กลางปี 69 “เต่าบิน” แตกไลน์ “เต่าทอด” ตู้เสิร์ฟสินค้าอัตโนมัติ “ของทอด” ที่เผยภาพแรกมีทั้งลูกชิ้น เฟรนซ์ฟรายด์ นักเก็ต ฯ เสริมด้วย “ตู้น้ำแข็ง” และ “ตู้ขายโซดาสดลงขวด”
“เต่าบิน” เป็นผู้ปลุกตลาดตู้จำหน่ายเครื่องดื่มชงสดอัตโนมัติหรือ ตู้ Vending Machine ที่ผ่านช่วงเติบโต และเสื่อมมนต์ลงบ้าง ตามพฤติกรรม และเทรนด์ผู้บริโภค ทว่า ปี 2568 ผลงานธุรกิจเริ่มส่งสัญญาณดี โดยเฉพาะไตรมาส 3 ที่เติบโตดีในรอบ 1-2 ปี แต่ที่น่าจับตากว่าคือ ปี 2569 บริษัทจะพัฒนาตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติใหม่ 2 แบบ เพื่อขายของทอด และทำน้ำแข็ง เสิร์ฟโซดาสดๆ
ณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวีกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMARTเปิดเผยว่า กลางปี 2569 “เต่าบิน” ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัทฟอร์ท เวนดิ้งจำกัด จะออกตู้ 2 แบบสู่ตลาดเพิ่มเติม ตู้แบบแรกคือ “ตู้น้ำแข็งอัตโนมัติ” และ “ตู้โซดา” โดยตู้โซดสามารถออกมาบรรจุขวดได้เลย ซึ่งชูคุณภาพความสดของโซดา ส่วนน้ำแข็งมีความสะอาด เสิร์ฟผู้บริโภค ส่วนตู้แบบที่ 2 คือตู้จำหน่ายของทอดอัตโนมัติภายใต้ชื่อ “เต่าทอด” ที่จะมีเมนูทอดได้ 10-20 รายการ จุดเด่นคือการทอดสดใหม่ทุกวัน มีการบริหารจัดการน้ำมันที่สะอาด ไม่ดำ ความร้อนต่างๆ
“ตู้ใหม่ 2 แบบจะออกมากลางปีหน้า โซดาจะออกมาเป็นขวด น้ำแข็งสะอาด ส่วนตู้เต่าทอดเราจัดการได้หมดทั้งน้ำมันทอดที่สะอาด ไม่ดำ”
ส่วนสถานการณ์ของ “ตู้เต่าบิน” ที่ชงเครื่องดื่มสดอัตโนมัติ ปีนี้ได้พัฒนา “ตู้เต่าบิน พรีเมียม” ด้วยการดีไซน์ตู้ให้มีความหรูหรา น่าใช้งาน มีความสะอาดสะอ้าน ด้านเมนู เช่น กาแฟและวัตถุดิบพรีเมียม เมนูเครื่องดื่มร้อน เย็น ปั่นพร้อมเสิร์ฟ ดีไซน์ระบบหรืออินเตอร์เฟซให้ใช้งานง่าย เป็นต้น ส่วนทำเลติดตั้งเน้นพื้นที่ในโรงพยาบาล ห้างค้าปลีก ฯ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย
เรียกว่าผสานวัตถุดิบคุณภาพ พรีเมียม เข้ากับเทคโนโลยี เพื่อพลิกโฉมประสบการณ์การดื่มกาแฟและเครื่องดื่มเมนูต่างๆให้กับผู้บริโภคนั่นเอง
กิจกรรมตลาดกระตุ้นการเติบโต
ปี 2568 “เต่าบิน” ยังคงทำการตลาดเชิงรุกนอก โดยแคมเปญต่างๆมีการร่วมมือ(Collaboration:X)กับอินฟลูเอนเซอร์ ยูทูปเบอร์มากขึ้น รวมถึงการออกแก้วลวดลายใหม่ๆ และรังสรรค์เมนูเครื่องดื่มใหม่ๆ เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้ผู้บริโภคอยู่เสมอ ส่วนการพัฒนาตู้ ปัจจุบันมีความเสถียรมากขึ้น รวมทั้งสามารถทำสิ่งต่างๆ เช่น การทำงานของเครื่องดีขึ้น รวดเร็วขึ้น มีเมนูพร้อมขายมากขึ้น รวมถึงบริหารจัดการได้ดีขึ้น ส่งผลให้ไตรมาส 3 การเติบโตกลับมาก้าวกระโดดได้
“เราพยายามสร้างสรรค์เมนูเครื่องดื่มใหม่ๆ ทำตลาดให้ผู้บริโภคไม่เบื่อ ทำสิ่งใหม่ๆตลอด ทำให้ไตรมาส 3 เต่าบินกลับมาเติบโตก้าวกระโดดขึ้น เมื่อเทียบกับ 1-2 ปีที่ผ่านมา”
ด้านความคืบหน้า “เต่าบินคาเฟ่” ที่จะซีนเนอร์ยี “กิ้งก่า” สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันยังมี 2 สาขา ที่สำนักงานใหญ่บริษัท และร้านอาหารที่นวลจันทร์ โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องชงเครื่องดื่มอัตโนมัติให้เสถียรยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการขยายออกสู่พื้นที่ต่างๆ
ขณะที่ธุรกิจ “เต่าบิน” ในต่างประเทศ มีการส่งออกตู้ชงสดเครื่องดื่มอัตโนมัติไปยังฮ่องกง 88 ตู้ ราคาขายเครื่องดื่มต่อแก้วเฉลี่ย 76 บาท มาเลเซีย 234 ตู้ ราคาขายเครื่องดื่มต่อแก้วเฉลี่ย 46 บาท สิงคโปร์ 51 ตู้ ราคาขายเครื่องดื่มต่อแก้วเฉลี่ย 77 บาท ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ 51 ตู้ ราคาขายเครื่องดื่มต่อแก้วเฉลี่ย 79 บาท และออสเตรเลีย 170 ตู้ ราคาขายเครื่องดื่มต่อแก้วเฉลี่ย 103 บาท
สำหรับภาพรวมไตรมาส 3 “ตู้เต่าบิน” หรือ คาเฟ่อัตโนมัติ มีจำนวนตู้ 7,499 ตู้ เพิ่มขึ้น 7.39% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สร้างยอดขาย 564 ล้านบาท เพิ่มขึ้น12.35% และยอดขายเชิงปริมาณ 17 ล้านแก้ว ทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 2568 จำนวน 2 ล้านแก้ว
สำหรับเป้าหมายปี 2568 บริษัทต้องการเพิ่ม “ตู้เต่าบิน” ให้แตะ 10,000 ตู้ เพิ่มเมนูใหม่ๆ เพิ่มความถี่ในการซื้อให้มากขึ้น ปัจจุบันเต่าบินใช้พื้นที่เพียง 1 ตารางเมตร(ตร.ม.)ก็สามารถเสิร์ฟเครื่องดื่มอัตโนมัติให้ผู้บริโภค โดยรังสรรค์ได้กว่า 500 เมนู ครอบคลุมเครื่องดื่มร้อน เย็น ปั่น ตู้ยังมีการทำแคมเปญการตลาดดิจิทัลเจาะกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งไตรมาส 4 จะลุยโฆษณา นำเพลงหรือมิวสิควิดีโอ(MV) ใหม่ๆ โปรโมทผ่านหน้าตู้เต่าบินด้วย อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2570 บริษัทต้องการเพิ่มตู้เต่าบินทะยานสู่ 20,000 ตู้





