกตั้งต้องจัดพร้อมกันทุกหน่วยทั่วประเทศ

2.รัฐบาลรักษาการ จะเป็น “เป็ดง่อย” ยิ่งการเลือกตั้งถูกเลื่อนออกไปเรื่อยๆ รัฐบาลก็จะยิ่งกลายเป็นเป็ดง่อย Lame Duck รัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจในการดำเนินโครงการเศรษฐกิจใหม่ๆ ได้ การลงทุนใหม่ๆ ก็คงไม่เกิด กำลังซื้อที่อ่อนล้าจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องก็จะยิ่งอ่อนแอลง ในระยะยาวจะยิ่งแก้ไขได้ยาก

3.รัฐบาลหลังการเลือกตั้งมีข้อจำกัด คาดว่าผลการเลือกตั้ง (ถ้าไม่มีเหตุการณ์ต้องเลื่อน) จะทราบช่วงปลายเดือน ก.พ. หรืออย่างช้าสุดปลายเดือน มี.ค.2569 ขณะที่รัฐบาลชุดถัดไป ก็จะมีข้อจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากหนี้สาธารณะต่อ GDP ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากเศรษฐกิจเติบโตช้า มีโอกาสที่หนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะเกิน 70% ที่กฎหมายงบประมาณกำหนดไว้

4.อัตราเงินเฟ้อติดลบและกำลังซื้ออ่อนแอ เมื่ออัตราเงินเฟ้อของไทยทั้ง ปี 2568 ติดลบ -0.49% สะท้อนถึงกำลังซื้อที่หดหาย ปัญหาสินค้าล้นตลาด การแข่งขันด้านสงครามราคาจะมีสูง ซึ่งทุกอย่างเป็นปัญหาต่อภาคธุรกิจที่ทำให้ลดทอนกำไรเหลือน้อยลงในทางกลับกันก็เป็นการเพิ่มภาระในต้นทุนอื่นๆ ที่สูงขึ้น

5.ปัญหาภาระหนี้ครัวเรือนที่วิกฤติหนัก จากข้อมูลสำรวจระบุว่าหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในปี 2568 สูงถึง 740,596 บาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี และเพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อน แต่ปัญหาที่หนักยิ่งในปี 2569 คือคุณภาพหนี้ที่แย่ลงอย่างรวดเร็ว

6.ธุรกิจทยอยปิดกิจการสู้ภาวะเศรษฐกิจไม่ไหว โดยเฉพาะธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีการปิดกิจการมากที่สุดในช่วงไตรมาสแรกของปี และเป็นกลุ่มที่เสี่ยงขาดทุนต่อเนื่อง ตามมาด้วยธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ชะลอตัวและปัญหาหนี้ครัวเรือน ทำให้การลงทุนใหม่ลดลง ส่งผลให้เกิดการจ้างงานที่ลดลง

กลยุทธ์สำคัญสู่ทางรอด : เก็บคอ-งอเข่า แผนสำรองต้องมี

คำแนะนำที่ดีที่สุดคือ “เก็บคอ-งอเข่า” เดินหน้าตามแผนหลักโดยต้องมีแผนสำรองพร้อมปฏิบัติได้ทันที ในช่วงที่ทุกคนระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายเงิน การลงทุนใหม่ๆ ก็ยังไม่เกิดขึ้น แต่ทุกการก้าวไปข้างหน้าต้องมีการวางแผนสำรองเสมอ เราต้องคิดไว้ก่อนเลยว่าถ้าธุรกิจอาจไม่เป็นตามแผน ไม่บรรลุเป้า ธุรกิจจะต้อง ไหวตัวทัน และเปลี่ยน Business Model ให้เร็ว การมี แผนสำรองเตรียมความพร้อมเพื่อเตรียมแก้ไขความผิดพลาดผิดพลาดจากแผนหลักได้ทันเวลา ขณะเดียวกัน ระหว่างที่ประคองธุรกิจ ก็ให้เร่งพัฒนาองค์กรใน 2 เรื่องหลัก

