“กิริฏา” ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ หารือ ผู้บริหารสภาเศรษฐกิจโลก (WEF) เชิญ ”ศุภจี” รมว.พาณิชย์ เข้าร่วมประชุมประจำปี 2569 ณ เมืองดาวอส พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีเศรษฐกิจโลก ย้ำไทยปรับยุทธศาสตร์เน้นเศรษฐกิจดิจิทัล การค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม และหุ้นส่วนความมั่นทางอาหาร
ดร.กิริฏา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เข้าพบหารือผู้บริหารสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) โดย WEF ได้เชิญนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วมการประชุมประจำปี 2569 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ในระหว่างวันที่ 19 – 23 ม.ค. 2569 ซึ่งรูปแบบการประชุมประจำปีที่เมืองดาวอสจะจัดตามความสนใจของผู้บริหารระดับสูงแต่ละประเทศ เพื่อให้ทุกประเทศได้แลกเปลี่ยนข้อมูลวิสัยทัศน์และนโยบายในประเด็นที่ตนให้ความสำคัญ
โดยจะมีหัวข้อการหารือที่สำคัญ เช่น การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) การค้าและเศรษฐกิจดิจิทัล การกำกับดูแลการค้า และภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งจะมีเวทีเฉพาะสำหรับอาเซียนที่เปิดโอกาสให้รัฐมนตรีการค้าอาเซียนได้พบหารือกับผู้บริหารภาคเอกชนชั้นนำจากทั่วโลก การเจรจา DEFA โดยพร้อมสนับสนุนการเตรียมความพร้อมเพื่อให้สมาชิกอาเซียนใช้ประโยชน์จากความตกลงได้อย่างแท้จริง เช่น การเชื่อมโยงผู้เจรจากับภาคเอกชน การจัดทำแบบสำรวจความพร้อมด้านดิจิทัลของเอกชนอาเซียน และการเสริมสร้างศักยภาพด้านดิจิทัลให้กับสมาชิกอาเซียน เป็นต้น
"เชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทยจะได้แสดงวิสัยทัศน์ นโยบาย และยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนของไทยให้กับกลุ่มผู้ฟังได้ตรงเป้าหมาย และเป็นประโยชน์สูงสุด"ดร. กิริฏา กล่าว
ดร.กิริฏา กล่าวว่า ไทยให้ความสำคัญกับการประชุมประจำปีของ WEF ในฐานะเวทีการหารือนโยบายเศรษฐกิจระดับสูงที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับโลก ซึ่งการที่ไทยอยู่ระหว่างการปรับยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนให้สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยให้ความสำคัญกับ 3 ด้านหลัก คือ
1.เศรษฐกิจดิจิทัล ภายใต้บทบาทของไทยในฐานะประธานการเจรจาความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA)
2.การค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ
3.ความมั่นคงทางอาหาร ที่ไทยพร้อมยกระดับจากผู้ขายสินค้าอาหารไปสู่พันธมิตรด้านความมั่นคงทางอาหารของโลก จึงเห็นว่า WEF เป็นเวทีที่ไทยจะได้แสดงความพร้อมการเป็นคู่ค้าเชิงยุทธศาสตร์กับภาครัฐและเอกชนต่างประเทศที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องกัน
ในขณะเดียวกัน ไทยคาดหวังว่าจะได้รับทราบแนวทางปฏิบัติที่ดีในการกำกับดูแลเศรษฐกิจดิจิทัลและข้อมูลข้ามพรมแดน ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจัดวางตำแหน่งประเทศในห่วงโซ่คุณค่าของโลก และยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และทักษะด้านเทคโนโลยีและการค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อประโยชน์ในการออกแบบนโยบายที่ทันสมัยและแข่งขันได้ของไทยต่อไป
ทั้งนี้ WEF เป็นองค์การภาคเอกชนระหว่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนนโยบาย ยุทธศาสตร์ ตลอดจนแนวทางปฏิบัติที่ดีด้านนโยบายการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ดำเนินงานภายใต้ 3 เสาหลัก ได้แก่
1.ด้านภูมิรัฐศาสตร์และการบริหารจัดการ (Geopolitics and Governance) โดยเป็นเวที
การหารือเชิงนโยบายแบบไม่เป็นทางการระหว่างภาครัฐและเอกชน สนับสนุนการแลกเปลี่ยนมุมมองผลกระทบของภูมิรัฐศาสตร์ต่อการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก
2.สนับสนุนมาตรการส่งเสริมการค้าและการลงทุน ได้แก่ การปฏิรูประบบศุลกากร ลดต้นทุนและเวลาการค้าข้ามแดน โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ประโยชน์
3.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและผลลัพธ์ที่ยั่งยืน (inclusive and sustainable outcomes) โดยมุ่งเน้นประเด็นการค้าเพื่อความยั่นยืน พร้อมดำเนินงานร่วมกับภาคธุรกิจเพื่อรับมือมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบใหม่ เช่น การค้าสีเขียว นโยบายการค้าที่เกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ มาตรการปรับคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) รวมทั้งให้ความสำคัญกับประเด็นแรงงานและการจ้างงานในห่วงโซ่มูลค่าโลก และการมีส่วนร่วมของกลุ่มเปราะบางทางเศรษฐกิจ เป็นต้น





