วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

‘มาลี’ ปักธงตลาดจีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง ต่อยอดโตระดับโลก

‘มาลี’ ปักธงตลาดจีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง ต่อยอดโตระดับโลก

“มาลี” มุ่งสู่การเป็นบริษัทที่มากกว่าการผลิตน้ำผลไม้ แต่ต้องการก้าวไปเป็น "Global Wellbeing Company” หรือ บริษัทที่ส่งมอบสุขภาวะระดับโลกภายในปี 2571 จึงเห็นการต่อจิ๊กซอว์ขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง

นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่เป้าหมายการเป็น Global Wellbeing Company อย่างเต็มรูปแบบในปี 2571 จึงกำหนดยุทธศาสตร์เชิงรุกขยายตลาดต่างประเทศ ด้วยการเสิร์ฟผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้มาลี(Malee) แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะน้ำมะพร้าว Malee COCO ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทวางหมุดหมาย 4 ตลาดหลักต่างแดน ได้แก่ ประเทศจีน เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีฐานประชากรจำนวนมาก และกำลังอยู่ในช่วงที่เทรนด์การบริโภคน้ำมะพร้าวเติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่วนเกาหลีใต้มีศักยภาพเติบโตจากการที่ตลาดผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง ด้านอินโดนีเซียมีโอกาสเติบโตสูงในกลุ่มน้ำผลไม้ อีกทั้งยังมีความได้เปรียบจากการมีบริษัทร่วมทุน หรือJoint Venture และสินค้าที่ได้รับมาตรฐานฮาลาลจึงตอบโจทย์ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศได้ ปิดท้ายตลาดในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง มีพฤติกรรมผู้บริโภคที่สอดคล้องกับพอร์ตโฟลิโอสินค้าที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ บริษัทติด 4 อาวุธการตลาดรุกต่างประเทศ ประกอบด้วย 1.การมุ่งสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งผ่านกิจกรรมทางการตลาดที่สม่ำเสมอ (Brand & Activation) หนึ่งในไฮไลต์แห่งปี คือแบรนด์น้ำมะพร้าวแท้ 100% Malee COCO ได้สร้างปรากฎการณ์เพื่อเข้าไปครองใจผู้บริโภคเอเชียผ่านกลยุทธ์แบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่แต่งตั้ง “จางหลิงเฮ่อ” (Zhang Linghe) นักแสดงชื่อดังแดนมังกรเป็นตัวแทนแบรนด์ระดับเอเชียแปซิฟิก ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วและทรงพลัง ส่งผลให้ยอดขาย Malee COCO ในช่วง 9 เดือนแรก เติบโต 16% และ “ครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่ง” ทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์

‘มาลี’ ปักธงตลาดจีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง ต่อยอดโตระดับโลก

2.มุ่งเน้นเจาะตลาดใน 4 ประเทศเป้าหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง (Market Focus) 3.การบริหารจัดการที่มีความยืดหยุ่น (Agility) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละประเทศได้อย่างรวดเร็ว 4.การปรับสินค้าให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ (Localization) รวมถึงการพัฒนารายการสินค้าใหม่ (NPD)อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับรสนิยมของผู้บริโภคท้องถิ่นโดยเฉพาะ

อีกกุญแจความสำเร็จในการทำธุรกิจต่างประเทศ คือ “พันธมิตรทางธุรกิจ” โดยเฉพาะสิ่งที่เปรียบเป็นกระดูกสันหลัง อย่างการกระจายสินค้าครอบคลุมทุกช่องทางจัดจำหน่าย โดยเฉพาะร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และเพื่อเป็นการต่อยอดจากรากฐานความสำเร็จจากปัจจุบันที่ส่งออกสินค้าไปแล้วกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

‘มาลี’ ปักธงตลาดจีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง ต่อยอดโตระดับโลก

“บริษัทยังมองหาโอกาสการขยายตลาดสู่ภูมิภาคใหม่ต่อเนื่องภายในระยะเวลา 1-2 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและผลักดันธุรกิจให้ครอบคลุมตลาดโลกตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ในการก้าวสู่ Global Wellbeing Company”

เนื่องจากผลิตภัณฑ์(Product) คือหัวใจสำคัญบริษัทฯจึงมุ่งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยการนำเสนอนวัตกรรมสินค้าเพื่อสุขภาพที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ทั้งด้านคุณประโยชน์เฉพาะด้าน หรือ Functional Drink เช่น Malee COCO Liposos และ Malee Power Plants ที่ล้วนตอบเมกะเทรนด์ผู้บริโภคดูแลสุขภาพแบบองค์รวม บริษัทฯยังนำจุดแข็งน้ำมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งมีรสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไทย มาเป็นหัวหอกในการบุกตลาด ควบคู่กับการผนึกกำลังพันธมิตรการค้าเพื่อร่วมพัฒนาสินค้าใหม่ (Co-creation) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่น เป็นต้น

“วันนี้โลกของผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาแค่น้ำผลไม้ที่ตอบโจทย์ด้านความสดชื่น แต่ต้องการเครื่องดื่มที่ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น”

‘มาลี’ ปักธงตลาดจีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ตะวันออกกลาง ต่อยอดโตระดับโลก

ปัจจุบันมาลีมีรากฐานการผลิตที่มีความแข็งแกร่งโดยมีโรงงานทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม ทั้งยังมีแหล่งวัตถุดิบผลไม้คุณภาพสูงในแต่ละฤดูกาลควบคู่กับการบริหารจัดการวัตถุดิบเชิงปริมาณ ส่งผลให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) และบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยสนับสนุนการรุกขยายตลาดต่างประเทศได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งจะยกระดับความสามารถในการทำกำไรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ปัจจุบันมาลีมีรายได้จากต่างประเทศราว 40% ตามแผนปี 2569-2571 บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตเฉลี่ย 10-15% และโครงสร้างรายได้ในปี 2571 ต้องการผลักดันรายได้ตลาดต่างประเทศ 55% และในประเทศ 45%

“ปี 2569 มาลี จะประเดิมก้าวแรกของศักราชใหม่ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมสินค้าซีรีส์ใหม่ในแต่ละประเทศ ที่เข้าใจและเข้าถึงไลฟ์สไตล์สุขภาพแห่งอนาคตของลูกค้า เพื่อสร้างการเติบโตตามแผนที่วางไว้”