ฉลาดใช้เทคโนโลยี AI

- ในปี 2569 แนวโน้มค้าปลีกค้าส่งและบริการที่สำคัญ จะมุ่งเน้นไปที่การบูรณาการ AI อย่างเข้มข้น เพื่อ ประสบการณ์แบบไร้รอยต่อในทุกช่องทาง (Omni Channal) โดยมีกลยุทธ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-driven operations) การค้าปลีกเชิงสร้างประสบการณ์ (Experiential Retail) การผสมผสานโครงข่ายสื่อทุกช่องทางค้าปลีก (Retail Media Networks) และการเสริมสร้างความภักดีเพื่อลดทอนกับความอ่อนไหวต่อราคา

- การค้าปลีกแบบไม่ต้องค้นหา การคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าผ่านตำแหน่งที่ตั้ง (GEO) และใช้ AI ค้นหาลูกค้า ก่อนที่ลูกค้าจะทำการค้นหาเรา

- นำ AI มาใช้เพื่อช่วยปรับปรุงความแม่นยำ ประสิทธิภาพ ความพึงพอใจของลูกค้า และการประหยัดต้นทุน ตรวจสอบทั้งกระบวนการเบื้องหลังและเบื้องหน้าของธุรกิจ

- AI อยู่ทุกหนทุกแห่ง พยากรณ์ความต้องการระบบการค้าแบบครบวงจร การรวมการดำเนินงานทั้งหมด (จุดขาย, อีคอมเมิร์ซ, โปรแกรมสะสมแต้ม) เข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลครบถ้วนในมุมมองเดียวการ กำหนด Layout, Planogram, Replenishment ตลอดจนถึง Inventory

ปลดล็อกศักยภาพคน

- การปลดล็อกศักยภาพไม่ใช่แค่การทำงาน แต่คือการนำศักยภาพที่มีอยู่แล้วในตัวคนออกมาใช้ให้เต็มที่ เพื่อการเติบโตทั้งตัวบุคคลและองค์กรอย่างยั่งยืน

- องค์กรจะต้องไม่มองว่าการลงทุนเพื่อพนักงานคือรายจ่าย แต่ความจริงแล้วมันคือการลงทุนที่คุ้มค่า และส่งผลสำคัญต่อพัฒนาการในอนาคตของบริษัท

7 เทคนิคปลดล็อกศักยภาพบุคลากรในองค์กร ที่เริ่มได้ทันที!

- องค์กรต้องเข้าใจจุดแข็งของแต่ละบุคคล

- องค์กรต้องฟังอย่างจริงใจ และจริงจัง

- องค์กรต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน

- องค์กรต้องส่งเสริมการสื่อสารแบบเปิดกว้าง

- องค์กรต้อง Feedback อย่างสร้างสรรค์

- องค์กรต้องส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

- องค์กรต้องสร้างคุณค่าให้กับการมอบหมายงานในทุกครั้ง

กล่าวสรุปแบบไม่สรุป การคาดการณ์ล่วงหน้าเป็นสิ่งที่เราทำได้ผ่านการใช้ข้อมูลเท่าที่มีในการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้น เรื่องของธุรกิจก็เช่นกัน จากข้อมูลทั้งหมดที่มีทำให้ประเมินศักยภาพทางธุรกิจ “ค้าปลีก-ค้าส่งและบริการ” ในปี 2569 อาจเข้าขั้นวิกฤติ

ปี 2568 ว่า “หนักแล้ว” มองไปปีหน้า 2569 “หนักยิ่งกว่า” เป็นปีที่ผู้ประกอบการจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องวางแผนรับมือให้ถูกต้องเพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา เพื่อลดแรงกระแทกที่อาจจะเกิดขึ้น ปัญหาทางธุรกิจจะหนักแค่ไหน ทำได้ดีที่สุดตอนนี้ก็คือเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า “เก็บคอ-งอเข่า แผนสำรองต้องพร้อม”

ปี 2569 เป็นปีที่เราควรใช้เวลาในการศึกษานำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ใช้เวลาในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายในองค์กรให้พร้อม

ปี 2569 เป็นปีที่เราคงต้องค่อยๆ เดิน เตรียมความพร้อม ปี 2570 ที่จะเป็นปีที่ต้องเปลี่ยนจากเดินเป็นก้าวกระโดด ให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปและสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวนสูง