วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

“กิริฏา”ผู้ช่วย รมว.พาณิชย์ หารือ WEF เชิญ ”ศุภจี” ร่วมประชุมดาววอสปีหน้า

“กิริฏา”ผู้ช่วย รมว.พาณิชย์ หารือ WEF เชิญ ”ศุภจี” ร่วมประชุมดาววอสปีหน้า

“กิริฏา” ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ หารือ ผู้บริหารสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) เชิญ ”ศุภจี” รมว.พาณิชย์ เข้าร่วมประชุมประจำปี 2569 ณ เมืองดาวอส พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีเศรษฐกิจโลก ย้ำไทยปรับยุทธศาสตร์เน้นเศรษฐกิจดิจิทัล การค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม และหุ้นส่วนความมั่นทางอาหาร

ดร.กิริฏา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า ได้เข้าพบหารือผู้บริหารสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF)  โดย WEF  ได้เชิญนางศุภจี สุธรรมพันธุ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วมการประชุมประจำปี 2569   ณ เมืองดาวอส  ประเทศสวิสเซอร์แลนด์  ในระหว่างวันที่ 19 – 23 ม.ค. 2569  ซึ่งรูปแบบการประชุมประจำปีที่เมืองดาวอสจะจัดตามความสนใจของผู้บริหารระดับสูงแต่ละประเทศ เพื่อให้ทุกประเทศได้แลกเปลี่ยนข้อมูลวิสัยทัศน์และนโยบายในประเด็นที่ตนให้ความสำคัญ

โดยจะมีหัวข้อการหารือที่สำคัญ เช่น การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) การค้าและเศรษฐกิจดิจิทัล การกำกับดูแลการค้า และภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งจะมีเวทีเฉพาะสำหรับอาเซียนที่เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีการค้าอาเซียนได้พบหารือกับผู้บริหารภาคเอกชนชั้นนำจากทั่วโลก การเจรจา DEFA โดยพร้อมสนับสนุนการเตรียมความพร้อมเพื่อให้สมาชิกอาเซียนใช้ประโยชน์จากความตกลงได้อย่างแท้จริง เช่น การเชื่อมโยงผู้เจรจากับภาคเอกชน การจัดทำแบบสำรวจความพร้อมด้านดิจิทัลของเอกชนอาเซียน และการเสริมสร้างศักยภาพด้านดิจิทัลให้กับสมาชิกอาเซียน เป็นต้น

"เชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยจะได้แสดงวิสัยทัศน์  นโยบาย และยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนของไทยให้กับกลุ่มผู้ฟังได้ตรงเป้าหมาย และเป็นประโยชน์สูงสุด"ดร. กิริฏา กล่าว

“กิริฏา”ผู้ช่วย รมว.พาณิชย์ หารือ WEF เชิญ ”ศุภจี” ร่วมประชุมดาววอสปีหน้า

ดร.กิริฏา กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับการประชุมประจำปีของ WEF ในฐานะเวทีการหารือนโยบายเศรษฐกิจระดับสูงที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับโลก ซึ่งการที่ไทยอยู่ระหว่างการปรับยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยให้ความสำคัญกับ 3 ด้านหลัก คือ

1.เศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้บทบาทของไทยในฐานะประธานการเจรจาความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA)

2.การค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ

3.ความมั่นคงทางอาหาร ที่ไทยพร้อมยกระดับจากผู้ขายสินค้าอาหารไปสู่พันธมิตรด้านความมั่นคงทางอาหารของโลก จึงเห็นว่า WEF เป็นเวทีที่ไทยจะได้แสดงความพร้อมการเป็นคู่ค้าเชิงยุทธศาสตร์กับภาครัฐและเอกชนต่างประเทศที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องกัน

ในขณะเดียวกัน ไทยคาดหวังว่าจะได้รับทราบแนวทางปฏิบัติที่ดีในการกำกับดูแลเศรษฐกิจดิจิทัลและข้อมูลข้ามพรมแดน ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดวางตำแหน่งประเทศในห่วงโซ่คุณค่าของโลก และยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และทักษะด้านเทคโนโลยีและการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ในการออกแบบนโยบายที่ทันสมัยและแข่งขันได้ของไทยต่อไป

ทั้งนี้ WEF เป็นองค์การภาคเอกชนระหว่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนนโยบาย ยุทธศาสตร์ ตลอดจนแนวทางปฏิบัติที่ดีด้านนโยบายการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ดำเนินงานภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่

1.ด้านภูมิรัฐศาสตร์และการบริหารจัดการ (Geopolitics and Governance) โดยเป็นเวที
การหารือเชิงนโยบายแบบไม่เป็นทางการระหว่างภาครัฐและเอกชน สนับสนุนการแลกเปลี่ยนมุมมองผลกระทบของภูมิรัฐศาสตร์ต่อการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก

2.สนับสนุนมาตรการส่งเสริมการค้าและการลงทุน ได้แก่ การปฏิรูประบบศุลกากร ลดต้นทุนและเวลาการค้าข้ามแดน โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ประโยชน์

3.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและผลลัพธ์ที่ยั่งยืน (inclusive and sustainable outcomes) โดยมุ่งเน้นประเด็นการค้าเพื่อความยั่นยืน พร้อมดำเนินงานร่วมกับภาคธุรกิจเพื่อรับมือมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบใหม่ เช่น การค้าสีเขียว นโยบายการค้าที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ มาตรการปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) รวมทั้งให้ความสำคัญกับประเด็นแรงงานและการจ้างงานในห่วงโซ่มูลค่าโลก และการมีส่วนร่วมของกลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจ เป็นต้น